Get Adobe Flash player

อยู่กันด้วยเหตุผล

Font Size:

บทอาขยาน ที่ร้องว่า “นกเอ๋ย นกเอี้ยง คนเข้าใจ ว่าเจ้าเลี้ยง ซึ่งควายเฒ่า แต่นกเอี้ยง นั้นเลี่ยง ทำงานเบา แม้อาหาร ก็ไปเอา บนหลังควาย เปรียบเหมือนคน ทำตน เป็นกาฝาก รู้มาก เอาเปรียบ คนทั้งหลาย หนีงานหนัก คอยสมัคร งานสบาย จึงน่าอาย เพราะเอาเยี่ยง นกเอี้ยงเอย”

นั่นเป็นการตีความของผู้ประพันธ์ ที่อาจมองต่างมุม แต่หากมองอย่างชาวนา ที่คลุกคลีอยู่กับควาย และนกเอี้ยง จะเห็นว่าการที่นกเอี้ยงอยู่กับควาย เป็นการประสานผลประโยชน์อย่างลงตัวยิ่ง ถือว่านกเอี้ยงทำคุณให้ควายด้วยซ้ำ ที่คอยจับแมลงต่างๆ โดยไม่ให้ตอมหูตอมตา หรือแม้แต่ดูดเลือด รบกวนควาย ซึ่งต่างกับ “กาฝาก” ที่คอยแย่งอาหารของต้นไม้ จนต้นเดิมตาย

ช่วงนี้ สื่อมวลชน โดนวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในโลกโชเชียลมีเดีย และในวงสนทนา บุคคลเหล่านั้นออกมาปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช. และกล่าวโทษสื่อฯ ว่าเป็นผู้ถ่วงความเจริญ ใช้คำถามแบบไม่สร้างสรรค์

 โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนส่วนที่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ เพื่อแลกกับการให้บ้านเมืองสงบ ก็จะแสดงออกกันด้วยการออกมาตอบโต้สื่ออย่างรุนแรง ลามไปถึงการศึกษา และจรรยาบรรณ

เราเห็นว่า การที่ประชาชนออกมาตรวจสอบสื่อมวลชนเป็นเรื่องที่ทำได้ และมีความชอบธรรม เพราะผู้ที่วิจารณ์ผู้อื่น ก็สมควรที่จะให้ผู้อื่นวิจารณ์ได้เช่นกัน

เพียงแต่ผู้คนส่วนหนึ่งยังเข้าใจผิด คิดว่าการที่สื่อไปเซ้าซี้ถามนายกฯ เป็นเพราะการจ้องทำลาย ซึ่งความจริงนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง แท้จริงแล้ว เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล ซึ่งก็ได้ทำตลอดมา

หากสื่อไม่ถามนายกฯ ประชาชนก็จะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า นายกฯ หรือรัฐบาลนี้กำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งที่ทำนั้น มีข้อท้วงติงจากใครบ้าง ผู้ที่ไม่เห็นด้วย เขาคิดอย่างไร

จริงอยู่ มีกลุ่มบุคคลที่รักนายกฯ รักรัฐบาลนี้ แต่การรักแบบที่ใครแตะตัองไม่ได้ ไม่ใช่รักแท้หรือรักแบบหวังดี ประเภท “ใช่ครับพี่ดีครับท่าน” จะไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ถูกรัก

ดังคำโบราณที่ว่า “รักวัวให้ผูก ร้กลูกให้ตี รักมีให้ค้า รักหน้าให้คิด รักมิตรให้เตือน” จึงจะเกิดประโยชน์

เราเห็นว่า นายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลสาธารณะ ถ้ายุคของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะบริหารยากกว่านี้ เพราะต้องมีฝ่ายค้านไว้คอยตรวจสอบแทบจะทุกเรื่อง เพื่อให้รัฐบาลทำงานด้วยความระมัดระวัง และแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านอย่างมีเหตุผลและมีสติ แต่นี่ฝ่ายค้านก็ไม่มี ถึงมีก็อ่อนแรง จะไปกลัวหรือกังวลทำไม ถ้าเกิดใครจะแจกปฏิทิน

การใช้อารมณ์ จะไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใดเลย

หากย่อส่วนมาเป็นครอบครัว ถ้าพ่อแม่ดุด่าลูกทุกวันโดยอ้างว่าทำงานเพื่อครอบครัวจนเหนื่อย บ้านก็ไม่สงบ ลูกหลบหน้าพ่อแม่ ครอบครัวก็ไม่มีความสุข แม้พ่อแม่ จะเห็นว่าสิ่งที่ลูกทำนั้นผิด แต่ก็ต้องหาวิธีที่นุ่มนวล โดยใช้ความรักเป็นตัวนำในการแก้ทุกปัญหา

เราอยากจะฝากแฟนคลับท่านนายกฯ ว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นสมบัติของผู้หนึ่งผู้ใด แต่นายกฯ เป็นผู้นำประเทศโดยรวม ทุกคนควรจะสามารถแสดงความเห็นด้วยหรือเห็นต่างได้ เพราะคนอื่นๆ ที่มีความคิดแตกต่าง เขาก็เป็นเจ้าของประเทศเช่นเดียวกับเรา

นิ้วมือไม่เท่ากันฉันใด ความแตกต่างระหว่างบุคคล ก็มีได้ฉันนั้น

ประเทศเพื่อนบ้าน “กัมพูชา” เคยคิดแก้ปัญหาด้วยการเข่นฆ่าผู้มีความเห็นต่าง จนเกิดเป็นโศกนาฏกรรมที่ทุ่งสังหาร และคุกโตนสะแลง คนชาติเดียวกันเข่นฆ่ากันเอง ประชาชนหลายล้านคนสังเวยชีวิต แต่ก็ไม่สามารถขจัดความเห็นที่แตกต่างออกไปได้ เพราะสิ่งนั้นคือธรรมชาติ

เราอยากเห็นผู้นำทุกคน มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ประวัติศาสตร์ จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าช่วงเวลาไหน ใคร เป็นอย่างไร.

..................................