Get Adobe Flash player

อาเซียนไม่ใช่เสือกระดาษ

Font Size:

การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษตามการจัดการของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่เดอะริทซ์-คาลตัน แรนโชมิราจ ในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ สะท้อนภาพรวมที่น่าสนใจ

แม้ว่า สหรัฐ จะแสดงตนตลอดมาในการต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร (ยกเว้นที่สหรัฐหนุนอยู่เบื้องหลัง) ในการกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

ครั้งนี้ก็เช่นกันผู้นำสหรัฐ แถลงหลังเสร็จปิดการประชุมกับบรรดาผู้นำชาติอาเซียน ว่าสหรัฐยังคงเดินหน้ากระตุ้นให้ไทยกลับสู่การบริหารประเทศของรัฐบาลพลเรือน แม้รัฐบาลไทย ได้ให้คำมั่นที่จะจัดการเลือกตั้งขึ้น หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้น และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างเร็วสุดในปี 2560 แต่สหรัฐยังมองว่ากระบวนการนี้ก็ยังล้าช้า

สื่อใหญ่บางสำนักในสหรัฐ แสดงออกชัดเจน ด้วยการที่จะพยายามไม่ให้ความสำคัญกับไทย ทั้งยังเสนอบทความ เยาะเย้ยอย่างมหาอำนาจ ในลักษณะที่ว่า กลัวไทยจะนำประเด็นการประชุม ไปแอบอ้างว่าสหรัฐ ยอมรับในรัฐบาลไทย

แต่เรากลับเห็นว่า ท่าทีอย่างนี้ ไม่ต่างกับ “การเกลียดปลาไหล แต่กินน้ำแกง” นั่นหมายความว่า แม้จะพยายามกดดันไทยอย่างไรก็ตาม แต่นั่นเป็นเพียงการ “แก้เกี้ยว” เพื่อรักษาภาพพจน์ของสหรัฐเท่านั้น

จะสังเกตว่า ตั้งแต่ปี 2557 ไทยถูกจัดอันดับไปอยู่กลุ่ม 3 หรือเทียร์ 3 ในบัญชีค้ามนุษย์ ร่วมกับมาเลเซีย และถูกจัดว่าไม่ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ แต่เอกอัครราชทูตประจำสำนักงานเฝ้าระวังและต่อต้านภัยการค้ามนุษย์ ประจำกรุงวอชิงตัน ก็ประกาศออกมาว่า สหรัฐยังไม่มีมาตรการคว่ำบาตรกลุ่มประเทศที่ถูกจัดอันดับต่ำสุด จากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในครั้งนี้

หรือแม้การคว่ำบาตรจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของประธานาธิบดี นายบารัก โอบามา แต่สหรัฐ ก็ตัดสินใจไม่คว่ำบาตรไทยและมาเลเซีย

ในการฝึก คอบราโกล ซึ่งเป็นที่คาดกันว่า สหรัฐอาจยกเลิกนั้น ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการยกเลิก ทั้งยังมีการต่อเนื่องต่อไป มีเพียงการลดจำนวนทหารสหรัฐให้น้อยลง เพื่อรักษาหน้าไว้เท่านั้น

ใครจะมองประเทศไทยอย่างไร แต่เราเห็นว่าเมืองไทยวันนี้ ได้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับยุค 50 ปีก่อนโน้น ที่ถูกเรียกว่า ประเทศในโลกที่สาม หรือประเทศด้อยพัฒนา

ไทยวันนี้คือ “เกตเวย์” หรือประตูบานใหญ่สู่อู่ข้าวอู่น้ำ สู่ครัวโลก คืออาเซียน ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ เป็นอันดับต้นๆ รวมทั้งสภาพทางภูมิประเทศ สภาพของฐานทัพ ซึ่งก็ยังมีอยู่ ที่ไม่อาจจะทำให้มหาอำนาจใดเลิกคบค้ากันง่ายๆ

โดยเฉพาะอเมริกา ที่มองเห็นผลประโยชน์ชาติตนอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

สังเกตได้ว่า การประชุมครั้งนี้ ยังได้มีการหารือ ถึงความจำเป็นที่จะลดความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ รวมถึง การระงับการเข้ายึดครองพื้นที่เพิ่มเติม การก่อสร้างใหม่ และการนำกำลังทหารเข้าในพื้นที่พิพาท ฯลฯ

ยิ่งถ้าสหรัฐยังกังวลต่อเรื่องเหล่านี้ สหรัฐเองต่างหากที่ขาดไทยไม่ได้

เรามองว่า การที่สหรัฐ ต้องนั่งประชุมร่วมโต๊ะกับเรา รวมทั้งเพื่อนบ้านกัมพูชาที่มี สมเด็จ ฮุน เซน เป็นผู้นำ ซึ่งสื่อสหรัฐได้โจมตีมาโดยตลอด นั้นเพราะสหรัฐ ไม่สามารถปฏิเสธได้ต่างหาก

ถ้าเมื่อใด สหรัฐสูญเสียไทยไป ก็จะเป็นการเพิ่มพลังให้จีน มหาอำนาจหลังม่านไม้ไผ่ ที่สหรัฐระแวงมาโดยตลอด.