Get Adobe Flash player

เรื่องของ ‘ตูน บอดี้สแลม’

Font Size:

นักร้องชื่อดัง “ตูน บอดี้สแลม” หรือ นายอทิวราห์ คงมาลัย ประกาศวิ่งการกุศล ก้าวคนละก้าว ครั้งที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในการวิ่งระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ใช้เวลา 10 วัน โดยนำเงินไปช่วยโรงพยาบาลบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ มียอดบริจาคสูงถึง 85 ล้านบาท

โดยผู้บริจาคร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะศรัทธาและเชื่อถือในตัวของคุณตูน และไม่ได้เดือดร้อนกับยอดเงินที่ให้ไป

แต่เมื่อรวบรวมกันแล้ว เงินเท่านี้ช่วยโรงพยายาล ช่วยคนไข้ช่วยผู้ยากไร้ได้มากมายมหาศาล

จากความสำเร็จครั้งนั้น ทำให้  “ตูน บอดี้สแลม” คิดการที่ใหญ่กว่าเดิม ในครั้งนี้จะเริ่มต้นจากใต้สุดของประเทศไทย อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดของประเทศ ที่ อ. แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2560 รวมเวลา 55 วัน  

คราวนี้ เขาตั้งเป้าในใจ อยากได้ยอดบริจาค 700 ล้านบาท โดยคิดว่า จากคนไทย กว่า 70 ล้านคน แค่ถ้าช่วยกันคนละ 10 บาท เอามากองรวมกันมันสามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้จริงๆ

เขาบอกว่า อยากให้ทุกคนเห็นถึงพลังในการรวมตัวกัน พลังแห่งการก้าวทีละก้าวเล็กๆ มันก็สามารถยิ่งใหญ่ได้ ดังนั้นรอบนี้จะเป็นการวิ่งครั้งใหม่ที่ยาวที่สุดในชีวิต และเป็นการวิ่งครั้งสุดท้ายที่จะออกมาระดมทุน

ถ้ามองด้วยสายตาธรรมดา การวิ่งการกุศล ของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเพียงความคิดช่วยเหลือกูล ระหว่างเพื่อนมนุษย์ ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ได้เกี่ยวกับอำนาจรัฐหรือการเมืองฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ได้ทำให้ฝ่ายไหนเสียเปรียบหรือได้เปรียบ เป็นเพียงความรู้สึกแบ่งปันของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการงาน แล้วคิดและทำเพื่อคนอื่นที่ด้อยโอกาสกว่า

การที่กล่าวว่า คนละ 10 บาท 70 ล้านคนก็จะได้ 700 ล้านนั้น เป็นเพียงคำพูดให้ดูสวยงาม แต่ในความจริงทุกคนก็ไม่ได้คิดเมือนกัน บางคนไม่ยินดีให้ แต่บางคนอาจจะให้มากกว่า หรือเป็นพัน เป็นหมื่น เพราะการทำบุญกับโรงพยาบาลเท่ากับการช่วยเพื่อนมนุษย์ให้รอด เป็นบุญใหญ่และมีค่ายิ่ง

กล่าวถึงผู้ที่ไม่เห็นด้วย ถือเป็นเรื่องปกติไม่ได้แปลกอะไร เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะมีความเห็นในทิศทางเดียวกัน แต่บางคนนอกจากไม่เห็นด้วย จะไม่ช่วยบริจาคเงินแล้ว ยังเหยียดว่าเป็นการกระทำที่โง่เขลา โดยอ้างว่าหน้าที่นี้ควรเป็นของรัฐ แต่รัฐบาลกลับเอางบฯ ไปซื้อเรือดำน้ำ ฯลฯ

คิดเช่นนี้นอกจากไม่ตรงประเด็นแล้ว ดูจะใจร้ายเกินไป คนเช่นนี้นอกจากใจแคบมืดดำแล้ว ก็ดีแต่กล่าวโทษคนอื่น

เท่านั้นยังไม่พอ ยังทำให้ “ฝ่ายตนที่มีอุดมการณ์” พลอยถูกมองเป็นลบด้วย

ประเด็นนี้ เรามองว่าการเมืองก็เรื่องหนึ่ง ความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันในหมู่ชน ก็เรื่องหนึ่งไม่ได้เกี่ยวกัน การเมืองไทยเป็นอย่างไรเราก็ทราบกัน ไม่ว่ายุคสมัยใด แม้ยุคเลือกตั้งก็มีการใช้อำนาจที่เกินกว่าที่ประชาชนหยิบยื่นให้

การเลือกข้าง แล้วเหยียดหยามเยาะเย้ยฝายที่เห็นต่างกับตน ไม่ต่างอะไรกับการมองโลกด้านเดียว รังแต่จะเป็นการผลักมิตรให้เป็นศัตรู เกิดการแบ่งฝ่าย เกลียดชังไม่มีที่สิ้นสุด

สำหรับเสียงวิจารณ์ “ตูน บอดี้สแลม” มองเรื่องนี้ว่า ไม่ว่าทำอะไรก็ตามก็ต้องเจอปัญหาในงาน ต้องก้าวข้ามหรือแก้ไขปัญหา แม้กระทั่งจัดการกับอารมณ์ตัวเองก็ต้องทำให้ได้

“สุดท้ายผมใช้ปลายทางที่เราทำประโยชน์มากกว่า.... อาจจะมีหลายๆ ชีวิตได้รับการรักษา หลายชีวิตในโรงพยาบาลสบายขึ้น เหตุที่เราออกมาทำนั้นเพื่ออะไร เพราะจริงๆ ผมอยู่เฉยๆ ก็ได้ มีความสุขดี ไม่ต้องออกมาทำอะไรแบบนี้"