Get Adobe Flash player

เจ้าของบ้าน‘อัลไพน์’ควรซูรัฐบาล

Font Size:

กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ เจ้าของเดิมคือ “คุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา” ได้ทำพินัยกรรม ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 20 ตำบลคลองซอยที่ที่ 5 ฝั่งตะวันออก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 730 ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา ถวายเป็นกรรมสิทธิ์ให้แก่วัดธรรมมิการามวรวิหาร

เมื่อปี 2514 คุณยายเนื่อมได้ถึงแก่กรรม จึงมีการตั้งผู้จัดการมรดก แต่แทนที่ที่ดินดังกล่าวจะถูกจดทะเบียนโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด แต่พระราชเมธาภรณ์อดีตเจ้าอาวาส แสดงเจตจำนงจะขายที่ดิน แต่ผู้จัดการมรดกเดิมที่มีจำนวน 3 คนไม่ยอม

จึงได้มีการตั้งผู้จัดการมรดกใหม่คือมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ต่อมาก็ได้โอนที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่มูลนิธิมหามกุฏฯ แล้วจดทะเบียนขายเมื่อปี 2533 ให้แก่บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท กับ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ โดยมีนางอุไรวรรณ เทียนทอง และนายชูชีพ หาญสวัสดิ์เป็นผู้ถือหุ้น

กรมการศาสนาได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยในข้อกฎหมาย โดยสรุปว่าวัดฯได้กรรมสิทธิ์ทันทีที่นางเนื่อมถึงแก่กรรม ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นที่ธรณีสงฆ์ มูลนิธิฯ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเนื่อม จึงต้องโอนที่ดินมรดกตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ให้ตกแก่วัดฯเท่านั้น จะโอนให้แกบุคคลอื่นนอกเหนือจากวัดฯไม่ได้

จากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาดังกล่าว กรมที่ดินจึงมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมและโฉนดที่ดินดังกล่าว

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น ได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของกรมที่ดิน แต่ต่อมาเมื่อปี 2551 ได้ถูกรื้อฟื้นให้กรมที่ดินตรวจสอบใหม่

ปัญหาข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวกับ มรดก วัด นักการเมือง บริษัทธุรกิจบ้านจัดสรรค์ สนามกอล์ฟ ข้าราชการประจำ ฯลฯ นั่นเป็นเรื่องที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใครผิดใครถูก ก็ว่ากันไปตามตัวบท สิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำแล้วผิด ก็ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์

แต่ประเด็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก็ควรจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องแยกออกมาต่างหาก

กรณีผู้ที่ไปซื้อบ้านจัดสรร เป็นประชาชนธรรมดา ที่เก็บเงินซื้อบ้าน ตามการโฆษณา และตามหลักฐานกรรมสิทธิ์ ที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ การซื้อขาย การโอนเป็นไปอย่างถูกต้อง ย่อมไม่ใช่คู่กรณีกับฝ่ายใด

การที่จะยึดบ้านคืนให้เป็นธรณีสงฆ์ หรือไม่อย่างไร ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ

ซึ่งผู้รับผิดชอบโดยตรงคือรัฐ ซึ่งเป็นผู้ทำเอกสารที่เกี่ยวกับที่ดิน

เพราะหนังสือราชการที่สำคัญออกโดยกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นกฎหมายของประเทศ จะอ้างว่าเป็นการกระทำของบุคคลไม่ได้ เพราะถึงเป็นเป็นบุคคล ก็เป็นผู้อยู่ในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งองค์กรจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ หรือจะมีการยึด อายัด บ้านต่างๆ ก็จะไม่เป็นธรรม และไม่น่าจะมีความชอบธรรม

เราจึงเห็นว่า บรรดาผู้ซื้อบ้านทั้งหมด ควรรวมตัวกันยื่นฟ้องต่อรัฐ ผู้ทำให้เกิดความเสียหาย โดยเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่าง และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

จะใช้คำว่า “เยียวยา” อย่างเดียวไม่พอ แต่จะต้องรับผิดชอบความเสียหายเป็นหลักใหญ่

ส่วนรัฐ จะไปไล่เอาผิดกับใครหลังจากนั้น ก็เป็นเรื่องของรัฐที่จะดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับผู้ซื้อบ้านในโครงการอัลไพน์.