Get Adobe Flash player

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่(อีกครั้ง)

Font Size:

 

 

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยกร่างฯ พร้อมที่จะส่งต่อให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ

สิ่งที่ประชาชนผู้สนใจ รวมทั้งนักการเมืองที่รอคอยการเลือกตั้ง ต่างจับจ้องคือเนื้อหา และภาพโดยรวมของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ว่าจะหนักไปในทิศทางใด

ต้องยอมรับว่า บ้านเมืองของเราในขณะนี้ มีความหลากหลายทางความคิดสูงมาก นักการเมืองเลือกข้าง อยู่คนละขั้วอย่างชัดเจน ส่วนประชาชนก็มีความขัดแย้งทางความคิดมากที่สุด เป็นความขัดแย้งที่ไม่อาจออมชอมในหลายเรื่องหลายราว จนไม่สามารถเอาคำว่า “ปรองดอง” มาแก้ไข นอกจากจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง

เพราะฉะนั้น ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ จะเขียนออกมาเลิศหรูเช่นไร ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาความไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน และจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าได้ในทุกกระบวนการนับแต่นี้

แค่เรื่อง “คำปรารภ” เรื่องเดียว ว่าจะเขียนขึ้นก่อน หรือเขียนขึ้นภายหลัง ก็อาจต้องถึงกับให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ ทั้งที่ตรงนี้ ไม่น่าจะเป็นสาระที่สำคัญด้วยซ้ำ

ซึ่งเรามองว่า ประเด็นที่สำคัญมากกว่าก็คือ การดำรงอยู่ของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ซึ่งจะมีอายุถึง 5 ปี ที่เป็นเหมือนองค์กร ครอบอยู่บนรัฐธรรมนูญ

อำนาจตรงนี้ต่างหากที่น่าหยิบยกมาแสดงความคิดเห็น เพราะก็ทำให้มองได้ว่า เป็นเจตนาที่จะให้อำนาจ คปป.เหนือกว่าอำนาจที่มาจากคะแนนหย่อนบัตร ของประชาชน ตัวอย่างเช่นถ้าอำนาจประชาธิปไตยเป็นร่ม ก็ยังมีร่มอีกคัน ที่อยู่เหนือร่มคันนี้

หากมองกันที่เจตนาดี เราก็พอมองเห็นว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือผู้เขียนรัฐธรรมนูญ มีเจตนาที่จะป้องกันปัญหา ฯลฯ ซ้ำรอยปัญหาที่เกิดขึ้น และให้ คปป.คงไว้เพื่อคลี่คลายปัญหานั้นๆ

เพียงแต่ก็มีความรู้สึกเหมือนกับว่า ประเทศนี้มีอำนาจรัฐ โดยมี คปป.กำกับอำนาจรัฐอีกทอดหนึ่ง คล้ายๆ กับประชาธิปไตยไม่เต็มใบในอดีต

ในส่วนของนักการเมืองก็อยากลงเลือกตั้ง แต่โดยภาพรวมแล้ว ฝ่ายอำนาจก็ดี ฝ่ายสื่อสารมวลชนก็ดี มักมองว่านักการเมืองคือตัวปัญหาของสังคม นักการเมืองคือพวกที่จ้องเข้ามาฉ้อฉล นักการเมืองมีแต่คอยทะเลาะเบาะแว้ง

แต่ในทางกลับกัน นักการเมืองรอการเลือกตั้งก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ขายเสียง ก็รอให้ผู้แทนของเขาเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงเช่นกัน เรามองว่านักการเมืองไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด นักการเมืองน้ำดี มีจำนวนมากมาย ต่อให้มีความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่ความขัดแย้ง สามารถยับยั้งความผิดพลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือสามารถยุติความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว

และหลายครั้งที่ความเห็นของนักการเมืองที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เราคิด ก็ทำให้เราได้กลับมาใช้วิจารณญาณ มาทบทวน ก็ทำให้เรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลขึ้น 

ความเห็นที่น่าจะรับฟังคือ ผู้เขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะเช่นนี้ ส่งผลทำให้กลุ่มอำนาจ ให้คงอยู่ในอำนาจต่อไปหรือไม่ เหมือนกับที่เคยเชื่อกันว่านักการเมืองมีปัญหา “สังคมต้องมีคนดีมีความรู้มาดูแลประเทศ”  ซึ่งในที่สุดการคัดสรรคนที่ว่าดี ก็คือกลุ่มอำนาจ

ส่วนขั้นตอนที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้ารับก็หมายถึงการยอมรับรัฐธรรมนูญภายใต้อำนาจ คปป.ซึ่งคล้ายกับว่า อำนาจคสช.ก็เหมือนกับยังคงอยู่ แต่ถ้าไม่รับฯ คสช.ก็จะต้องอยู่อีกนาน เพื่อจะเริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญใหม่

หมากเกมนี้แม้ประชาชนจะอ่านทะลุเข้าไปถึงหัวใจ แต่ก็จะเป็นผู้แพ้อยู่ดี.