Get Adobe Flash player

แพ้คือชนะ-ชนะคือแพ้

Font Size:

  

ในที่สุด นายวัฒนา เมืองสุข ก็เข้ามอบตัวกับฝ่ายทหารที่มณฑลทหารบกที่ 11 ในความผิดที่ไปวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายจาตุรนต์ ฉายแสง มารอให้กำลังใจ นอกจากนั้นยังมีผู้แทนจากสถานทูตนอร์เวย์ แคนนาดา และสวิตเซอร์แลนด์ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร ได้คุมตัวนายวัฒนา ขึ้นรถตู้ เข้าไปภายใน มทบ.11ทันที ก่อนที่จะย้ายสถานที่การควบคุมตัว ไปยังที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเป็นความลับ เพิ่มความตึงเครียดในบรรยากาศของการเมือง ในยุคที่ทหารเข้ามาควบคุมดูแลประเทศ

แม้เราไม่เห็นด้วยในสิ่งที่นายวัฒนานำเสนอ แตเราก็ไม่เห็นด้วย ที่ คสช.เข้าควบคุมตัวนายวัฒนา หรือประชาชนคนใดที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล เพราะความคิดเห็นฯ นอกจากจะเป็นเป็นกระจกสะท้อนแล้ว ยังเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่แม้แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช.เองก็กำหนดไว้  

ยิ่งไม่เห็นด้วยที่เจ้าหน้าที่ทหารได้แจกเอกสารอ้างว่า นายวัฒนาได้กระทำผิดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 44 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดบางประการ ที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายชาติ ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

เพราะไม่เห็นว่า บ่อนทำลายชาติ ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตรงไหน

นายนรินพงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความส่วนตัวนายวัฒนา กล่าวว่าได้ทำหนังสือยื่นไปยังนาย บัน คี มูน รวมถึงยื่นให้สหประชาชาติ แคนาดา ออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา โดยให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 4 ให้สิทธิแสดงความเห็น สิทธิแสดงออกตามปฏิญญาสากลโลกได้ แต่วันนี้กลับทำไม่ได้ จึงต้องร้องเรียนไปยังต่างชาติว่า ถูกลิดรอนสิทธิ ไม่ใช่เป็นการยืมมือต่างประเทศมากดดันไทยและทหารไทย

พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ก็ออกมาย้ำหนักแน่นว่านายวัฒนา พูดกี่ครั้ง ก็จะเชิญเท่านั้น ก็พูดกันไม่เข้าใจ ตนบอกแล้วไม่ใช่เวลาต้องออกมา ช่วงนี้ให้อยู่เฉยๆ ให้เราทำงานตามความมุ่งหมายให้ได้ ส่วนออกมาต่อต้านและรณรงค์ไม่รับร่าง รธน.ว่า คงรณรงค์ไม่ได้ ห้ามรณรงค์ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ชอบก็ชอบ รวมถึงการใส่เสื้อโหวตโน หรือโหวตเยส ก็ไม่ได้ หากเจอต้องถอดออก

จากการติดตามข่าวคราวตั้งแต่ต้น เราเข้าใจในการตัดสินใจของฝาย คสช.ที่ต้องการยุติแรงกระเพื่อม แต่ผู้บริหารประเทศ ไม่ใช่ผู้ควบคุมประเทศ

การควบคุมนายวัฒนา ซึ่งมีภูมิหลังเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีของประเทศไทย ย่อมเป็นที่เฝ้าจับตามองของคนในชาติไม่มากก็น้อย การไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ ย่อมไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของมิตรประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ล่าสุด พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และรองโฆษก คสช. ออกมาบอกว่า ยืนยันเป็นไปตามขั้นตอนและกรอบของกฎหมาย โดยไม่ละเมิดสิทธิ์ เพียงแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะควบคุมตัวกี่วัน หรือจะปล่อยในวันใด

ในส่วนของเรา ในฐานะประชาชน กลับมองว่า การควบคุมตัวนายวัฒนา ทำให้สามารถยุติกระแสวิจารณ์รัฐธรรมนูญได้ในระดับหนี่งก็จริงอยู่ เหมือนกับว่าเกมนี้ฝ่าย คสช.สามารถกดฝ่ายการเมืองไว้ได้อย่างราบคาบ แต่การกักขังหน่วงเหนี่ยวนายวัฒนา ก็ไม่มีประโยชน์อันใดต่อสันติสุขของบ้านเมือง แม้สามารถปิดปากนายวัฒนาได้ชั่วคราว รวมทั้งไม่ให้คนอื่นเอาอย่างก็จริงเช่นกัน แต่ความเสียหาย “มากๆ” และผลจากความเสียหายนี้ จะตกอยู่กับ คสช.เอง

ประเทศชาติเป็นของทุกคน  ไม่ใช่ให้ทำเกิดความรู้สึกว่า “ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย”  เราก็ได้แต่ย้ำเตือนอย่างผู้ปรารถนาดี วันนี้อาจไม่มีใครเชื่อ แต่ขอให้ห่วงผลกระทบต่อไปในระยะยาวบ้าง.

...................................