Get Adobe Flash player

ปัญหาชายแดนภาคใต้

Font Size:

ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส ได้โพสต์บทความลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวเรื่อง “ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประเทศ”

โดยระบุว่า “รัฐบาล ไทยทำผิดมหันต์ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่รับมาเลเซียเป็นคนกลางจัดการ เจรจาเพื่อสงบปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย ทำให้ปัญหาภายในประเทศกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ ทำให้ปัญหาจังหวัดปัตตานีกลายเป็นปัญหาดินแดนปัตตานี

เมื่อ มาเลเซียไม่ว่างหรือไม่พร้อมจัดการเจรจาปัญหาภายในของไทยให้กับรัฐบาลไทย ด้วยเหตุที่ต้องเตรียมการเลือกตั้งภายในประเทศมาเลเซียเอง ก็ทำให้มาเลเซียขอพักการจัดการเจรจาระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลไทยให้กับชาว ไทยผู้ต้องการแยกดินแดน ซึ่งเป็นชาวไทยด้วยกันเองทั้งสิ้น แต่เป็นสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน

ในภาษาการเมืองระหว่างประเทศ เรียกว่า “Malaysia has taken hostage Thailand’s southern conflict problem.”

เมื่อ มาเลเซียไม่ว่างช่วยจัดการประชุมแก้ปัญหาดินแดนภาคใต้ของไทย การแก้ปัญหาก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่ควรจะเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าไทยเราจัดการประชุมแก้ปัญหากันเอง เรามาถึงยุคแห่งความอ่อนแอด้านนโยบายการต่างประเทศ เรามาถึงสมัยแห่งการขาดจิตสำนึกในอธิปไตยและบูรภาพแห่งดินแดนของเราเอง...

...ดินแดนที่เราเรียกว่า “ราชอาณาจักรไทย” มานานเกือบสหัสวรรษ

ดร.สม เกียรติ มองว่า ปัญหาในประเทศต้องจัดการเจรจาแก้ปัญหาในประเทศของเราด้วยตัวของ เพราะเป็นปัญหาภายในของคนไทยกันเอง การยกปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ให้มาเลเซียเป็นธุระจัดประชุมให้ จึงเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดอย่างมหันต์ เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนใต้นั้น รัฐบาลไทยต้องถือว่าเป็นปัญหาความไม่สงบและเป็นเรื่องการก่อเหตุร้ายใน พื้นที่ ไม่ใช่ไปยอมรับกับมาเลเซียว่าเป็นปัญหาที่ต้องเจรจากับกลุ่มแยกดินแดนไทยที่ มาเซียรู้จักดี

ใน กระบวนการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ไม่มีประเทศใดในโลกจะเอาปัญหาภายในประเทศไปสู่เวทีเจรจานอกประเทศ ยกเว้นในกรณีประเทศที่เป็นเจ้าภาพเจรจานั้น จะไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรง และคู่เจรจามองเป็นทางออกเพื่อสันติสุขในประเทศของตนเท่านั้น

ดร.สมเกียรติ ยกตัวอย่าง ประเทศฝรั่งเศสเคยจัดการเจรจาให้เขมรสามฝ่ายกับรัฐบาลเฮงสัมริน ทำได้เพราะฝรั่งเศสไม่มีส่วนได้เสียในกัมพูชา

ประเทศนอร์เวย์เคยจัดการเจรจาให้พวกพยัคฆ์ทมิฬอีแลม กับ รัฐบาลศรีลังกา ทำได้เพราะนอร์เวย์ไม่มีส่วนได้เสียในศรีลังกา เช่นกัน  ทั้งสองกรณีนี้จึงเป็นที่ยอมรับได้

แต่ มาเลเซียถือว่าตัวมีส่วนได้เสียทางการเมืองและวัฒนธรรมโดยตรง ในปัญหาชายแดนใต้ของไทย แต่ไทยต้องยึดถือว่าปัญหาอธิปไตยในเขตแดนของไทยล้วนๆ ไม่ใช่ปัญหาของมาเลเซีย

สรุปคือ ดร.สมเกียรติ ขอรัฐบาลไทยจงเอาปัญหาความไม่สงบภาคใต้กลับมาสู่โต๊ะเจรจาในประเทศไทยทันที อย่าได้พึ่งมาเลเซีย

เรา เห็นด้วยกับความคิดของ ดร.สมเกียรติ และเริ่มไม่เชื่อว่า การเจรจาจะยุติปัญหาการก่อความไม่สงบ แต่กลับจะเพิ่มปัญหาในเวทีระดับนานาชาติอีกทางหนึ่ง ที่นอกจากไทยจะไม่ได้อะไรกลับมา แล้วยังจะต้องให้คำมั่นสัญญากับคนอื่น และอาจจะต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนจำเลยผู้ถูกตรวจสอบ

เป็นการเพิ่มภาระที่ทับซ้อนกับภาระเดิม เป็นการชักศึกเข้าบ้านโดยไม่เจตนา ทำให้การแก้ปัญหายากขึ้น

เรา มองว่าปัญหาภาคใต้ ที่รัฐบาลพยายามแย่งชิงมวลชนนั้นถูกต้อง แต่อย่าทำงานทางเดียว อีกด้านจะต้องรู้ให้ได้ว่า การล้างสมองเยาวชนเกิดขึ้นที่ไหน ใครเป็นตัวตั้งตัวตีในการฝึกอาวุธ มีการฝึกที่ใด มีใครร่วมอยู่ในการฝึก มีแหล่งเงินสนับสนุนมาจากที่ใด

ถ้าไม่รู้ตรงนี้ ก็จะเป็นฝ่ายตั้งรับ และจะต้องเป็นผู้สูญเสียไปตลอด โดยที่อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร ลูกหลานประชาชน คือผู้สังเวยชีวิต