Get Adobe Flash player

อย่าชักศึกเข้าบ้าน

Font Size:

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม ปี 2519 เป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ในขณะเดียวกันก็เป็นบาดแผล เป็นรอยด่างทางประวัติศาสตร์การเมืองการปกครอง ของประเทศไทย

ปีหนึ่งมีครั้งหนึ่ง ที่จะมีการจัดงานรำลึกถึงวีรชนผู้เสียชีวิต รำลึกถึงผู้กล้าทั้งหลาย รวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ผ่านกาลเวลายาวนานถึง 40 ปี ย่อมจะสามารถชี้ชัดได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองของเรา มีใคร ทำอะไร ที่ไหน และเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น รวมทั้งมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร

การหยิบยกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาพูดถึง ไม่ใช่เป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่เป็นการวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้

เช่นเดียวกัน ในช่วงเวลาของการจัดงานรำลึก 6 ตุลาคม จึงเป็นการถ่ายทอดความเป็นจริงให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษา ดังเช่นผู้อยู่ในเหตุการณ์หลายคนได้เขียนบันทึกมุมมองของตนในสื่อต่างๆ บอกถึงสิ่งที่เห็นและเป็นไป บางคนได้ถือโอกาสประกาศจุดยืนที่ชัดเจน และไม่เปลี่ยนแปลง ฯลฯ แต่บางคนเมื่อเวลาเปลี่ยน ใจก็เปลี่ยนไปให้ราคากับความมั่งคั่ง มากกว่าอุดมการณ์

ในกรณีที่มีข่าวว่าทางกลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่ง นำโดยนิสิตชั้นปี 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้จัดงานนี้ขึ้น โดยตั้งความหวังให้เป็นงานทางวิชาการ เพื่อให้เห็นถึงการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของมวลชน ซึ่งหมายถึงประชาชนมีสิทธิที่จะกำหนดชีวิตของตนเอง โดยไม่อยู่ภายใต้การบงการของฝ่ายปกครอง ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อคณะผู้จัด ได้เชิญ นายโจชัว หว่อง  นักกิจกรรมทางการเมือง นักเคลื่อนไหวคนสำคัญของฮ่องกง ผู้ซึ่งมีผลงานเกี่ยวกับการประท้วงครั้งสำคัญที่เรียกร้องต่อรัฐบาลจีน ให้ชาวฮ่องกงสามารถเลือกผู้บริหารฮ่องกงได้เอง โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลจีนเป็นผู้ชี้นำ

การประท้วงครั้งนั้น ส่งผลให้ชาวฮ่องกงตื่นตัวมากขึ้น

มีชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่ง ที่สนับสนุนให้ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยจากจีน นั่นย่อมหมายความว่า นายโจชัว หว่อง  ย่อมต้องเผชิญหน้ากับรัฐบาลจีนอย่างแน่นอน

แต่ปัญหาของประเทศเขา ไม่ว่าจะเป็นเกาะฮ่องกง หรือจีนแผ่นดินใหญ่ ย่อมเป็นเรื่องภายในที่เราไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซง

เมื่อเป็นเช่นนั้น การเชิญ นายโจชัว หว่อง  เข้ามามีบทบาทในงานรำลึก 6 ตุลา ย่อมกระทบต่อความรู้สึกของรัฐบาลจีนอย่างแน่นอน เหมือนการหยิกเล็บที่เจ็บเนื้อ

จีนคงไม่มองว่าเป็นกิจกรรมของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 แต่จะมองไปถึงภาพรวมของประเทศ ที่จะต้องวิเคราะห์ว่า รัฐบาล ประชาชนไทยคิดอย่างไรกับกิจกรรมครั้งนี้

ส่วนประเด็น การที่ฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง ไม่อนุญาตให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้ามาในราชอาณาจักร ถือเป็นเรื่องปกติที่ทั่วโลกถือปฏิบัติ

ในอเมริกาเอง อิมมิเกรชั่น สามารถกักตัวผู้โดยสารที่มากับสายการบิน ไม่ให้เข้าประเทศ แล้วส่งตัวกลับไปกับสายการบินเดิม เพื่อส่งยังประเทศต้นทาง หากเห็นว่าบุคคลผู้นั้นมีพฤติกรรมที่อาจสร้างปัญหาให้กับประเทศ

เรามองว่าการกักตัว นายโจชัว หว่อง  แล้วส่งตัวกลับจึงเป็นเหตุการณ์ปกติตม.ของไทย เราก็มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าประเทศอื่น ในการใช้อำนาจตามหน้าที่ โดยไม่อยากให้โยงทุกเรื่องหรือทุกปัญหาเป็นการเมือง

ในแง่การจัดกิจกรรมทางวิชาการ 6 ตุลา เราเห็นด้วยในหลักการ เพียงแต่เห็นว่าทำไม่คนไทยจึงเชื่อแต่คนชาติอื่น ไม่เชื่อคนชาติเดียวกัน เรื่องนี้เป็นปัญหาของประเทศไทย ก็ควรให้คนไทยดูแล ไม่ควรนำชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะอาจจะทำให้สิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย.