Get Adobe Flash player

การเมือง ต้องชัดเจน

Font Size:

จาก กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จากพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฯ ขอให้ตรวจสอบว่าพิจารณาสั่งการให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 และคืนทรัพย์สินให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ข่าจาก นสพ.แนวหน้า : นายเรืองไกร อ้างถึงอธิบดีกรมบัญชีกลางชี้แจงไว้ตอนหนึ่ง ว่า โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ใช้เงินของ ธ.ก.ส.ดำเนินการไปก่อน แล้วรัฐบาลจึงตั้งงบประมาณชดใช้คืนเป็นรายปีจนกว่าจะครบวงเงิน ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงเป็นผู้ทำบัญชีโครงการนี้เพื่อแสดงต่อรัฐบาล ประกอบการขอตั้งงบประมาณ ธ.ก.ส.จึงไม่ต้องส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง

จากหลักการจัดทำบัญชีและรายงานการเงินแผ่นดิน ตามเกณฑ์คงค้างแบบผสม ดังกล่าว จึงไม่มีหรือไม่สามารถมีรายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 536,908.30 ล้านบาท ที่ดำเนินการโดย ธ.ก.ส.เป็นรายการบัญชีค่าใช้จ่าย แยกต่างหากในรายงานการเงินแผ่นดินที่กรมบัญชีกลางจัดทำสำหรับปีสิ้นสุด 30 ก.ย.58 และ 57 ได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการบัญชีที่ได้เสนอ ครม.รับทราบ

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้เคยมีหนังสือที่ กค 0201/ล 2560 แจ้งคำสั่งเรียกชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีโครงการรับจำนำข้าว ระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกฯ ได้ปล่อยให้มีการทุจริต และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้ง เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท

นายเรืองไกร กล่าวว่า จากคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 กับคำอธิบายของอธิบดีกรมบัญชีกลาง เรื่องการทำบัญชีจึงไม่สอดคล้องกัน เพราะถ้างบการเงินแผ่นดินไม่มีการจัดทำ แล้วกระทรวงการคลังเอาตัวเลขใดมาใช้ในการคิดค่าเสียหาย ตัวเลขที่ใช้คิดค่าเสียหายดังกล่าว ลงบัญชีไว้ที่ใด

การกล่าวอ้างตัวเลขผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว และนำมาคิดค่าเสียหาย น่าจะเลื่อนลอยไร้พยานเอกสารหลักฐาน เพราะไม่ปรากฏตัวเลขความเสียหายที่อ้างถึง ทั้งตัวเลข 286,639,648,201.45 บาท หรือตัวเลข 178,586,365,141.17 บาท ในงบการเงินแผ่นดิน แต่อย่างใด

 ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นไปโดยปราศจากหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการบัญชี และมีผลทำให้ในปัจจุบัน ตัวเลขที่นำมากล่าวอ้างเป็นความเสียหายแล้วออกคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหม

และเป็นความเสียหายที่น่าจะขัดแย้งกับคำพิพากษาดังกล่าวด้วย ดังนั้น จึงขอให้ตรวจสอบว่านายกฯ ควรพิจารณาสั่งการให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 และคืนทรัพย์สินให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อไปโดยเร็วหรือไม่

เมื่อถามว่า ตัวบัญชีจำนำข้าวแม้จะไม่ได้อยู่ในงบแผ่นดิน แต่เป็นการบริหารจัดการงบที่อยู่ใน ธ.ก.ส.เอง เหมือนว่าเงินที่ขาดทุน แม้จะไม่เห็นในงบแผ่นดินแต่ก็ไปอยู่ใน ธ.ก.ส.นั้น นายเรืองไกร กล่าวว่า ไม่เคยมีขาดทุน ธ.ก.ส.เอาเฉพาะงบสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีงบ 2 ก้อน อันหนึ่งกู้โดยกระทรวงการคลัง อีกส่วนหนึ่งใช้เงิน ธ.ก.ส.เอง เขียนอธิบายอยู่ในหมายเหตุงบ ธ.ก.ส.ส่วนที่กู้มา 4 แสนกว่าล้านบาทนั้น รัฐบาลก็มานั่งทำรายจ่ายประจำปี ว่าต้องดำเนินการอย่างไร เช่นเดียวกับ ธ.ก.ส. กรมบัญชีกลางก็อธิบายตัวเลขนี้ไว้ ซึ่งทุกปีจะต้องจัดสรรงบบางส่วนไปคืนหนี้เงินกู้ ตนถามว่า ยอดที่ผ่อนนี้ยอดต้นอยู่ไหน ทั้งนี้ ตนคิดว่าคำสั่งของกระทรวงการคลังวันนี้เมื่อเทียบกับคำพิพากษาแล้วไม่ถูกต้อง

ในกรณีของนายเรืองไกร เรามองว่าเป็นการหาหลักฐานเพื่อหาความชอบธรรมของฝายจำเลย ซึ่งจะถูกหรือผิด ใครเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สังคมก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีการต่อสู้ตามกระบวนการที่มี โดยไม่ต้องไปขัดขวางหรือแทรกแซง เช่นเดียวกับที่ฝ่ายโจทก์ ก็ต้องตอบให้ได้ว่าเอาตัวเลขนั้นมาจากไหน หลักฐานการแก้ต่างชัดเจนเพียงใด

เพื่อให้ข้อหาทางการเมืองสะอาดและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.