Get Adobe Flash player

รัฐสภายุโรป กับไทย

Font Size:

ถ้าเป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทย ออกมาประกาศว่า รัฐสภายุโรปได้ส่งหนังสือเชิญถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หรือเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์สะดวก

นับได้ว่า รัฐสภายุโรป เอาใจ อดีตนายกหญิงของไทยอย่างมากมายจนแทบไม่น่าเชื่อ  เมื่ออ่านจากเนื้อหาในคำเชิญ ก็อาจเรียกได้ว่า ยุโรป ได้เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยอย่างไม่เกรงใจ

เนื้อความในจดหมายอ้างว่า "รัฐสภายุโรประลึกถึงการเยือนสหภาพยุโรปที่ประสบความสำเร็จของท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ช่วงเดือนมีนาคม ปี 2556

ในระหว่างการเยือนประเทศไทยและสหภาพยุโรป สามารถสรุปการเจรจาความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน ระหว่างประเทศไทยกับประชาคมยุโรป (EU-Thailand Partnership and Cooperation Agreement)

นอกจากนี้ เรายังรู้สึกประทับใจที่ท่านให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์กับรัฐสภายุโรปในการพบปะกับ มาร์ติน ชูลซ์ ประธานรัฐสภายุโรป ในวันที่ 6 มีนาคม 2556

รัฐสภายุโรป ได้มีการติดตามพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทยด้วยความกังวลอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมาน่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ประเทศของท่านในขณะนี้ก็ยังคงไม่มีฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้ง และคงจะเป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึงกลางปี 2560 เป็นอย่างน้อย

ดังนั้น เราเห็นว่าช่วงเวลาของการขาดเสถียรภาพก็คงมีจะอยู่ต่อไป แผนการดำเนินงานของรัฐบาลปัจจุบัน ในการร่างรัฐธรรมนูญก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้ถูกปฏิเสธโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเป็นสภาที่ทหารได้เป็นผู้แต่งตั้งขึ้นมาเอง ซึ่งนั่นหมายความว่าประเทศไทยจะต้องมีการเริ่มกระบวนการการร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ เราเห็นว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ทุกๆ ภาคส่วนจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ เรายังมีความกังวลต่อกรณีที่ท่าน ได้ถูกถอดถอนออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีย้อนหลัง และการที่ท่านถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาด้วย

รัฐสภายุโรปยืนหยัดอย่างหนักแน่นในระบอบประชาธิปไตย และการส่งเสริมคุณค่าของประชาธิปไตย

ด้วยเหตุนี้เรามีความยินดี หากท่านจะรับคำเชิญของเราเพื่อมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ หรือเมืองสตราสบูร์ก ตามที่ท่านสะดวก หากเป็นเช่นนั้น เรามั่นใจว่าผู้ดำเนินการของทั้งสองฝ่าย จะสามารถร่วมมือกันจัดการให้การพบปะหารือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป"

จากจดหมายดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่า วิธีการผูกประโยคและการใช้ถ้อยคำ และลำดับเรื่องราว ไม่ค่อยเหมือนกับการใช้สำนวนในภาษาอังกฤษ ที่เป็นสากล

แต่กลับเหมือนกับเอกสารของพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาเพื่อลดเครดิตรัฐบาลเป็นครั้งคราว

แต่ ถ้าเป็นจริงตามจดหมายระบุ ก็แสดงว่าประเทศไทย อยู่ภายใต้การควบคุมตรวจตราของยุโรป อย่างไม่คลาดสายตา โดยที่ยุโรป จะไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น นอกจากท่องคาถา “ประชาธิปไตย” ที่มาจากการเลือกตั้ง และไม่สนใจว่า ผลของการเลือกตั้ง จะได้มาอย่างไร

ยุโรปตรวจสอบไทย โดยไม่เคยมอง “ความผิดพลาด” ของตนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ทั้งๆ ที่ปัญหาการเมืองในยุโรปเอง ก็ยุ่งเหยิงมากมาย มีปัญหาการก่อการร้าย การแก้แค้นด้วยการทำลายล้าง ที่ลงเอยด้วยการทำลายบ้านเมือง สังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์ ที่ร้ายแรงยิ่งกว่าเรื่องสิทธิมนุษยชน  

น่าเสียดายที่รัฐสภายุโรป มองสิ่งเหล่านี้ไม่เห็น