Get Adobe Flash player

การปราบปรามทุจริตในชาติ

Font Size:

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. ร่วมงาน “รัฐเอกชนร่วมใจ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยไร้สินบน” โดยพล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. รัฐมนตรี สมาชิก สนช. ผู้นำภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนทูตานุทูต หอการค้า และผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนเข้าร่วมงาน ที่ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวในงานถึงเจตนารมณ์ของตนตั้งใจตั้่งแต่เข้ามา ว่าต้องแก้ไขปัญหาการทุจริตให้ได้ แม้วันนี้ ตนไม่เคยหยุดยั้งที่จะตรวจสอบ ที่ผ่านมาได้ให้ทุกหน่วยงานมีอิสระและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ โดยตัวเองจะไม่ทุจริต และไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ขณะเดียวกันก็ต้องกำกับดูแลต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความขัดแย้งอยู่เยอะ เรื่องของกฎหมาย 3 ปีที่ผ่านมา ตนมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริต ต้องปรับเปลี่ยนกฎหมาย และระเบียบจำนวนมาก แต่ปัญหาก็อยู่ที่การทำความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากระดับการรับรู้ไม่เท่ากัน ซึ่งตนได้ติดตามสถานการณ์การทุจริตอย่างใกล้ชิด และโดยพยายามให้ได้ข้อยุติตามกระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้ต้องยอมรับโลกเปลี่ยนไป มีการนำเสนอข่าวเยอะขึ้น ประชาชนฟังข่าวจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง จนเป๋ไปเป๋มา แต่เราก็ห้ามไม่ได้

จำเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย เพราะกฎหมายบังคับกับทุกคนอย่างเท่าเทียม มุ่งหวังทำให้เกิดความสงบสุข ไม่เช่นนั้นจะเอากฎหมายมาเป็นข้อขัดแย้ง ใช้เป็นเครื่องมือทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งตนไม่เคยคิดแบบนั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อผ่านกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว จึงตัดสินได้ว่ามีความผิด

วันนี้คนไทยมักแบ่งหน้าที่กันเป็นส่วนๆ แต่ไม่เข้าใจในภาพรวม เมื่อไม่เข้าใจภาพรวมก็ตัดสินกันเองว่าผิดกันทั้งหมด ความผิดมีอยู่แล้วแต่ต้องดูให้ออกผิดอย่างไร ลงโทษอย่างไร ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด ที่ตนพูดไม่ได้แก้ตัว และยืนยันตั้งใจประกาศเจตนารมณ์รัฐบาลว่าประเทศไทย ต้องแก้ปัญหาทุจริตให้ได้

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ กล่าวถึงคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีมติจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีรับจำนำข้าวว่า คดีนี้จะเป็นบรรทัดฐาน สื่อความหมายได้ว่านักการเมืองต้องระมัดระวัง หากนโยบายใดจะทำให้เกิดความเสียหายในระยะยาว ถ้ามีการสกัดกั้นไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการป้องกันแต่แรก จะทำให้ไม่เกิดความเสียหายไปแล้วและมานั่งหาผู้รับผิดชอบภายหลัง

ต่อไปนักการเมืองที่อาสาเข้ามาต้องมุ่งมั่น ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองในการป้องกันการทุจริต และการกำหนดนโยบายอะไรต้องเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เชื่อว่าจะทำให้ดีขึ้น จะทำให้มีนักการเมืองที่สะอาดและบริสุทธิ์ เข้ามาช่วยประเทศชาติ

ความพยายามในการปราบปรามทุจริต มีมาแล้วทุกยุคทุกสมัย กฎหมายก็เหมือนดาบอาญาสิทธิ์ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะใช้ด้วยความเที่ยงธรรมหรือไม่ ถ้าเที่ยงธรรมก็จะเป็นเรื่องดีต่อประเทศชาติ

หลายครั้ง ที่ผู้ใช้ดาบมีไว้เพื่อเสริมอำนาจแห่งตน แล้วใช้ฟาดฟันประหัตประหารศัตรูทางการเมือง หรือเพื่อปราบปรามผู้ที่เห็นต่างอย่างไม่มีทางสู้

ตั้งแต่อดีต มีคำกล่าวที่ว่า “ชนะเป็นนาย พ่ายเป็นบ่าว” ผู้แพ้ไม่มีโอกาสที่จะโงหัวขึ้นมาสู่กับฝ่ายอำนาจได้

แต่ก็มีความจริงเช่นกันว่า “เมื่อน้ำมาปลากินมด แต่เมื่อน้ำลด มดก็กินปลา” ดาบอาญาสิทธิ์เล่มเดียวกัน อาจหันคมมาหาตัวได้ เมื่ออำนาจสิ้น และตกเป็นฝ่ายที่ถูกตรวจสอบ.