Get Adobe Flash player

ข่าว กับผลกระทบ

Font Size:

ต้องยอมรับว่าเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ กระทบความรู้สึกของคนในชาติเป็นอย่างมาก ใคร กลุ่มใดเป็นคนลงมือ ทำไปเพื่ออะไร เหตุร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ

ต้องยอมรับว่าประชาชนมีความอยากรู้ ซึ่งช่วงแรกๆ มีความน่าเป็นห่วงมาก ตำรวจก็บอกแต่เพียงว่า กล้องไม่ชัด โฟกัสใบหน้าไม่ได้ ไม่มีเครื่องมือทันสมัย ฯลฯ แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป จนกระทั่งถึงวันนี้ ก็เริ่มมีเค้าลางว่า การทำงานของตำรวจ เป็นระบบ แต่ละภาคส่วนแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ จนสามารถหาหลักฐานต่างๆ เพื่อสาวไปถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ในระดับที่น่าพอใจ

ทำให้เชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่ฯ น่าจะมาได้ถูกทาง ซึ่งมีหลักฐานพยานที่ยังไม่ได้เปิดเผยอีกจำนวนมาก ถึงแม้จะต้องเลี่ยงที่จะตอบ แต่ประชาชนก็เริ่มมั่นใจได้ว่า คดีนี้

และแน่นอน การสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ก็ถือเป็นชัยชนะเช่นกัน

สิ่งที่เจ้าหน้าที่พูดเสมอว่า เหตุการณ์นี้ ไม่เกี่ยวกับ “ต่างชาติ” เป็นแต่เพียงเรื่องของกลุ่มบุคคล ซึ่งสิ่งที่ตำรวจบอก แม้ประชาชนยังไม่แน่ใจ แต่ก็ดีกว่าการไปเจาะจงพาดพิงถึงชนชาติหนึ่งชนชาติใด เพราะไม่น่าที่จะเกิดประโยชน์ สู้รอหลักฐานที่ชัดเจน แล้วค่อยประกาศออกไป น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติมากกว่า

มามองทางด้านสื่อสารมวลชน ไม่ว่าเป็นสื่อไทย หรือสื่อต่างชาติ ต่างแย่งชิงกันหาข่าวรายวันมานำเสนอด้วยความเร่งรีบ อ้างว่าจับคนชาติโน้นบ้าง ชาตินี้บ้าง บ้างก็ตีไข่ใส่ข่าว จนดูน่ากลัว บ้างก็มโนไปเกินหลักฐานที่พบ หรือสรุปแบบเบี่ยงเบนเพื่อกล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามกับตน จนประชาชนสับสน มองไม่ออกว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง

จนกระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์กรสื่อฯ ต่างๆ ร่วมกับสถาบันการศึกษา จัดเสวนาในหัวข้อ“ทำข่าววิกฤตไม่ให้วิกฤต...บทเรียนจากแยกราชประสงค์”

ได้มีผู้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ ถึงการรายงานข่าวในสถานการณ์ความอ่อนไหว โดยเห็นว่าสื่อฯ จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงหน้าที่ของความเป็นพลเมืองควบคู่ไปด้วย ว่าสิ่งที่กำลังจะนำเสนอนั้น ส่งผลกระทบต่อสังคมและทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง หรือสร้างความสับสนในสังคมหรือไม่อย่างไร

แน่นอน สื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงหน้าที่ในการนำเสนอข่าว แต่ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และรอบด้าน นำเสนอสิ่งที่เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหูมากกว่าการที่จะวิเคราะห์หรือวิจารณ์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่สื่อไม่ควรทำคือการเสนอข่าวอย่างไม่ระมัดระวัง หรือการทำซ้ำภาพความรุนแรง รายงานข่าวที่มากกว่าข้อเท็จจริง สื่อจะต้องไม่ไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ต้องไม่นำเสนอล้อเล่นกับความเจ็บปวดกับคนในสังคม ให้เห็นว่าสื่อขาดความละเอียดอ่อนในการคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

และว่า สื่อจะต้องตระหนัก ว่ารายงานข่าวมุ่งรายงานเพื่ออะไร หากไม่ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อสะท้อนบทบาทหน้าที่ของตัวเอง การรายงานข่าวที่ส่งผลกระทบบนสถานการณ์ที่ไม่ปกติย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 

การอาศัยข้อมูลจากบุคคล ซึ่งบุคคลเหล่านั้นอาจจะตีความการให้ข้อมูลเพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นสื่อจำเป็นต้องรู้เท่าทันในทุกด้าน สื่อเองจะต้องรู้จักรอ เพราะการสืบสวนจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา หากจะนำเสนอประเด็นเพื่อมารายงานต่อก็ต้องไม่สร้างปัญหาให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่

ข้อจริงที่ไม่อาจปฏิเสธคือ คำกล่าวที่ว่า การก่อวินาศกรรม ทุกแห่งในโลก ส่วนใหญ่มุ่งสร้างความกลัวให้กับผู้คน เมื่อประชาชนเกิดความหวาดกลัวก็จะมีการต่อรอง ยิ่งประชาชนกลัวเท่าไหร่ นั่นหมายถึงชัยชนะของผู้ก่อการร้าย

ดังนั้นสื่อมวลชนไม่ควรนำเสนอข่าวอย่างหวือหวา จนนำพาตัวเองและประชาชน ให้ตกเป็นเหยื่อของการก่อการร้ายเสียเอง