Get Adobe Flash player

สนช.ไม่เข้าตาประชาชน

Font Size:

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุครัฐประหาร ย่อมเป็นที่เคลือบแคลงของพี่น้องประชาชนเป็นทุนอยู่พอสมควรแล้ว ไม่ว่าการทำงานที่ล่าช้า หรือการเคลื่อนไหวของกิจกรรมในช่วงเวลาต่างๆ หรือมองได้ว่าเป็นการทำให้เลือกตั้งเลื่อนออกไป ถูกเพ่งเล็งว่าได้รับใบสั่งจากฝ่ายอำนาจหรือไม่

กรณีที่ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้มีการพิจารณาคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว จากบัญชีที่แต่ละจังหวัดคัดเลือกส่งมาจังหวัดละ 16 คน เพื่อให้ กกต.กลางพิจารณาเลือกให้เหลือจังหวัดละ 8 คน รวม 616 คน

โดยเห็นว่าเป็นไปตามโร้ดแมพ ที่ต้องให้ทันตามกรอบเวลา ถ้าจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า หากรอให้ชุดใหม่มาคัดสรรอาจจะดำเนินการไม่ทัน เนื่องจากตามกระบวนการ รวมทั้งประกาศรายชื่อ เปิดโอกาสให้มีการคัดค้าน ถ้าพบว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม

จากนั้น    เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้รับแจ้งจากสมาชิก สนช.จำนวนหนึ่งว่ามีความประสงค์เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง

นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิก สนช. ในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อ สนช.36 คน เสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.กล่าวว่า เนื่องจาก สนช.หลายคนห่วงว่าการให้ กกต.ไปออกระเบียบการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง อาจมีความหละหลวมไม่รอบคอบรัดกุมเพียงพอ เพราะระเบียบ กกต.สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัยของ กกต.แต่ละชุดที่เข้ามาทำหน้าที่ อาจเป็นช่องว่างให้การได้มาซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งถูกครอบงำจากฝ่ายการเมืองได้ในอนาคต         

อาจเกิดความไม่เป็นเอกภาพในการทำงาน  เพราะ กกต.ชุดเก่าเป็นผู้คัดเลือก แต่ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้เข้ามาปฏิบัติงาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหัวแล้ว ควรเปลี่ยนลำตัวแขนขาด้วย ไม่ใช่เอาหัวมาสวมอย่างเดียว

ขณะที่ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หนึ่งใน สนช.ที่ร่วมลงชื่อฯ ระบุว่า กกต.ชุดปัจจุบันรีบร้อนตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่รอ กกต.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ จึงเห็นด้วยว่าการกระทำของ กกต.ชุดปัจจุบันน่าเกลียด เมื่อพูดถึงมารยาทแล้วไม่ควรทำ

แต่ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกมา ก็มีเสียงคัดค้านอย่างหนัก ในประเด็นที่ สนช.เป็นผู้ร่างเอง และขอแก้เอง ทั้งที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งเป็นความไม่รอบคอบ อีกทั้งถูกมองว่าเป็นเจตนา ลากเลือกตั้งให้ยืดออกไปอีก เป็นการทำงานที่เปลืองบฯของแผ่นดิน

วันที่ 9 ส.ค. 2561 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ สนช. ถอนร่างแก้ไข พ.ร.ป ในประเด็นแก้ไขการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปถึงปลายปี 2562

วันที่ 14 ส.ค. 61 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทยและอดีตสว. ได้ยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่สนช. 36 คนเข้าชื่อฯ

โดยเห็นว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นการเจาะจงที่อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคสอง ซึ่งระบุว่ากฎหมายต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป รวมทั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 185 (1) ที่ห้ามมิให้ สนช.ใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ

แม้แต่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ยังติง สนช.ว่าไปยุ่งเรื่อง กกต. ทำไมไม่ฟังคนอื่น ก่อนลงมือแก้ไขกฎหมาย

เกมนี้ของ สนช.จึงไม่เข้าตาประชาชนเจ้าของประเทศ.