Get Adobe Flash player

อำนาจจากประชาชน

Font Size:

วันที่ 7 สิงหาคม 2559 เป็นวันที่ประชาชนทั้งประเทศจะออกเสียง รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงประชามติ

ประเด็นรัฐธรรมนูญ ที่นัยว่าคราวนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมาย ได้มีการออกแบบไว้เพื่อขจัดนักการเมืองโกง จนบางฝ่ายหวั่นไหวว่า ร่างเพื่อกำจัดนักการเมืองบางพรรคโดยเฉพาะ บ้างก็ว่า ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกัน “ระบอบทักษิณ” ไม่ให้กลับมา

ซึ่งเราไม่อยากเชื่อว่าประเทศของเรา จะอับจนถึงขนาดเขียนรัฐธรรมนูญด้วยความหวาดกลัว และไม่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะสามารถห้ามใครได้

และยังมองว่า เมื่อถึงเวลาที่บังคับใช้ รัฐธรรมนูญจะไม่สามารถเป็นอาวุธของฝ่ายใดโดยเฉพาะ เพราะในทางการเมือง ในวงราชการ แม้ผู้ที่อยู่ในเครื่องแบบสีต่างๆ ดี ชั่ว อยู่ที่ตัวบุคคล มีโอกาสที่ใครฝ่ายใดจะทำความผิดได้ทั้งสิ้น ไม่มีฝ่ายใดเป็นเทพ หรือเป็นมารอย่างถาวร

ภาพที่เราเห็น ข่าวสารที่เราได้ยิน อาจจะไม่ใช่ข่าวที่มาจากข้อเท็จจริงทั้งหมด ในฝ่ายเทพ อาจจะเต็มไปด้วยหมู่มาร หรือในฝ่ายมาร อาจจะมีเทพ ปะปนอยู่ย่อมเป็นไปได้ทั้งสิ้น

ใครที่ทำความผิดต่อบ้านเมืองและประชาชน ก็จะได้รับการลงโทษ ไม่เว้นแม้ว่าจะเป็นฝ่ายใด

บางคนเห็นว่า รัฐธรรมนูญไทย จะเขียนไว้เลิศหรูอย่างไร ก็ใช้ได้ไม่นาน ท้ายที่สุดไม่กี่ปีก็ถูกฉีกทิ้งอยู่ดี ว่ากันว่า รัฐธรรมนูญ จ้องแต่จะลงโทษนักการเมืองฝ่ายเดียว แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใด ที่เขียนป้องกันไม่ให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญ หรือมีบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน โดยที่ประกาศคณะปฏิวัติ หรือกฏหมายนิรโทษกรรม ก็ไม่สามารถล้มเลิกได้

นั่นเพราะว่าผู้เขียนรัฐธรรมนูญ รวมทั้งผู้สั่งการให้เขียนรัฐธรรมนูญ มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดทางให้มีการยึดอำนาจ หรืออาศัยรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นผู้คุมอำนาจ

วรพล กิตติรัตวรางกูร นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจยิ่ง  เขากล่าวถึง มติที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เห็นชอบให้ตั้งคำถามประชาชนว่า “เห็นด้วยหรือไม่ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติ ควรกำหนดในบทเฉพาะกาลว่า ระหว่าง 5 ปีแรก ตั้งแต่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ”

บุคคลใน สนช.ให้เหตุผลในการที่ ส.ว.มาร่วมโหวตเห็นชอบนายกรัฐมนตรี 5 ปี โดยคำถามพ่วงบอกว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีการวางยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งที่เคยมีการศึกษากันมาแล้วว่าประเทศที่ขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างรวดเร็ว 60 ประเทศ ใน 200 กว่าประเทศทั่วโลก ต่างก็มียุทธศาสตร์ชาติระยะยาวทั้งสิ้น

การให้เหตุผลของบุคคลใน สนช. ว่าที่ประเทศไทยจะต้องมีความมั่นคง ต้องมีความสงบเรียบร้อยในประเทศ ไม่มีการชุมนุมประท้วง เผา หากไม่มีความมั่นคงประเทศเดินไม่ได้ และเมื่อมั่นคงแล้วต้องกำหนดยุทธศาสตร์ แผนการปฏิรูปให้ชัดเจน ว่าจะปฏิรูปอะไร มีเป้าหมายอย่างไร มียุทธวิธีอย่างไร อะไรคือผลประโยชน์แห่งชาติ เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้วต้องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและรับรู้การปฏิรูปร่วมกัน

มีผู้ตั้งข้อสังเกตประเด็นคำถามพ่วง คล้ายๆ กับว่าเป็น “เมล็ดพันธุ์” หมกมากับร่างรัฐธรรมนูญ เจตนาเพื่อให้ระบบแต่งตั้งจากหัวขบวน เติบโตคู่ขนานไปพร้อมกับระบบเลือกตั้ง ทั้งยังทำให้ระบบเลือกตั้งอ่อนแอ เป็นการอิงแอบเพื่อรักษาภาพให้ชาวโลกเห็นว่าประเทศไทย มีการเลือกตั้ง มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

แต่แท้จริงการเมือง ยังอยู่ในอำนาจของ 250 ส.ว.ที่จะเป็นผู้กำหนด

ถามว่า ส.ว.ที่ว่านั้นมาจากไหน มาจากกลุ่มอำนาจที่มีอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ซึ่งแน่นอน ประชาชนในฐานะหนึ่งเสียงของประเทศ ควรหรือไม่ที่จะยกอำนาจอธิปไตยให้กับผู้หนึ่งผู้ใด วันที่ 7 สิงหาคม จะมีคำตอบ