Get Adobe Flash player

ให้ดูที่เจตนา

Font Size:

จากกรณี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาโพสต์ข้อความ แสดงความกังขา กรณีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แทนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเร่งหาความจริงให้ปรากฏ กลับเตรียมออกหมายเรียก ดร.อาทิตย์ เข้าสอบปากคำ เนื่องจากการโพสต์ข้อความที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับความเสียหาย

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ตั้งข้อหา ความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และหมิ่นประมาท และหากการสืบสวนพยานหลักฐานพบว่ามีข้อเท็จจริง อาจจะมีการออกหมายเรียก ดร.อาทิตย์ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา

มีความเห็นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นการเตือนทุกคน ในการที่จะพูดกล่าวหา หรือต่อว่าใคร ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง ตนไม่ได้ไปสั่งให้ฟ้องหรือไม่ฟ้อง

เรื่องนี้ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของใคร แต่กฎหมายก็เขียนไว้อย่างชัดเจน การที่จะไปด่าคนอื่นนั้นไม่สามารถทำได้ ถ้ากฎหมายอนุญาตให้ทำได้ ก็ไปด่ากันเองแล้วกัน

เช่นเดียวกับที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ ยืนยันว่า ถ้า ดร.อาทิตย์ พูดแบบนี้จะต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่มาบอกว่าคนทั่วไปก็พูดกัน พูดแบบนั้นไม่ได้ ตนยืนยันว่าตำรวจเขาทำงานเต็มที่ พยายามทำทุกอย่างไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพื่อความยุติธรรม

ตนมีความเชื่อมั่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ายุคนี้ไม่มีการทำแบบที่เขากล่าว การพูดแบบนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียขวัญและกำลังใจในการทำงานไปมาก ตำรวจตั้งใจทำงานแต่กลับมีคนมาบอกแบบนี้ คนที่ได้ตำแหน่งก็ต้องดีใจ แต่คนที่ไม่ได้ก็เสียใจเป็นเรื่องธรรมดา

สรุปทั้งนายก และรองนายกก็มองแค่ในมุมของท่าน

แต่เรากลับมีความเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเหมือนบุคคลสาธารณะ การแสดงความเห็นของ ดร.อาทิตย์ เป็นเจตนาที่ต้องการให้มีการปฏิรูปเริ่มด้วยการตรวจสอบองค์กร เพื่อให้เกิดความชัดเจน และให้รู้สึกถึงความชอบธรรม ในฐานะผู้รักษากฏหมายและผู้ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

องค์กรตำรวจ ไม่ใช่นักเรียนประถม ควรมีความหนักแน่น ไม่เสียขวัญง่ายๆ

ที่ถูกก็คือ เมื่อมีข้อกล่าวหาเกิดขึ้น ตำรวจต้องแก้ความสงสัยด้วยการหาความจริง เช่นการตั้งกรรมการเข้ามาตรวจสอบ หากพบเห็นสิ่งไม่ชอบมาพากล ก็ให้บอกความจริงกับประชาชน แต่ถ้าไม่พบสิ่งผิดปกติ ก็ให้บอกประชาชนเช่นกัน อย่างน้อยก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่น แม้อาจทำไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม

เห็นด้วยกับ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ว่าควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาสนช.ควรตั้งกระทู้ถามรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นระบบ ถ้าไม่มีผู้ใหญ่คนใดไปเกี่ยวข้องแสดงว่าต้องมีใครแอบอ้าง

มีความเห็นจากนายสุริยะใส กตะศิลา คสช.ต้องใจกว้างและจำแนกแยกแยะ ข้อเท็จจริงก็ไม่ถึงขั้นต้องดำเนินคดีหรือออกหมายเรียกอะไรเลย ดร.อาทิตย์เป็นผู้ใหญ่ และโพสต์ไปด้วยความหวังดี ไม่มีมูลท่านคงไม่โพสต์ และโยกย้ายครั้งนี้ก็มีพิรุธมากมายจริง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่แล้ว

ที่สำคัญ ประเด็นที่โพสต์ก็มีเป้าหมายเพื่ออยากเห็นการปฏิรูปตำรวจ อยากให้มีระบบคุณธรรมในการโยกย้าย ไม่อยากให้มีข่าวไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในวงการตำรวจในยุคที่ใครๆ ก็อยากเห็นการปฏิรูปตำรวจ

คสช.ควรใช้ท่าทีที่เป็นมิตรกว่านี้ มาพบหรือให้คนมาเอาข้อมูลจาก ดร.อาทิตย์ ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าเหวี่ยงแห และไม่แยกแยะไม่ดูเจตนา คสช.ควรใจกว้างและต้องไม่มองคนที่หวังดีเป็นศัตรูไปเสียทั้งหมด

เหมือนมีคนแจ้งเบาะแสการทุจริต ตำรวจก็ต้องแกะรอยตามเบาะแสนั้น

ไม่ใช้มาจับกุมผู้ที่ให้เบาะแส.