Get Adobe Flash player

พบ'ไวรัสซิกา'ในไทย

Font Size:

การเฝ้าระวังอันตรายที่มาจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกัน โดยเฉพาะพาหะของโรค ที่นำพาโรคอันตรายใหม่ๆ เข้ามา แล้วพัฒนาสายพันธุ์จนมีอันตรายเพิ่มขึ้น  

ในประเทศไทย โรคที่มากับยุง เป็นอันตรายที่สุด เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนชื้น มีปริมาณน้ำฝนมาก และมีน้ำท่วมขังไปทั่ว พูดได้ว่าไม่มีใครในประเทศไทย ที่ไม่เคยถูกยุงกัด

อย่างเช่น กรณีของโรคไข้เลือดออก ซึ่งเมื่อหลายปีก่อน เราได้ยินเพียงว่าพบผู้ป่วยเฉพาะในเด็ก ต่อมาก็พบผู้ป่วยในวัยต่างๆ เพิ่มมากขึ้น มีสายพันธุ์ของโรคที่ดื้อยามากขึ้น และมีอันตรายมากขึ้น ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิต เพิ่มมากขึ้นไปด้วย

แล้วล่าสุดก็มีข่าวว่า พบโรคอันตรายใหม่ที่มียุงเป็นพาหะ โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตรวจพบผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อ “ไวรัสซิก้า” ที่ตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย

ไวรัสซิก้า ได้มีข่าวการแพร่ระบาดในแถบลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศบราซิล ที่การระบาดรุนแรงจนต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และสถานการณ์ยังรุนแรงไม่หยุด ทำให้ องค์การอนามัยโลก ประกาศให้การระบาดของไวรัสซิก้า เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน จะแสดงอาการออกมาให้เห็นหลังได้รับเชื้อ จะปรากฏอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้เลือดออก ได้แก่ มีผื่นแดงขึ้นตามตัว ไข้ขึ้นสูง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว และปวดหัว แต่อาการเหล่านี้สามารถทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

แม้ไม่รุนแรงเท่าโรคไข้เลือดออก แต่ผลกระทบน่ากลัวกว่า

กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสซิก้ามากที่สุดคือ กลุ่มสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งหากติดเชื้อแล้วจะทำให้ทารกในครรภ์ได้รับอันตรายด้วย คือจะทำให้เด็กมีศีรษะเล็กกว่าปกติ ดังนั้นจึงมีคำเตือนหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของโรค หรือหากเป็นประชากรในประเทศที่มีการระบาดก็ขอให้ชะลอการตั้งครรภ์ออกไปก่อน แต่หากหญิงตั้งครรภ์มีอาการไข้ ผื่นขึ้น ตาแดง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อ ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อทำการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อ

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ป่วยที่มีไข้ออกผื่น กลุ่มเด็กทารกที่มีศีรษะลีบ และผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ ก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้

สำหรับข่าวล่าสุดในประเทศไทย ผู้ป่วยที่พบในครั้งนี้เป็นเด็กผู้ชาย 1 คนและเด็กผู้หญิง 1 คน อายุ 10-11 ปี ก่อนมีอาการ เด็กทั้งสองคน ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ไม่ได้ระบุว่าเป็นจังหวัดใด) พอกลับมาก็มีอาการเป็นไข้ มีผื่นแดง ปวดกล้ามเนื้อ พ่อแม่เด็กก็นำตัวเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จนขณะนี้อาการดีขึ้นเกือบเป็นปกติ และแพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน อาการปลอดภัยแล้ว

ไวรัสซิก้า ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ ดังนั้นการติดต่อจึงมาจากการถูกยุงที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ยังอาจติดต่อได้ทางเลือด หรือแพร่จากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดของโรค ก็คือพยายามอย่าให้ยุงกัด อีกทั้งควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อเป็นการตัดวงจรการขยายพันธุ์ แต่การกำจัดยุงลายในบ้านเรา ยังไม่เคยประสบความสำเร็จ.