Get Adobe Flash player

แก้ปัญหาด้วยการผลักภาระ

Font Size:

กรมการขนส่งทางบก จัดระเบียบด้านการขนส่งและรถยนต์ครั้งใหญ่ เสนอยกร่างกฎหมายใหม่โดยระบุว่าให้ทันสมัย และสอดคล้องพฤติกรรมคนไทยมากขึ้น

เว็บไซต์ “ไทยรัฐออนไลน์” กล่าวถึง นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างเสนอแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับ

คือ พระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โดยรวมเข้าไว้ด้วยกัน แล้วยกร่างเป็นกฎหมายใหม่ คือ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ... สาระสำคัญคือ รวมเรื่องรถยนต์และการขนส่งทางบก พร้อมครอบคลุมระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดครบวงจร เพื่อให้ทันต่อนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พฤติกรรมของประชาชน สะดวกต่อการบังคับใช้ และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีการแล้วเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. และตามขั้นตอนกฎหมาย

สาระสำคัญ เช่น ประเภทของรถจะมีการระบุลงไปถึงรายละเอียดมากขึ้น มีการแยกประเภทชัดเจน นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มโทษในบางฐานความผิด โดยเฉพาะกรณีของใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ อาทิ

1.ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่เดิมอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แก้ไขเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

2.ขับขี่รถโดยปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ หรือ ถูกพัก หรือ ถูกถอน หรือว่า ถูกยึดใบขับขี่ เดิมอัตราโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยให้เพิ่มอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

3.ขับขี่รถโดยไม่ยอมแสดงใบขับขี่เมื่อถูกเจ้าพนักงานเรียกตรวจ เดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท แก้เป็นปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม การแก้ไขอัตราโทษนี้ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถเคารพกฎจราจรมากขึ้น

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ... ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะได้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะควบคู่ไปกับกระบวนการตราออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป

เกี่ยวกับประเด็นนี้ คือการรวม พ.ร.บ.รถยนต์ และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เข้าไว้ด้วยกัน แล้วยกร่างเป็นกฎหมายใหม่ เป็นเรื่องของความเปลี่ยนแปลงเพื่อความสะดวกในการทำงานเป็นเรื่องปกติ แต่การ “เพิ่มเงินค่าปรับ” จาก 1,000 เป็น 10,000 บาท เท่ากับสูงขึ้นมากถึง 10 เท่า จากปี 2522-2561 ดูเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือจาก 2,000 บาท เป็น 50,000 บาท มันเหมือนการปล้นของโจรมากกว่า เพราะดูจะเป็นการกระทำของผู้มีอำนาจรัฐ ที่เอาเปรียบประชาชนที่ไม่มีทางสู้

เรารู้ว่า นี่เป็นกระบวนการของความพยายามแก้ปัญหาที่อ้างว่าเพื่อแก้ “พฤติกรรมของคนไทย” แต่เรากลับคิดว่า การแก้ปัญหาด้วยการผลักภาระให้ประชาชน ก็เป็น “พฤติกรรมมักงาย ของผู้บริหารไทย” ด้วยเช่นกัน

รัฐบาลกับประชาชน ไม่ใช่เจ้าของบ้านกับผู้เช่าบ้าน หรือเจ้าหนี้เงินกู้ ที่นึกจะขึ้นค่าเช่าเท่าใดก็ขึ้น นึกจะเก็บดอกแพงก็เก็บ ไม่จ่ายก็ข่มขู่ แต่ผู้มีอำนาจรัฐควรคำนึงถึงความเป็นอยู่ และความเป็นจริงของรายได้ประชากรโดยรวมด้วย ค่าแรงครอบครัวละ 300 บาท ถูกปรับใบขับขี่ 50,000 มันเกินไป

มิจฉาชีพบางคดี ยังไม่โดนโทษหนักเช่นนี้

เช่นเดียวกัน ผู้มีอำนาจนึกจะกำหนดโทษจำคุกเท่าใดก็เพิ่มเอาตามใจ ซึ่งถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย คงจะเห็นการฟังเสียง หรือช่วยกันทบทวน ว่าการกระทำของผู่มีอำนาจนั้น มีความชอบธรรมหรือไม่

ฝากนักการเมืองที่กำลังจะเข้าสภาฯ โปรดช่วยประชาชนด้วย.