Get Adobe Flash player

'สนธิ ลิ้มทองกุล'

Font Size:

ข่าวศาลฎีกาตัดสินจำคุก นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเวลา 20 ปี โดยไม่รอลงอาญา ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในวงการเมืองเป็นอย่างมาก หลายคนไม่เชื่อมาก่อนว่า สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นจริง

นายสนธิ เดิบโตมาจากวงการสื่อสารมวลชน และโด่งดังจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และเอเอสทีวี

จุดพลิกผัน เมื่อรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ถูกทางสถานีโทรทัศน์ระงับรายการ และถูกฟ้องร้องโดย ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ ในขณะนั้น ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เป็นจำนวนเงินรวม 2,000 ล้านบาท จนเกิดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร” จัดที่สวนลุมพินี และสถานที่ต่างๆ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พร้อมทั้งเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่มี “เสื้อเหลือง” เป็นสัญลักษณ์ ทำหน้าที่ตรวจสอบระบอบทักษิณ อย่างจริงจัง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายสนธิ ผู้มีบทบาทสำคัญทางการเมือง จะมีทั้งผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่น เข้มแข็ง และมีทั้งผู้ต่อต้าน ที่ไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เขียนข้อความถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตนไม่รู้จักนายสนธิ เป็นการส่วนตัว แต่ตนแยก "ถูก" กับ "ไม่ถูก" ในทางกฎหมายออกจากกันได้ การทำไม่ถูกในทางกฎหมายในบางเรื่องก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาที่ตนมีต่อใครบางคนลดน้อยถอยลง

สิ่งที่นายสนธิ เคยทำให้กับบ้านเมืองยิ่งใหญ่มาก ประเทศเริ่มเดินหน้าปฏิรูปได้ ตนยกให้คุณสนธิ เป็นที่ 1

เช่นเดียวกับที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยกล่าวถึง นายสนธิ ว่าออกมาขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะคดีทุจริต วันนี้ นายสนธิ กลับติดคุกเพราะคดีทุจริตเสียเอง

เมื่อปี 2549 ทักษิณขายชินคอร์ปให้กับเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ สนธิออกมาจุดกระแสขับไล่ทักษิณ เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนเกิดการรัฐประหาร

มาวันนี้สนธิคนไล่ทักษิณเพราะโกง แต่ทำไปทำมา โดนคดีโกงเสียเอง ทักษิณโดน 2 ปี เข้าประเทศไทยไม่ได้ สนธิโดนเข้าไป 20 ปี ออกประเทศไทยไม่ได้ คนหนึ่งเข้าไม่ได้ คนหนึ่งออกไม่ได้ "ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง"

นายสนธิ มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ทางการเมือง แต่คดีความที่ถูกศาลสูงพิพากษา กลับไม่เกี่ยวกับการเมืองแม้แต่น้อย

แต่เป็นเพราะนายสนธิ รวมทั้งจำเลยอีก 3 คนซึ่งเป็นกรรมการ บมจ. แมเนเจอร์ ฯ ได้ร่วมทำสำเนา รายงานการประชุมของกรรมการบริษัท ที่เป็นเท็จว่ามีมติให้ บริษัทเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายสนธิ จำเลยที่ 1 ถือหุ้นอยู่ โดยไม่ได้ขออนุมัติจากมติที่ประชุมกรรมการบริษัท ทั้งยังร่วมกันยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง ตัดทอนทำบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่ได้นำภาระการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว ที่เป็นรายการที่ทำให้รายได้ของ บมจ.แมเนเจอร์ฯ เปลี่ยนแปลงผิดปกติ ซึ่งต้องแสดงรายการไว้ในงบการเงินประจำปี 2539-2541 และจะต้องนำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อลวงให้ผู้ถือหุ้น บมจ.แมเนเจอร์ฯ ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้รับ รวมทั้งเป็นการลวงให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้รับรู้ถึงการค้ำประกันหนี้ดังกล่าว

และท้ายที่สุด การต่อสู้ถึงศาลฎีกานายสนธิ ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ไม่รอลงอาญา สิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรมความจริงนั่นคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ย่อมต้องเป็นผู้ที่ต้องได้รับการตรวจสอบเช่นกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ.