Get Adobe Flash player

เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน

Font Size:

การตอบโต้แบบนิ่มๆ ของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่ตัดสินใจไม่หารือทวิภาคีกับ ประธานาธิบดี “โรดริโก ดูเตร์เต” นอกรอบในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ สปป.ลาว เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เหตุเพราะท่าทีของผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศกร้าวที่จะไม่ฟังสหรัฐ กรณีจะเข้ามาแทรกแซง ที่ฟิลิปปินส์เลือกวิธีปราบกระบวนการค้ายาเสพย์ติดอย่างรุนแรง

โดยที่ประธานาธิบดี ดูเตร์เต กล่าวว่า “ผมเป็นประธานาธิบดีประเทศอธิปไตย เราเลิกเป็นอาณานิคมมานานมากแล้ว ผมไม่มีนายที่ไหนอีกนอกจากประชาชนฟิลิปปินส์ คุณต้องเคารพ ไม่ต้องมาถาม ผมจะด่าคุณแน่”

นายดูเตร์เต้ แจ้งแก่ผู้นำเอเชียว่าอย่าไปฟังสหรัฐเลกเชอร์เรื่องสิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ปราบปรามยาเสพติด

ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างแหล่งข่าวเป็นนักการทูตจากอินโดนีเซียผู้หนึ่งในที่ประชุมเปิดเผยว่านายดูเตร์เต้ กล่าวต่อที่ประชุมกว่า 5 นาที ด้านสิทธิมนุษยชนในระหว่างนั้นได้เตรียมภาพประกอบไว้ข้างตัวด้วย

“ผมอยากจะบอกพวกท่านเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน” พร้อมกับแสดงภาพ ที่ชาวฟิลิปปินส์ถูกทหารอเมริกันสังหารเมื่อ 100 ปีที่แล้วมา “นี่คือภาพที่บรรพบุรุษของผมถูกฆ่าตาย ,แล้วทำไมเรากำลังมาพูดถึงสิทธิมนุษยชนตอนนี้ เราจะต้องพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนทั้งหมดที่ผ่านมาด้วย”

มีความเห็นจาก เซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงผู้นำของฟิลิปปินส์ ที่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ตอบโต้ผู้ที่วิจารณ์การทำสงครามปราบอาชญากรรม ของเขา รวมถึงผู้นำสหรัฐ และเลขาธิการยูเอ็นด้วยนั้น ว่า ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่ดูหมิ่นเหยียดหยามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แสดงถึงการขาดความเข้าใจอย่างเด่นชัดเกี่ยวกับสถาบันด้านสิทธิมนุษยชนของเรา และหลักการทั้งหลายที่ธำรงความปลอดภัยในสังคม

อย่างไรก็ตาม ภาพที่ชาวฟิลิปปินส์ ที่ถูกทหารอเมริกันสังหารเมื่อ 100 ปีที่แล้วนั้น แม้จะเป็นเรื่องจริง สอดคล้องกับที่ เคยมีคำถามจากนักวิจารณ์ว่า สหรัฐฯ ได้ชื่อว่าเป็น แชมเปี้ยนของระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่มีประเทศใดเสมอเหมือนในการทำร้ายคนบริสุทธิ์ทั่วโลก   ใครเป็นผู้นำไล่ล่าสังหาร ซัดดัม  ฮุสเซ็น ของอิรัก  ใครไปโค่นล้มรัฐบาลมูอัมมาร์ อัล กัดคาฟี่ ของลิเบีย   ทำให้  2  ประเทศนี้ประสบภาวะสงครามแหลกลาญมาจนถึงทุกวันนี้   ยังมีอัฟกานิสถาน  ซีเรีย และอื่นๆ อีกมากมาย 

ซึ่งผู้ที่ติดตามสภานการณ์โลก ก็ย่อมเห็นว่าเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ

แต่สำหรับประเทศเล็ก ก็ไม่สามารถต้านระบบสองมาตรฐาน หรือความต้องการของมหาอำนาจได้ “เปลว สีเงิน” สื่อฯ อาวุโส ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ในแง่เศรษฐกิจโลกแล้วการพึ่งพาระหว่างกันเป็นเรื่องที่หลีกหนีไม่พ้น การวางตัวในเวทีโลกจึงมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการแก้ไขปัญหาภายในประเทศ

จากการแสดงออกของดูเตร์เต จะส่งผลให้ฟิลิปปินส์เสียโอกาสในเวทีโลก ที่ไม่สามารถรักษาสมดุลเอาไว้ได้ ซึ่งถ้าผู้นำฟิลิปปินส์ไม่ปรับตัว จะส่งผลเสียหายต่อชาติและประชานในระยะยาว

ในทางที่กลับกัน เรามองว่าสหรัฐเองก็ต้องทบทวนพฤติกรรมด้านสิทธิมนุษย์ชน ที่ทำไว้กับชาวโลกด้วยเช่นกัน ในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร ไม่มีใครสามารถทำสิ่งใดในที่ลับได้อีก ความต้องการของสหรัฐ ที่จะให้ “ลูกปูเดินตรง” แม่ปู “ก็ต้องเดินตรง” ให้เป็นแบบอย่างด้วย หาไม่แล้ว ในระยะยาวก็จะเกิดมี “ดูเตร์เตโมเดล” ที่สามารถสั่นคลอนมหาอำนาจได้เช่นกัน.