Get Adobe Flash player

สิ่งจำเป็นที่ประชาชนต้องรู้

Font Size:

ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ คสช.ถือเป็นฉบับที่สอง หลังจากฉบับแรก ถูกตีตกไปก่อนที่จะคลอดออกมา ฉบับที่สองนี้จึงถูกประคบประหงมเป็นพิเศษ จนหลายฝ่ายมองว่า ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้เลย และถูกตั้งคำถามว่า ถ้าวิจารณ์ไม่ได้ แล้วจะถือว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

มีข้อความประชาสัมพันธ์ จาก กรธ.ถึงประชาชน ให้ “อ่านก่อนตัดสินใจรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 279 มาตรา” ซึ่งเราเห็นว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ที่จะให้ประชาชนได้รู้อย่างถ่องแท้เสียก่อน

แต่การที่จะให้ประชาชน “อ่านรัฐธรรมนูญ” เป็นเรื่องที่ทั้งยากที่จะให้อ่าน  และยากที่จะให้เข้าใจ

จึงควรที่ กรธ.จะได้มีการออกมาชี้แจงในรายละเอียด และเปิดโอกาสให้มีความเห็นแย้ง “ในที่แจ้ง” เช่นเปิดโอกาสให้มีคำถาม นำข้อสงสัยต่างๆ มาชี้แจง ผ่านสื่อโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ปิดกั้น อย่างเช่นที่ผ่านมา

ถ้าวิเคราะห์ว่า คสช.ห่วงอะไร มองได้จากการที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่เชื่อว่ายังมีผู้ไม่หวังดี คอยยุยงปลุกปั่นอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ โดยเตือนสติสังคม ให้ระมัดระวังการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และไม่หลงเชื่อผู้ที่ไม่หวังดี และยังได้กำชับให้ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อการออกเสียงประชามติทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ เฝ้าระวังป้องกันและระงับเหตุอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงใกล้วันลงประชามติ

รวมถึงกรณีการปล่อยข่าวสร้างความสับสนทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย เช่นว่าจะทำให้ข้อมูลประชาชนไม่ปลอดภัย ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้จะไม่น่าห่วง ถ้ามี เวทีการชี้แจง “ในที่แจ้ง” ตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตามในโค้งสุดท้าย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต.กล่าวถึงการจัดเวทีดีเบตร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม ผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยให้เหตุผลว่า เป็นกิจกรรมเสริมช่วงก่อนทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนรับรู้กว้างขวางมากขึ้น

โดยการดีเบตจะมีวิทยากรทั้งฝ่าย ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาร่วมรายการฝ่ายละ 2 คน โดยมีประเด็น เช่น 30 บาท รักษาทุกโรคยังอยู่หรือไม่ คนยังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลในราคาถูกหรือไม่ การศึกษาฟรี 12 ปี เบี้ยผู้สูงอายุ หรือเรื่องทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาปากท้องที่ประชาชนยังเข้าใจไม่ชัดเจน จึงต้องเอาคนร่างและคนห่วงใยมาพูด แต่ไม่ใช่เอาคนค้านหัวชนฝามา ต้องเป็นคนค้านอย่างมีเหตุผล

ในขณะที่นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ก็ยืนยันว่า กรธ.มีความพร้อม หากมีเวทีถกแถลงร่างรัฐธรรรมนูญเป็นลักษณะแลกเปลี่ยนความเห็นกัน รับได้ไม่มีปัญหา

แม้แต่มุมมองจาก นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และแกนนำ พท. ยังเห็นว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้คนได้ฟังความเห็นต่างมากขึ้น แต่ถือว่าช้าไปมาก แต่ก็ยังไม่สายไป และควรเปิดเสรีให้ทีวีทุกช่องจัดได้ และไม่ต้องไปจำกัดต้องมีทั้ง 2 ฝ่ายเสมอไป

และมองว่า การลงประชามติครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรมเลย ใครที่สนใจการทำประชามติครั้งนี้อยู่บ้าง จะเห็นว่าแปลกประหลาดมากที่สุดในโลก คือมีแต่เพียงรูปแบบเหมือนเปิดให้ทำประชามติ แต่จริงๆ แล้วมันจำกัดการแสดงความคิดเห็นแทบจะสิ้นเชิง เป็นเรื่องที่ทั่วโลกไม่เข้าใจและจะส่งผลเสียต่อการคืนประชาธิปไตย การมีเสถียรภาพในอนาคต

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พท. กล่าวว่าการที่ กกต.จะกำหนดประเด็นการพูดคุยนั้น ตนมองว่า สิ่งที่ประชาชนสนใจคือทำไมต้องให้เลือกตั้งแบบใช้บัตรใบเดียว ทำไมคำถามพ่วงต้องให้ ส.ว. 250 คนที่มาจากการสรรหา มีสิทธิเลือกนายกฯ ทำไม ส.ว.ต้องกำหนดจากข้าราชการประจำ เช่น ผบ.เหล่าทัพ ทำไมการแก้รัฐธรรมนูญแทบไม่มีทางเป็นไปได้ และอีกหลายประเด็นควรกำหนดไปด้วย มิใช่ให้พูดเรื่องที่อยากให้พูดเท่านั้น

และนี่คือเสียงสะท้อน ที่ควรทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เพราะที่สุดแล้วประชาชนคือผู้ที่ต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้.