Get Adobe Flash player

กฎหมายต้องคุ้มครองข้าราชการ

Font Size:

จากข่าวกรณีปัญหา น.ส. วนาลี ทุนมาก ครูผู้ช่วยโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ซึ่งสอบติดการแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู และได้ถูกเรียกตัว ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นครูที่โรงเรียนอุ้งผางวิทยาคม จ.ตาก  เป็นเวลา 5 เดือน  ก่อนจะเกิดเหตุการณ์

เมื่อมีหนังสือจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 เรียกตัวกลับ หลังคณะกรรมการการศึกษาธิการ จ.ตาก มีมติ ไม่อนุมัติการขอปรับเปลี่ยนวิชาเอกและขอเพิ่มเติมตำแหน่งว่างโรงเรียนอุ้งผางวิทยาคม และไม่อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้สาขาวิชาเอกสังคมศึกษา จากบัญชี สพม.38

ข่าวยังรายงานอีกว่า มีกรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน  โดยเป็นทางด้าน  น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี  หรือ ครูวัลย์   ชาวจังหวัดเลย  เป็นผู้สอบแข่งขันได้ในลำดับที่ 67 ต่อจากครูวนาลี ในลำดับที่ 66   ซึ่งถูกที่ประชุมของคณะกรรมการศึกษาจังตาก (กศจ.ตาก) ไม่อนุมัติการปรับเปลี่ยนวิชาเอก ทำให้มีผลไปถึงการไม่อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูเช่นเดียวกับครูวนาลี แม้ว่าจะได้มีการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยและเริ่มปฏิบัติงานแล้วก็ตาม

ล่าสุด ในเพจเฟซบุ๊ก  สพม.38 หรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 38 ได้โพสต์ความคืบหน้าการเยียวยาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

โดย  ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)   ระบุว่า ได้มีการสรุปแนวทางในการช่วยเหลือกรณีดังกล่าว 2 แนวทาง คือ

1.ช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น โดยมอบเงินจากกองทุนสวัสดิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวนหนึ่ง และเงินสมทบจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนที่ยังไม่ได้รับ 5  เดือนแต่อย่างใด

2.ภายในสัปดาห์หน้า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้เพื่อหาแนวทางร่วมกัน กับสำนักปลัดศึกษาธิการ เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน

ในเบื้องต้น การที่ส่วนราชการเสนอเงินเยียวยา ให้เงินเดือนตกเบิก แล้วไม่รู้ไม่ชี้กับการ “สอบบรรจุ” ทิ้งครูที่เข้ารับราชการ และมีบัตรข้าราชการแล้วต้องตกงาน นั้น เสรีชัย ไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเห็นใจ หรือไม่เห็นใจครูทั้งสอง แต่เป็นเรื่องของความถูกต้อง ครูไม่ได้ทำผิดระเบียบข้าราชการพลเรื่อนข้อใดเลย ซึ่งข้าราชการควรได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย แต่คนในระบบราชการที่ทำให้เกิดปัญหาต่างหาก ที่เป็นฝ่ายผิด

ถ้าจะลงโทษ ก็ต้องลงโทษคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด

นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ ก.ค.ศ.กำลังรอผลสืบหาข้อเท็จจริง พร้อมนำเข้าหารือ ในที่ประชุม ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา

ซึ่งล่าสุด มีข่าวที่น่ายินดี เมื่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าเป็นความผิดพลาดของภาครัฐ ไม่ใช่ความผิดของครูทั้ง 2 คน จึงสั่งการให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการก.ค.ศ. เร่งดำเนินการให้ครูทั้ง 2 คนกลับมาปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วที่สุด

ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ได้ตั้งคณะทำงาน 3 ส่วน เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาให้ครูทั้ง 2 คนได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ แต่จะไม่เกี่ยวกับการสืบหาข้อเท็จจริง ของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ประเด็นหลังนี้ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ต้องขอบคุณรมว.กระทรวงศึกษาธิการ และยินดีล่วงหน้ากับคุณครูทั้งสองคน.