Get Adobe Flash player

คสช.ในมุมมองของ'ธีรยุทธ'

Font Size:

นายธีรยุทธ บุญมี ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "กฎหมาย คนจน ความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนา" ในงานวันสัญญา ธรรมศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559

นายธีรยุทธ ได้เสนอการปฏิรูปประเทศในบางประเด็นเช่น

ปัญหาภัยพิบัติของชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง นายกฯ ควรใช้อำนาจของตนตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ระดับชาติที่นำเสนอข้อมูล สอบถาม รับฟังความเห็นจากสาธารณะเป็นประจำ

ปัญหาทรัพยากรสำคัญของประเทศ ตั้งแต่พลังงาน น้ำ ไฟ ลม อากาศ บก ทะเล ซึ่งนับวันจะทวีคุณค่ามากขึ้น มีการสมคบคิดเอื้อผลประโยชน์แก่เอกชนหรือไม่ ปตท.และการไฟฟ้าฝ่ายต่างๆ ก็เป็นกลไกรัฐ คุมวงเงินรวมกันเกือบล้านล้านบาท แต่ไม่เคยมีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือได้นำมาเผยแพร่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านได้ปกปักรักษา หรือดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดในทรัพยากร

ระบบคมนาคมขนส่งโดยรวมของประเทศ ซึ่งหลังจากวางรากฐานมาดีพอสมควรตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เมื่อเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจก็ผิดทิศผิดทางมาตลอด หัวใจของข้อผิดพลาดก็คือ ไม่ได้มุ่งรับใช้ภาคสาธารณะหรือประชาชน

ปัญหาความมั่นคงของประเทศไทยในสถานการณ์โลก ซึ่งจะทวีความเข้มข้นซับซ้อน โดยหลักคิดการระดมสรรพกำลัง ความรู้ความคิดที่เหมาะสมในระดับชาติ เพื่อศึกษาขบคิดแนวทาง นโยบาย ปัญหานี้ มากกว่าจะให้เป็นภาระผูกขาดของกระทรวงการต่างประเทศ หรือสภาความมั่นคงแห่งชาติแต่ฝ่ายเดียว

เขามองว่า คนจนยังมีฐานะเป็นเพียงเบี้ยในกระดาน โดย "คสช." มีแนวโน้มปฏิรูปไม่สำเร็จ เพราะไม่มีความมุ่งมั่นปฏิรูป ไม่ได้ทำในช่วงที่มีอำนาจ โดยเฉพาะทหาร ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จะตัดสินว่าควรจะปฏิรูปอะไรอย่างไร และไม่ได้เชื่อมโยงบุคลากรวงการต่างๆ กว้างขวางพอจะเลือกใช้ได้อย่างวางใจ โดยมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ ต้องใช้เวลายาวนานเกินกว่าที่ทหารจะรับผิดชอบได้

ที่สำคัญ “กองทัพ” ก็อยู่ในระบบราชการที่จะถูกกระทบจากการปฏิรูปเช่นกัน

มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในคำอธิบายของ คสช. ที่ดูเหมือนว่าอยากดูแลสถานการณ์ต่ออีก 5 ปี มองว่า คสช.ไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นในเรื่องการปฏิรูป ไม่ผูกพันภารกิจปฏิรูปกับกองทัพตั้งแต่ต้น ในขณะที่ คสช.มีอำนาจมากเต็มที่ ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้ รัฐบาลจากการเลือกตั้งมีความพร้อมน้อยกว่ารัฐบาลปัจจุบันแน่นอน แล้วจะขอเวลาดูทำไมอีก 5 ปี จะได้ทำหรือ มันขัดแย้งในตัวเองและไม่สร้างความเชื่อมั่น

การที่มี ส.ว.สรรหา เท่ากับว่าเอาหลักการประชาธิปไตยไปเสียสละด้วยเหตุผลที่จะดูแลการปฏิรูป แต่พอมีอำนาจเต็มไม่ทำ มันสมเหตุสมผลหรือเปล่า

การเน้นเร่งร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องในเรื่องการปฏิรูป เขามองว่าสิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ประชาชนออกมามีส่วนร่วมปฏิรูป

ซึ่งน่าเสียดายเวลา 2 ปีของ คสช. แม้มีการดำเนินการในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการจัดระเบียบสังคม แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ไม่กี่ปีก็จะกลับมาเหมือนเดิม

แนวโน้มรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดเป็นรัฐราชการ และมีความเป็นอนุรักษ์นิยมมาจากพื้นฐานเดิมของกองทัพ ซึ่งในเรื่องการมี ส.ว.สรรหาก็เป็นสิ่งที่มาจากบุคคลแวดล้อม คสช.ที่ต้องการอยู่ในวังวนของผลประโยชน์ ซึ่งการมี ส.ว.สรรหาจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้หรือไม่นั้น โดยหลักประชาธิปไตยไม่ต้องมี ส.ว.ก็ได้ ประเทศเราจำเป็นหรือไม่ก็ยังไม่มีการถกเถียงกันในเรื่องนี้

เขามองว่า คะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ในเวลานี้ถือว่าค่อนข้างดี เพราะคนกลัวการออกมาชุมนุมเดินขบวน จึงไม่มีเสียงคัดค้านออกมาจากประชาชน จนบางเรื่องในทางวิชาการมองว่า “ย้อนหลังไปมาก” และในระยะยาวอาจจะมีปัญหา เพราะไม่ได้อยู่ในหลักการที่ถูกต้อง

ส่วนถ้ารัฐธรรมนูญประกาศใช้ และมีรัฐบาลที่มีโครงสร้างของทหารอยู่จะยังได้รับความนิยมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน.