Get Adobe Flash player

ความสงบ สยบความรุนแรง

Font Size:

ไม่มีระบอบการปกครองแบบใดที่ดีที่สุด แต่ละระบบล้วนมีข้อดีและข้อบกพร่องในตัวของมัน การเมืองจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์  การยึดมั่นถือมั่น ความรู้สึกสุดโต่ง ไม่รู้จักแพ้ไม่รู้จักชนะหรือการให้อภัย นอกจากไม่ช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้นแล้ว ยังจะส่งผลกระทบต่อประชาชน และอาจสร้างปัญหาเหมือนวัวพันหลักให้กับตนเองในระยะยาวอีกด้วย

นักการเมือง ผู้บริหาร หรือนักปกครองก็เช่นกัน ย่อมจะมีทั้งขาขึ้นและขาลง มีทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ และช่วงเวลาที่ตกต่ำ ไม่สามารถผูกขาดอำนาจเอาไว้กับผู้ใดผู้หนึ่งได้ตลอดไป เหมือนคลื่นในทะเล ที่จะมีคลื่นลูกใหม่ตามคลื่นลูกเก่าเสมอ ถ้าขึ้นได้แต่ลงไม่ได้ ก็หาความสุขให้กับชีวิตไม่ได้

ประเทศไทย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ สังคมมีความเหลื่อมล้ำ และช่องว่างของความแตกต่าง ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ทางการศึกษา วัฒนธรรม ความเชื่อ ความต้องการพื้นฐาน ทำให้ความเห็นในเรื่องราวต่างๆ มักไม่ตรงกันเสมอ

เช่น ปัญหาในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความพยายามในการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่อง เป็นปัญหายืดเยื้อ คาราคาซังมานับ สิบๆ ปี และมีแนวโน้มว่าจะยังไม่สงบลงได้ในระยะเวลาอันสั้น

แต่การก่อวินาศกรรม หรือสร้างความไม่สงบในท้องถิ่น ไม่สามารถทำให้เกิดชัยชนะให้กับฝ่ายตนได้ ฝ่ายก่อเหตุก็รู้ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็รู้ดีว่าเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ที่ทำได้คือการเข้าไประงับเหตุ และชี้แจงมวลชนให้เข้าใจประเทศไทย เป็นภาวะที่ต้องอดทน อดกลั้น แม้จะต้องเกิดความสูญเสียซ้ำซาก เพื่อรักษาภาพใหญ่เอาไว้

รัฐบาล สามารถปราบกลุ่มก่อเหตุเหล่านี้ได้หรือไม่ แน่นอนว่ารัฐบาลมีศักยภาพที่จะทำได้ แต่ผลกระทบจากการปราบปราม อาจได้ไม่คุ้มเสีย เพราะจะเป็นชนวนให้ต่างชาติ ซึ่งจ้องอยู่แล้ว เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอันเป็นความต้องการหลัก ของผู้ก่อเหตุ

การใช้ความสุขุมรอบคอบเพื่อสยบปัญหา ไม่ให้เกิดความสูญเสียที่ใหญ่หลวง เป็นทางออกที่ถือว่าดีที่สุด ในขณะที่หลายประเทศแก้ปัญหาด้วยการสู้รบ แม้ผู้มีอาวุธที่ดีกว่า มีกำลังมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ แต่ก็ไม่สามารถยุติปัญหาได้ ต้องแก้กันด้วยสันติวิธีและสร้างความเข้าใจ จึงจะถือได้ว่ามาถูกทาง

หากเราพิจารณาเรื่องนี้ แล้วเปรียบเทียบปัญหาการก่อวินาศกรรมด้วยการระเบิดและวางเพลิง ในพื้นที่ ของภาคใต้และภาคกลางตอนใต้ รวม 7 จังหวัด ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้จะมีความเหมือน แต่ก็เห็นความต่างกันชัดเจน

เหมือนคือใช้วิธีวางระเบิดและวางเพลิง ต่างก็ตรงที่เป้าหมายการก่อเหตุ กลุ่มผู้กระทำ น่าจะมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล โดยกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะประชาชนไม่พอใจในเรื่องการเมืองการปกครอง หรือโยงให้เชื่อได้ว่า ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้

ซึ่งในซีกของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นนี้ได้ชัดเจน ว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดบังข้อมูล และยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งสิ้น การสอบสวน ต้องให้โอกาสเจ้าหน้าที่ในการทำงาน สำหรับเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษจัดทีมลงไปดูแลในพื้นที่ ใช้สายข่าวและความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งหมด  เพียงแต่ต้องอาศัยการสืบสวนสอบสวน และทำอย่างไรจะไม่ให้ใครเดือดร้อน เจ้าบ้านต้องไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างความเชื่อมั่นกันเอง สื่อต้องช่วยกันสร้างให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ไม่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน มีหลายปัจจัยด้วยกัน อย่าไปโยงแต่เรื่องการเมืองอย่างเดียว

หากมองในระยะยาว เราเห็นความลุ่มลึกของฝ่ายความมั่นคง ความสงบ สามารถสยบความรุนแรง ไม่ตื่นตูม ไม่เต้นตาม ไม่เล่นตามเกมเขา แม้ต่างชาติที่จ้องเข้ามา ก็ไม่อาจแทรกแซงได้.