Get Adobe Flash player

เหรียญสองด้าน

Font Size:

 ประวัติศาสตร์สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยต้องเสียดินแดนถึง 14 ครั้ง ส่วนหนึ่งเสียให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นเหตุการณ์ปกติ แต่ที่ไม่น่าเป็นไปได้ก็คือ ทำไม เราต้องเสียดินแดนให้กับอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่น่าจะเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะอยู่ไกลจากเรา

ดังเช่น ในสมัย รัชกาลที่ 1 เสียเกาะหมาก (ปีนัง) ให้กับประเทศอังกฤษ โดยที่อังกฤษมาเช่าเกาะหมาก แต่ในที่สุดก็ยึดเอาไป

ในสมัยรัชกาลที่ 2 เสียบันทายมาศ (ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดตราด) ให้กับฝรั่งเศส

ในสมัยรัชกาลที่ 3 เสียแสนหวี เมืองพง เชียงตุง ให้กับอังกฤษ (อังกฤษยึดพม่าเป็นเมืองขึ้น) ห่างไม่ถึงปีก็เสียรัฐเปรัค ในแหลมมลายูให้กับอังกฤษอีก

ในสมัยรัชกาลที่ 4 เสียเขมรและเกาะ 6 เกาะ พื้นที่ 124,000 ตร.กม. ให้กับฝรั่งเศส

ในสมัยรัชกาลที่ 5 เสียสิบสองจุไทย (เมืองไล เมืองเชียงค้อ) ให้กับฝรั่งเศส เกิดกบฏพวกฮ่อก่อกบฏ ฝรั่งเศสส่งทหารเข้าเมืองไล โดยอ้างว่า มาช่วยไทยปราบฮ่อ แต่หลังจากปราบได้แล้ว ก็ไม่ยอมยกทัพกลับ

ต่อมาเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน (5 เมืองเงี้ยว และ 13 เมืองกะเหรี่ยง) ให้กับอังกฤษ ประวัติศาสตร์ระบุว่า เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ทางด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจและทรัพยากร ด้วยเป็นดินแดนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ยิ่ง

เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส และยังต้องเสียเงินให้ฝรั่งเศส อีก 4 ล้านบาท

ปี 2450 เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส

นี่คือประวัติศาสตร์ของประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทย ที่แม้วันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่า อะไรคือความชอบธรรม ที่มหาอำนาจไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ หรือฝรั่งเศส ที่เข้ามาย่ำยีประเทศไทย และเพื่อนบ้านของไทย โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 เกิดเหตุก่อการร้ายทั่วกรุงปารีส โดยคนร้ายใช้ปืนกลเปิดฉากยิงที่ภัตตาคาร กราดยิงที่ศูนย์ศิลปะ และในเวลาเดียวกัน ยังได้เกิดเหตุระเบิดสามระลอก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 129 คน ทำให้รัฐบาลฝรังเศส ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ

ทั่วโลกออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่ประกาศอ้างแล้วว่าคนของตนอยู่เบื้องหลังการฆ่าทำลายล้างครั้งนี้ ว่า เป็นการก่อการร้ายที่ป่าเถื่อนและขี้ขลาด โดยผู้นำฝรั่งเศสระบุว่า ไอเอสกำลังทำสงครามกับฝรั่งเศส และว่าฝรั่งเศสจะตอบโต้การโจมตีด้วยวิธีรุนแรงอย่างขี้ขลาดน่าละอายนี้ อย่างไร้ความปรานี

แน่นอน การสังหารผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าสาเหตุจากเรื่องใด ย่อมไม่เป็นธรรมในความเป็นมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน สังคมโลกกำลังเสพข่าวด้านเดียว ในขณะที่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ใครอยู่เบื้องหลังความไม่สงบบนโลกนี้ และทำเพื่ออะไร ทำไมฝ่ายก่อการร้ายจึงลงมือกับฝรั่งเศสเช่นนี้

ในโลกอีกด้านหนึ่ง เราไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ชาวปาเลสไตน์ ชาวอิรัค ชาวซีเรีย คิดอะไร กำลังเผชิญชีวิตอยู่อย่างไร ท่ามกลางระเบิดลูกแล้วลูกเล่า วันแล้ววันเล่า ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างความชอบธรรม ไม่มีใครรู้ว่าความสูญเสียของพวกเขา ของประชาชนผู้บริสุทธิ์ จะเป็นจำนวนเท่าใด

เราเชื่อว่าการต่อสู้ไม่ทำให้เกิดความชอบธรรม ผลของการเข่นฆ่า ผู้ที่มีกำลังเหนือกว่าจะเป็นผู้ชนะเสมอ แต่ก็ต้องเดิมพันด้วยชีวิตมนุษย์ ที่ทุกคนบนโลกควรมีค่าเท่ากัน

เราอยากให้ทุกฝ่ายยุติปัญหาด้วยการเจรจา แม้จะยากแต่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เกิดสันติภาพ.