Get Adobe Flash player

กระจกที่สะท้อนสื่อ

Font Size:

 

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่ามีการประชาสัมพันธ์ด้วยการใช้สื่อฯ มากที่สุด ตั้งแต่รายการโทรทัศน์คืนความสุขให้ประชาชนทุกวันศุกร์ ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้สื่อได้สัมภาษณ์แทบทุกวัน หรือทุกโอกาส

แรกๆ ก็เห็นนายกฯ มีบุคลิกเหมือนกับว่าค่อนข้างดุ แต่ก็เห็นนักข่าวดูจะสนุกกับเสียงดุของนายกฯ และเป็นภาพที่เห็นทุกวันจนชินตา

ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีในแต่ละวัน ถือว่ารายงานออกมาเป็นบวกมากกว่าลบ ซึ่งถ้ามองจากคนที่อยู่ภายนอกก็ถือได้ว่า นายกฯ ได้ประโยชน์จากการใช้สื่อฯ อย่างคุ้มค่า

สื่อมวลชนกับรัฐบาล น่าจะเป็นของคู่กันและพึ่งพากันไปตลอด แต่ปัญหาของนายกรัฐมนตรี ที่มีต่อสื่อมีอยู่ข้อเดียว คือไม่ค่อยเปิดโอกาสให้กับความเห็นต่าง และมักมองว่าความเห็นต่างไม่เกิดประโยชน์

กลายเป็นตัวทำลาย ทำให้เกิดการกระทบความมั่นคง สร้างปัญหาให้เกิดความไม่ปรองดองของคนในชาติ ฯลฯ

เห็นได้ชัดเจนล่าสุดนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นมาวิพากษ์สื่อมวลชนไว้อย่างน่าสนใจ

รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้สื่อมวลชนเขียนถึงเรื่องดี เรื่องที่มีประโยชน์บ้าง การบริหารราชการแผ่นดินเร็วขึ้น ลดความขัดแย้ง นายกมองว่า สื่อเท่านั้นที่ช่วยได้ ตนพูดเองการรับรู้ก็ไม่เหมือนกับสื่อเขียน สื่อไม่เคยเขียนผิดจากที่ตนพูดหรอก ตนเข้าใจ ไม่ได้ต่อว่า แต่เขียนถึงอีกฝ่ายให้มันดูรุนแรงขึ้น

นายกถามว่าประเทศไทยจะถูกมองว่าสงบหรือยัง เขาก็บอกว่าไม่สงบ สถานการณ์การเมืองไม่มีเสถียรภาพ การค้า การลงทุนก็เสียหาย คนมาเที่ยวลดลงนั่นแหละ สื่อต้องมองในมิตินี้ให้ด้วย

“ไม่อย่างนั้นสมาคมสื่อตั้งมาก็ไม่มีประโยชน์ ทำหน้าที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย เพราะคุมสื่อให้มีจรรยาบรรณไม่ได้ ผมไม่ได้พูดถึงสื่อที่เขียนดีอยู่แล้ว แต่มันมีบางคนที่ไม่มีจรรยาบรรณ เหมือนกับใช้ตาข้างเดียว มองเห็นแต่ความบกพร่องความผิดพลาดตลอดเวลา ในเมื่อที่ผ่านมาก็คนเดิมนี่แหละ อยู่ข้างคนที่ทำผิดตลอดเวลา นั่นแหละคนเหล่านี้ผมเรียกว่าไม่มีจรรยาบรรณ พอทำอะไรไปก็หาว่าผมไปจำกัดสื่อ ผมไปจำกัดอะไรที่ไหน”

“ผมไม่เคยไปวุ่นวายแต่อาจจะเสียงดังบ้างอะไรบ้าง ซึ่งผมอาวุโส อายุมากกว่า ฟังผมบ้างจะเป็นอะไรไป เหมือนฟังผู้ใหญ่คนหนึ่งบ่น ตรงนี้อยากให้ไปคิด หากประเทศชาติยังขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้จะไปทำอะไรได้ จะ สตรองเกอร์ ทูเก็ตเตอร์ คงไม่มีทาง จะเป็นประชาธิปไตยสากลก็ไม่มีทางอีก” ประยุทธ์กล่าว

เรามองว่า นายก เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพสื่อมวลชน ให้สื่อฯ ได้กลับมาสำรวจตัวเอง เช่นคำกล่าวที่ว่า เมื่อสื่อฯ วิจารณ์ผู้อื่นได้ สื่อฯ ก็ควรได้รับการวิจารณ์ได้เช่นกัน

ในทางกลับกัน ก็อยากเรียนว่าการวิจารณ์ ไม่ว่าจากสื่อหรือจากประชาชน เรามองว่าการมองเห็นต่าง ไม่ได้เป็นผลร้ายเสมอไป เห็นต่างก็อาจทำให้เกิดสิ่งดีๆ ก็ได้

ในทางการเมือง ในเมื่อทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าของประเทศ ทุกคนล้วนมีความหวังดีกับบ้านเกิดเมืองนอน แต่คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ผู้คนทั้งประเทศ เห็นเหมือนกัน

ยิ่งกับบุคคลสาธารณะ การวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นเรื่องปกติมาก

ที่สำคัญ เขาจะคิดอย่างไร เขาจะเห็นต่างอย่างไร ที่สุดแล้วเขาก็มีส่วนในความเป็นเจ้าของ แทนที่เราจะห้ำหั่นเป็นศัตรูกัน ทำไมเราไม่เลือกที่จะอยู่ร่วมกันบนความเห็นต่างให้ได้

รัฐบาลนี้ถือว่าได้เปรียบรัฐบาลอื่น เข้ามาด้วยการรัฐประหาร ไม่ต้องมีฝ่ายค้าน ไม่มีใครตรวจสอบการทำงาน มีอำนาจมีกำลังอยู่ในมือ สามารถตัดสินใจทำอะไรก็ได้ แม้แต่จะเรียกคนที่เห็นต่างมาปรับทัศนคติ

อยากให้รัฐบาลเห็นใจ และให้ความเมตตา กับฝ่ายที่เขาไม่เห็นด้วย