Get Adobe Flash player

อันตรายจากเผด็จการ หรือนักเลือกตั้งกันแน่

Font Size:

ในขณะที่กลุ่มประเทศมหาอำนาจ กดดันไทย ให้ฝ่ายทหารคืนอำนาจให้ประชาชน เช่นเดียวกับที่กลุ่มการเมืองที่เรียกตัวเองว่า ฝ่ายประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชน ให้มีการเลือกตั้งที่ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน อย่างอารยประเทศ ซึ่งฟังดูเหมือนโลกนี้สวยงาม

แต่ในความเป็นจริง ประชาธิปไตยของไทยไม่ว่ายุคสมัยใด ยังคงเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคล เป็นประชาธิปไตยแบบฉ้อฉล ติดสินบน ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ และไม่เป็นไปตามทฤษฎีที่เขียนไว้อย่างสวยหรู

ในขณะที่ฝ่ายเผด็จการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดเสมอว่า เข้าสู่อำนาจด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง แต่ทำไมจึงกลายเป็นความหวังของประชาชนไปได้

พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะมีความมั่นใจมากขึ้น หลังจากประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง เท่ากับเป็นการยืนยันได้ว่าที่ผ่านมา เขาก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากกว่าฝ่ายการเมือง

นายกฯ กล่าวว่า  เป็นวันที่ท้องฟ้าเปิดและสดใส หลังจากที่น้องประชาชน “ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง” ได้แสดงออกถึงความรักชาติแสดงพลังอันบริสุทธิ์ ในการไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ โดยเสียงส่วนใหญ่ให้การยอมรับ ทั้งรัฐธรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วง นับว่าเป็นสัญญาณการเริ่มเดินหน้าประเทศใหม่อีกครั้ง ภายใต้กติกาและอนาคตที่คนไทยเลือกร่วมกัน ซึ่งตนก็หวังว่าเราจะสามารถสลัดทิ้งพันธนาการและก้าวข้ามกับดักทุกอย่างในอดีตที่ผ่านมา

นายกฯ ยังได้อ้างถึงบทวิเคราะห์ ซึ่งเขียนโดยชาวต่างประเทศ ที่ระบุว่า ต้นเหตุของความล้มเหลวของประเทศต่างๆ บนโลกนี้เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางการเมือง มากกว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจ

โดยกลุ่มอำนาจทางการเมืองที่ไร้ธรรมาภิบาล แสวงประโยชน์จากการใช้อำนาจ ขูดรีดทรัพยากรของชาติและประชาชนมาเป็นของตนและพวกพ้อง เป็นสาเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม บั่นทอนกำลังใจของประชาชน สร้างความเข้าใจผิด และทำลายแรงจูงใจนักลงทุน การเมืองผูกขาด เป็นต้นตอความไร้เสถียรภาพของบ้านเมืองและการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน

อันตรายเหล่านั้น เกิดขึ้นจากผู้นำทางการเมืองที่เป็นนักเลือกตั้ง ซึ่งอาศัยนโยบายประชานิยม ที่ทำให้เกิดความเสียหาย บริหารราชการแผ่นดินโดยดูแลเพียงฐานเสียงหรือผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม

นายกฯ มองว่าหนทางสู่ความสำเร็จของประเทศที่พัฒนาแล้ว คือการสร้างระบบการเมืองที่มีการถ่วงดุล ป้องกันการผูกขาดหรืออำนาจนิยม และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งจะเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ให้ประเทศ รองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้

นายกฯ กล่าวถึงการใช้เวลามา 2 ปี จนสามารถพลิกฟื้นวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจนำพาประเทศ รอดพ้นจากความล้มเหลว แล้วเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

นายกฯ ภาคภูมิใจที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก ได้รายงานผลการจัดอันดับประเทศ ที่มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมโดยประเทศไทย ได้อันดับที่ 52 จาก 128 ประเทศทั่วโลก

ประชาธิปไตย อาจเป็นความต้องการของประชาชนก็จริง แต่บุคคลากรประชาธิปไตนของไทย ยังขาดการยอมรับในความซื่อสัตย์สุจริต จนเกิดเป็นความเสื่อมถอย ซึ่งถ้าเราต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องแก้ที่บุคคลเหล่านั้น จะไปโทษทหารอย่างเดียวคงไม่ได้.