Get Adobe Flash player

ยามศึกร่วมรบ ยามสงบรบกันเอง

Font Size:

ประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ ก่อตั้งเมื่อปี 2489 จุดประสงค์ของการก่อตั้งพรรค คือ การเป็นฝ่ายค้าน คานอำนาจของนายปรีดี พนมยงค์ (ในขณะนั้น) โดยหมายจะให้เป็นพรรคของคนจน เช่นเดียวกับพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ

ถ้าเอาจุดประสงค์ของการก่อตั้ง ถือว่าพรรคประสบความสำเร็จ เพราะได้เป็นฝ่ายค้านมากกว่าเป็นรัฐบาล

และเพราะความที่เป็นฝ่ายค้านมาจนชำนาญ ทำให้ ส.ส.พรรคนี้ส่วนใหญ่ มีความสามารถในด้านการพูด โดยเฉพาะพูดเพื่อการตรวจสอบ มากกว่าการทำงานในด้านการบริหารประเทศ

ประชาธิปัตย์ เป็นเวทีสร้างนักพูด สร้างดาวดี ดาวร้าย ในสภามาแล้วมากมาย จนกล่าวกันว่า บุคคลที่ร่วมอยู่ในความขัดแย้งของบ้านเมืองกันทุกวันนี้ ส่วนหนึ่ง ถือกำเนิดมาจากประชาธิปัตย์

ไม่ว่าจะเป็น นายวีระ มุสิกพงศ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ฯลฯ

สมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปะอาชา ถูกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในขณะนั้น โจมตีจนนายกรัฐมนตรี แทบจะกลายเป็นคนต่างด้าวไปในพริบตา

เรามองว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังขาดความเป็นพรรคการเมืองที่ดี คือแล้งน้ำใจ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม เห็นได้ชัดเจน กรณี พรรคประชาธิปัตย์ คว่ำรัฐบาลนายบรรหาร

ข้อด้อยอีกข้อคือ เมื่อเสร็จศึกภายนอก หลายครั้ง ที่พรรคประชาธิปัตย์ เกิด “ศึกใน” ห้ำหั่นกันเอง จนทำให้คนที่เคยร่วมชายคา แยกตัวกันออกไปในหลายสถานการณ์ หลายวาระ ทำให้ขาดคนที่เป็นหลักในด้านต่างๆ โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่พรรคควรให้ความดูแลมากกว่าที่เป็นอยู่

ในกรณีของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ ตกเป็นจำเลยของพรรคประชาธิปัตย์ ต้นสังกัด ถูกนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และนายวัชระ เพชรทอง ออกมาตรวจสอบตั้งแต่ ปัญหาน้ำท่วม ที่แก้ไขไม่ได้ เรื่องการจัดซื้อเครื่องดนตรีให้กับโรงเรียนในเขต กทม. หนึ่งในข้อกล่าวหาคือ การซื้อเปียโน ให้กับโรงเรียนเล็ก ที่ยังไม่มีความพร้อมที่จะใช้ เพราะยังไม่มีครูสอน ฯลฯ

การให้ไฟเขียวเพื่อออกมาโจมตีกันเอง หากมองว่าเป็นการตรวจสอบ น่าจะฟังไม่ขึ้น จึงถูกมองว่าเพราะพรรค กลัวว่าข้อผิดพลาดในการบริหาร กทม.จะส่งผลมาถึงภาพพจน์ของพรรค จึงรีบตัด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ออกไป ซึ่งสิ่งนี้แสดงถึงความ “แล้งน้ำใจ”   

ความบาดหมางของ ผู้ว่าฯ กทม. กับพรรคต้นสังกัด รุนแรงขึ้น จนมีข่าวว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่รับโทรศัพท์ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค

ส่วนจะลุกลามไปแค่ไหน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เองก็มีแนวโน้มว่าจะเกษียณตัวเองหลังจากหมดเทอมการทำงานให้ กทม.เช่นกัน

ความจริง ปัญหาในกทม. พรรคประชาธิปัตย์ ควรยื่นมือเข้ามาช่วยตั้งแต่ต้น ยิ่งช่วงที่เกิดรัฐประหาร คนในพรรคกำลังตกงาน มีบุคลากรเหลือใช้มากมาย น่าจะระดมมาช่วยผู้ว่าฯ เข้าตำราช่วยกันทำงาน วางแผนอย่างเป็นระบบ ให้คนกรุงเทพฯ เห็นศักยภาพในนามพรรค หลายโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์พลาดการโชว์ฝีมือ พลาดการทำงานในระบบทีม ฝนตก รถติด น้ำท่วม ท่อตัน ไฟไหม้ ฯลฯ ไม่จำเป็นจะต้องเห็นแต่หน้าผู้ว่า กทม. ตรงกันข้าม ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ ก็อาจไปช่วยในโอกาสต่างๆ โดยไม่ทอดทิ้ง

การให้ร้าย การผลัก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ออกไป ไม่ได้เป็นผลดี ไม่ได้แสดงถึงความมีน้ำใจงามของพรรคประชาธิปัตย์แม้แต่น้อย.