Get Adobe Flash player

ความยุติธรรมใต้ร่มเงา

Font Size:

การประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. 9 คน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการเก่า 4 คน และว่าที่กรรมการใหม่ 5 คน 

มีผู้ประสงค์เข้ารับการคัดเลือกเป็นประธาน ป.ป.ช. 2 คน คือ นายปรีชา เลิศกมลมาศ กับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ โดยการลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง ให้ พล.ต.อ.วัชรพลเป็นประธาน ป.ป.ช.คนใหม่

ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ ด้วยความกังวล

นั่นคือ พล.ต.อ.วัชรพล ซึ่งจะมาทำหน้าที่พิทักษณ์ความยุติธรรม เป็นคนใกล้ชิดฝ่ายอำนาจ

หลังการเลือกตั้ง มีความเห็นจาก นายวัชระ เพชรทอง ว่า ไม่แปลกใจที่ พล.ต.อ.วัชรพล เงาของ พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธาน ป.ป.ช. เท่ากับว่า คสช.สามารถส่งนอมินีเข้าไปได้สำเร็จ แต่ก็เคารพต่อผลโหวตที่ออกมา

ส่วนจะสง่างาม บริสุทธิ์ โปร่งใส เที่ยงธรรมหรือไม่ ประชาชนดูออก คนเมื่อมีอำนาจก็ใช้อำนาจเต็มที่ โดยไม่สนใจว่าภาพพจน์องค์กรจะตกต่ำลงหรือไม่

ความเชื่อว่า การดำรงตำแหน่งประธานป.ป.ช.อีก 9 ปี จะสามารถช่วยเคลียร์เรื่องต่างๆ ให้ คสช.ยามหมดอำนาจนั้น ก็ไม่แน่นอน เพราะความสุจริตต่างหากเป็นเสื้อเกราะคุ้มครองที่แท้จริง

เมื่อพล.ต.อ.วัชรพล ได้เป็นประธาน ป.ป.ช.ตามเสียงเล่าลือใน สนช.จริง ก็เป็นการยากที่จะกำจัด คอร์รัปชั่นประเทศให้หมดไป

การตัดสินคดีของ ป.ป.ช.นับจากนี้ก็จะถูกสังคมจับตามองมากขึ้นเป็นลำดับ และถูกตั้งข้อสงสัยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กรนี้

เช่นเดียวกับ “ณัฐภัทร พรหมแก้ว” นักวิเคราะห์คนสำคัญ ได้ให้ข้อมูลและความเห็นผ่าน “คมชัดลึก” บางประเด็นว่า

ยุค คสช. พล.ต.อ.วัชรพล ยังได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับผู้ใหญ่มากบารมีในรัฐบาลนี้ เพราะนอกจากได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาราชการแทน ผบ.ตร.แล้ว ยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมาชิกในแม่น้ำสายสำคัญอย่าง สนช. และยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก่อนจะลาออกเพื่อมาสมัครรับการสรรหาจนได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.

จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เชื่อขนมกินได้เลยว่า พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ ที่เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี คงคอยสนับสนุนนายตำรวจคนนี้อยู่เงียบๆ  แต่พอเจ้าตัวรู้ข่าวดังกล่าวกลับปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง

การเลือกครั้งนี้ใช้วิธีโหวตลับ และผลออกมาก็ดูจะไม่สร้างความตื่นเต้นเท่าที่ควร เพราะตัวเก็งที่เข้าวินครั้งนี้ คือ พล.ต.อ.วัชรพล ได้คะแนนทิ้งห่าง นายปรีชา ถึง 7-2 เสียง

งานสำคัญที่รอพิสูจน์ฝีมือแม่ทัพปราบโกง อยู่ นั่นก็คือ องค์กรอิสระ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบแห่งนี้ จะสลัดภาพความเป็นคนของ คสช.ได้อย่างไร ทำอย่างไรถึงจะไม่ถูกมองว่าเข้ามารับงาน เพื่อเล่นงานบางกลุ่มบางฝ่ายอย่างเฉพาะเจาะจง หรือเรียกว่า ทำงานตามใบสั่งผู้มีอำนาจ

เรามีความเห็นว่า ข้อกังวลเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องจับตาและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และก็ยังอยากให้โอกาสที่จะต้องให้ “ผลงาน” เป็นเครื่องพิสูจน์บุคคลในองค์กร ถ้าผลงานออกมาดี ข้อกังวลต่างๆ ก็จะหายไป สังคมก็จะยกย่อง แต่ถ้าทำให้เกิดความไม่โปร่งใส “เข้าข้าง-ปกป้อง” ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ความเสียหายหนัก จะมาตกที่ คสช.ผู้อาสาเข้ามาปฏิรูปประเทศ ในข้อหาที่ก้าวไม่พ้นระบบพวกพ้องเสียเอง