Get Adobe Flash player

‘หญิงไทย’ เหยื่อข้ามชาติ

Font Size:

มีข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของไทยระบุว่า มีหญิงไทย ถูกพิพากษาจำคุกข้อหานำเข้ายาเสพย์ติดชนิดร้ายแรง อยู่ในประเทศญี่ปุ่นมีมากกว่า 200 คน

ข่าวระบุว่า จะมีกลุ่มชายชาวญี่ปุ่นซึ่งมาจากแก๊งค้ายาฯ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย วางบุคลิกเป็นนักธุรกิจมาหลอกแต่งงานกับสาวไทย ฝ่ายหญิงก็หลงเชื่อเพราะเห็นว่าฝ่ายชายมีอนาคต จึงตกลงปลงใจ ต่อมาฝ่ายชายพาฝ่ายหญิงไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยฝ่ายชายใช้วิธีช่วยจัดกระเป๋า อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจ ยัดยาเข้าไปในกระเป๋าฝ่ายหญิง ถ้าผ่านการตรวจเข้าประเทศญี่ปุ่นไปได้ ก็จะทำกำไรมหาศาล แต่ถ้าถูกจับผู้รับเคราะห์จะต้องเป็นฝ่ายหญิงในฐานะเจ้าของกระเป๋า

เรื่องนี้เป็นข่าวอีกครั้งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพย์ติด จับกุม 4 ผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่น เครือข่าย “แก๊งใหญ่” ลักลอบเข้ามาขายยาไอซ์ให้นักเสพย่านสุขุมวิท โดยตำรวจได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา คดียาเสพย์ติด จำนวน 14 ราย

มีคดีที่น่าสนใจ 1 คดี เป็นการจับกุมผู้ค้ายาเสพย์ติดข้ามชาติรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหาเป็นชาวญี่ปุ่น จำนวน 4 คน พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 2,296 กรัม อาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 24 นัด จำนวน 1 กระบอก ธนบัตรญี่ปุ่น จำนวน 860,000 เยน ธนบัตรไทย จำนวน 1 ล้านบาท และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ

จับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ก่อนในห้างสรรพสินค้า ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คน จับกุมได้ในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจับกุมผู้ต้องหาที่ 1  กับพวกที่ยังหลบหนีอยู่มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพย์ติด โดยจะว่าจ้างหญิงไทยให้ซุกซ่อนยาเสพย์ติด ลักลอบลำเลียงออกนอกราชอาณาจักร เพื่อไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อีกทั้งลักลอบจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้จำหน่ายยาเสพย์ติดในเขตพื้นที่สีลม สุขุมวิท จึงวางแผนจับกุม และนัดส่งยาเสพย์ติดกันตามสถานที่ที่ถูกจับกุม ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 1 ได้นำยาไอซ์ จำนวน 2,296 กรัม มาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวล่อซื้อ จึงทำการจับกุมแล้วนำไปตรวจค้นห้องพัก ก็พบของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ

หลังจากนั้น ผู้ต้องหาก็ได้เสนอเงินให้ชุดจับกุม จำนวน 1.7 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ต่อมาผู้ต้องหาอีก 3 คน ก็เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมกับนำเงินสด จำนวน 1 ล้านบาท มาเสนอให้เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมเงินสดไว้เป็นของกลาง

จากนั้นตำรวจก็แจ้งข้อหาในกระทงต่างๆ และขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระบวนการยาเสพย์ติดข้ามชาติของญี่ปุ่นเป็นกระบวนการใหญ่ มีการกระทำความผิดทั้งในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น มีการใช้งาน “หญิงไทย” เข้าร่วมกระบวนการเพื่อความสะดวกในการมีสถานภาพและถิ่นพำนักในประเทศไทย รวมทั้งใช้หญิงไทยเป็นเหยื่อและ “แพะรับบาป” ในกระบวนการดังกล่าว

ซึ่งถ้าหญิงไทย ต้องถูกจองจำในต่างแดนโดยที่ไม่ได้เจตนาที่จะกระทำความผิด ก็นับว่าน่าเห็นใจ และสมควรที่จะได้รับความเป็นธรรม แต่ถ้าจะให้ความช่วยเหลือ ก็นับว่ายากมาก

ทางเดียวที่ทำได้คือความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ ที่จะสอบสวนหาข้อเท็จจริงร่วมกันซึ่งก็ยากอยู่ดี

เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันสื่อสารให้หญิงไทย ได้รู้เรื่องเหล่านี้ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น