Get Adobe Flash player

ร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่จบ

Font Size:

เป็นไปตามกระแส ที่คาดหมายไว้ล่วงหน้าว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จะไม่ผ่านสภาฯ

โดยการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีคะแนนเสียงเห็นชอบ 105 ไม่เห็นชอบ 135 งด 7 เท่ากับว่า สนช.มีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับนี้

ซึ่งต่อไป ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดว่า ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะได้มีการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 21 คน เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในระยะเวลา 180 วัน

ทำไมร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่ผ่านสภาฯ ทั้งๆ ที่ ทั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ สปช แทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

ถ้ามองในมุมของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง มองว่า เพราะเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมีการยกร่างไว้ไกลเกินไป เกรงจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต โดยส่วนตัวเชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม

ทั้งนี้หากผ่านการทำประชามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ยากมาก เพราะเงื่อนไขรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ซับซ้อนหลายขั้นตอน

ประเด็นที่เป็นปัญหาหลักมี 4 เรื่อง

1.เรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี การเปิดโอกาสให้มีคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นมีความเหมาะสมเพียงไร

2.ที่มาของ ส.ว. มีที่มาจากการสรรหา 123 คน กระบวนการสรรหา วิธีการสรรหา ซึ่งจากเดิมเขียนไว้ค่อนข้างดี แต่มาเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่าในครั้งแรกให้เป็นคณะรัฐมนตรีดำเนินการ จึงต้องพิจารณาทบทวนว่าเหมาะสมหรือไม่

3.คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) โดยเฉพาะบทบาทหน้าที่ ที่อยู่ในบทเฉพาะกาล หรือรายละเอียดต่างๆในรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่

และ 4. กลไกต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ จะสามารถป้องกันคนทุจริต สามารถหลุดออกจากวงการเมืองหรือไม่ คือ เรื่องใบเหลือง-ใบแดง ซึ่ง กกต.เคยทักท้วง

ท้ายที่สุดจะเป็นช่องทางให้คนทุจริต สามารถเข้าสู่การเมืองได้โดยง่าย และเอาออกยาก เพราะต้องไปถึง 2 ศาล กรณีนี้ก็จะแสดงว่าคนดังกล่าวก็จะสามารถเข้าไปสู่แวดวงการเมืองได้ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นปี

ซึ่งประเด็นนี้ ก็ไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ สปช.จะไม่ให้ผ่าน

แต่ถ้าดูจากมุมมองของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งกลายเป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ มองว่ามีสัญญาณคว่ำร่างรธน. และว่า ภาคประชาชนผิดหวัง ชี้เหมือนถูกหลอก

อะไรคือเบื้องลึกเบื้องหลัง ของผลโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ยังคงเป็นคำถามคาใจ

แต่ถ้ามองไปที่นายวิษณุ เครืองาม จะเห็นว่าได้เดินหน้าต่อไปแล้ว โดยที่ได้กำหนดปฏิทินใหม่ เริ่มต้นเดือนกันยายน-ตุลาคม 2558 จะตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นเดือนตุลาคม-เมษายน 2559 อยู่ในช่วงการยกร่างภายใน 6 เดือน ต่อมา เดือนเมษายน-สิงหาคม 2559 เป็นขั้นตอนการจัดทำประชามติและประกาศใช้รัฐธรรมนูญในเดือนกันยายน 2559

กันยายน-ตุลาคม 2559 เป็นช่วงยกร่างกฎหมายลูกภายใน 2 เดือน แล้วส่งให้ สนช.ผ่านร่างกฎหมายลูกภายใน 3 เดือนจากนั้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ส่งกฎหมายลูกให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบภายใน 1 เดือน ต่อมา เดือนมีนาคม 2560 จึงเริ่มประกาศใช้กฎหมายลูกและเริ่มรณรงค์หาเสียงได้

เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2560 จะมีการเลือกตั้ง ก่อนจะตั้งรัฐบาลใหม่ภายในเวลา 1 เดือน คือ กรกฎาคม 2560

ตรงนี้ แน่นอนว่า รัฐบาล คสช.ได้อยู่ในอำนาจต่อไปอีกยาว แต่ก็มีความเห็นว่า การอยู่ในอำนาจนับจากนี้จะมีแรงเสียดทานสูงขึ้น ก็จะเพิ่มความยากขึ้นไปอีก

ดังเช่นในมุมมองของนายสุริยะใส กตะศิลา ว่ามติ สปช. คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ถูกชี้ขาดด้วย สปช. สายทหาร-ตำรวจกว่า 30 คน ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่า คสช.ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม

แต่จากนี้ไปจะทำให้วาระปฏิรูปประเทศไปอยู่บนบ่า คสช.เต็มๆ 

ในเกมของการเมือง สิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่ภาพจริง อะไรคือลับ อะไรคือลวง อะไรคือพราง ไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ๆ นักการเมืองก็ต้องรอการเลือกตั้ง ยาวนานออกไปอีก