Get Adobe Flash player

ยุคของความแตกแยก

Font Size:

ไม่เฉพาะเรื่องของนักการเมือง กลุ่มการเมือง หรือเรื่องของประชาชน ที่ถือหางพรรคการเมืองเท่านั้นที่กำลังเกิดปัญหาความขัดแย้งทางความคิด ทำให้ลุกลามกลายเป็นความแตกแยกที่แพร่ไปอย่างกว้างขวางในสังคมไทย

ความแตกแยกกำลังแพร่ขยายไปทั่วอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่เว้นแม้แต่ในวงการศาสนา

ก่อนหน้านั้นได้รับการยืนยันจากมหาเถรสมาคมว่า ไม่มีวาระในการเสนอชื่อพระสังฆราช แต่แล้วมีข่าวที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า มหาเถรสมาคม มีประชุมลับและมีมติเอกฉันท์ เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระสังฆราชองค์ใหม่ (องค์ที่ 20) ซึ่งเป็นพระราชาคณะองค์ที่กำลังถูกคัดค้านอยู่ขณะนี้

กลุ่มของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ชี้สาเหตุที่คัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วง ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากมีคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางพระธรรมวินัย และถูกกล่าวหาว่ามีความผิดทางกฎหมาย จากการช่วยเหลือพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” ทำให้ไม่ต้องปาราชิก

ทางกลุ่มนี้ยังติดตามความคืบหน้าอีก 2 เรื่อง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการแล้ว คือ 1.คดีรถหรูจดประกอบ ที่พบว่ามีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อครอบครอง และ 2.การที่ดีเอสไอได้มีมติว่าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงใช้พระอำนาจวินิจฉัยลงโทษพระธัมมชโย ให้ต้องอาบัติปาราชิก ด้วยข้อหายักยอกทรัพย์และอวดอุตริมนุสธรรม และได้ทำหนังสือถึง มส. ให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกแล้ว ซึ่งดูว่าจะมีการดำเนินการหรือไม่

เสียงคัดค้าน ที่มีน้ำหนักอีกเสียงคือ มูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน ในนามคณะศิษยานุศิษย์ขององค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน จะดำรงไว้ ซึ่งเจตนารมณ์ขององค์หลวงตาที่ได้เมตตาแสดงธรรมไว้ ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ต้องถือปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและโบราณราชประเพณี โดยถือเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ที่จะทรงมีพระราชวินิจฉัยตามแต่จะเห็นควร อันบุคคลผู้ใดจะก้าวล่วงมิได้

ในการนี้คณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาด ขออยู่เคียงข้างและร่วมแสดงจุดยืน ที่จะปกป้องพระธรรมวินัย และโบราณประเพณีอันดีงามนี้ อย่างเต็มกำลังความสามารถ

อีกกลุ่มคือพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม (พระพุทธะอิสระ) เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และคณะ ได้นำรายชื่อประชาชน 300,000 รายชื่อ ผ่านทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จช่วง เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20

สำหรับท่าทีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ไปแก้ปัญหามาให้ได้ เพราะหากแก้ไม่ได้ ตนก็ไม่สามารถเสนอชื่อไปได้ ขอให้รอเวลาที่เหมาะ

เช่นเดียวกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความจริงมีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชยังดำรงพระชนม์อยู่ แต่หากจะบอกให้ใช้รักษาการต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะจะต้องดูความเหมาะสมของเวลาด้วย แต่หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ อาจจะต้องใช้วิธีนี้ คือแต่งตั้งว่าที่พระสังฆราชมาปฏิบัติหน้าที่แทนไปพลางก่อน

ในขณะที่พระสายที่สนับสนุน “สมเด็จช่วง” ก็พร้อมถึงขนาดประกาศว่า พระพร้อมจะออกมาแสดงพลัง

การขัดแย้งทางความคิด แม้เป็นเรื่องปกติของกระบวนการประชาธิปไตยก็จริง แต่สังคมไทยกำลังมีปัญหาระหว่าง “พวกพ้อง กับความถูกต้อง” ที่นำพาไปสู่ยุคของความแตกแยกทุกหย่อมหญ้า ใครที่ฝันที่จะเห็นการปรองดองสมานฉันท์ในประเทศไทย คงจะต้องรอไปอีกนาน.

.............................