Get Adobe Flash player

ปรับทัศนคติ วัฒนา เมืองสุข

Font Size:

     

“ประชาธิปไตย” คือระบอบการปกครองที่ทุกคนช่วยกันคิด เข้าทำนองหลายหัวดีกว่าหัวเดียว ตามเจตนารมณ์ที่ว่า ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศและเจ้าของอำนาจที่ต้องร่วมรับผิดชอบโดยไม่ผูกขาดว่าเป็นภาระของฝ่ายใดแต่เพียงฝ่ายเดียว

เช้าวันที่ 2 มีนาคม 2559 มีกำลังทหารเดินทางไปที่บ้าน นายวัฒนา เมืองสุขอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อเชิญตัวไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อปรับทัศนคติ หลังจากที่นายวัฒนา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และคสช.

ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ระบุว่าเป็นผลสืบเนื่องจากการแสดงความคิดเห็นที่ผ่านมาของนายวัฒนา ลักษณะพาดพิงบุคคลและองค์กร ที่อาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจ คสช.คลาดเคลื่อน จึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่เชิญมาเพื่อปรับความเข้าใจ

เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะต่อมา นายวัฒนา ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้สั่งฟ้องและจับกุมในวันดังกล่าวก่อนที่จะนำตัวขึ้นศาลในวันที่ 3 มีนาคม ศาลอนุมัติฝากขัง12วัน

และยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 เป็นเวลาอีก 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 – 26 มี.ค. หลังจากครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 1 ในวันที่ 14 มี.ค.โดยระบุว่า เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น

สำหรับนายวัฒนา ได้รับการประกันตัวไปตั้งแต่ชั้นฝากขัง โดยศาลตีราคาประกัน 100,000 บาท และห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายวัฒนา ถ้าเราไม่มองว่าเป็นพวกใครหรือสีใด ก็น่าที่จะให้ความเป็นธรรม ไม่มากก็น้อย เพราะการวิจารณ์คือการท้วงติง ถ้าผิดก็อยากให้ถูก ถ้าถูกแล้วก็อยากให้ดียิ่งๆ ขึ้น

“ทำไมผมถึงวิจารณ์คุณไม่ได้”เป็นคำที่นายวัฒนาถามกลับไป เช่นเดียวกับข้อความที่ว่า

“สิ่งที่ผมต้องพูดคือถ้าคุณเห็นว่าผมทำผิด คุณต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับผมตามกฎหมาย ไม่ใช่ยกกำลังมาบุกบ้านเพื่อควบคุมตัวผมไปอย่างที่ทำกัน นั่นคือพฤติกรรมของการลุแก่อำนาจและใช้อำนาจตามอำเภอใจ ซึ่งขัดกับคำพูดของพวกคุณเองที่เรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย นี่คือสาเหตุสำคัญที่ผมเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย”

และสิ่งที่เราสงสัยก็คือ ในเมื่อรัฐบาลคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ถูกแล้ว และดีแล้ว ทำไมจะต้องกลัวการแสดงความคิดเห็น แม้จะไม่เห็นด้วยในสิ่งที่นายวัฒนาพูด แค่เพียงการรับฟังแล้วนำมาพิจารณา ทำไมจึงทำไม่ได้

ที่สำคัญ รัฐบาลนี้พูดเสมอว่าจะสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง รัฐบาลจะต้องปิดปากประชาชนอีกกี่คน ประชาธิปไตยที่ว่า จึงจะสำเร็จ