Get Adobe Flash player

ความไม่ปลอดภัยทุกหัวระแหง

Font Size:

รัฐบาลภายใต้การโปรโมทอย่างเป็นระบบ กำลังสนุกกับการใช้เงินภาษีประชาชน และเงินกู้จากต่างประเทศ มาทำประชานิยม มาบริหารเมกะโปรเจ็กต์ ประชาชนกำลังปลื้มกับการได้รับส่วนแบ่ง การเมืองกำลังมั่นคง รัฐบาลกำลังเข้มแข็งที่สุด สื่อมวลชนหลักๆ จำนวนหนึ่งจะคอยปกป้องรัฐบาล ให้เห็นว่ารัฐบาลทำถูกต้องเสมอ

 

ท่ามกลางความเข้มแข็ง แต่เรากลับมองว่า รัฐบาลเอง ก็มีจุดที่เปราะบาง เพราะลืมมองถึงปัญหาสังคม ที่นับวันจะเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกหัวระแหง บ้านเมืองดูเหมือนเจริญ สู่ความเป็นหนึ่งในอาเซียน แต่ดูราวกับขายผ้าเอาหน้ารอด แปลกๆ ปลอมๆ เหมือนอาคารสูงที่มีรากฐานไม่มั่นคง เช่นประชาชนแข่งกันมีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาราคาแพง มีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่เทคโนโลยีล้ำหน้า แต่เอามาเล่นเพื่อสนุก อวดร่ำรวย มากกว่าใช้งานจริง

การฉ้อฉลมีอยู่ทั่วไป ช่วงวันสองวันที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่บ่งบอกว่าสังคมกำลังป่วยหนัก อย่างเช่น ลูกค้าอยากได้ตุ๊กตาซึ่งเป็นแฟชั่นใหม่ราคาแพง ยังไม่มีวางขายในท้องตลาด คนหนุ่มสาวไทยรวมถึงเด็กชั้นมัธยม เห็นฝรั่งคลั่งก็คลั่งตาม มิจฉาชีพเห็นจุดอ่อนนี้ ก็เปิดเว็บไซด์ บริการสั่งซื้อตุ๊กตาทางออนไลน์ พอลูกค้าส่งเงินให้ก็ไม่ให้ของ โกงไปหลายล้านบาท

บริการออนไลน์ ถือเป็นความก้าวหน้า แต่สังคมของเราเอามาใช้เป็นเครื่องมือฉ้อฉล ทำให้ “คนไทยโดยรวม” เสียชื่อเสียง ขาดความเชื่อถือ ขนาดบริการสั่งกางเกงยีนส์ทางออนไลน์ ก็ยังส่งของปลอมให้ลูกค้า

“แชร์ลูกโซ่” เคยเป็นปัญหาเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ก็ยังสามารถนำมาปัดฝุ่น หลอกขายเหยื่อรายใหม่ได้ ผู้เสียหายกว่า 12,000 ราย หลายจังหวัดในภาคเหนือ ถูกหลอกลวง ถูกชักชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแชร์ลูกโซ่ อ้างว่าเป็นสหกรณ์ฯ อ้างว่ามีการดำเนินธุรกิจขายตรง น้ำมันรำข้าวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้สามระบบ “สยบความจน” คือ “ตื่นได้เงินแสน ตายได้เงินแสน กู้ได้เงินแสน”

ลวงเงินผู้คน ไปได้กว่า 30 ล้านบาท ส่วนสินค้าที่นำมาอ้าง เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด

จะพึ่งตำรวจ แต่ตำรวจกลับเป็นโจรเสียเอง ข่าวตำรวจ สน.บางรัก ยศ พ.ต.ท.1 และดาบตำรวจ  ไปเรียกรับเงินแต๊ะเอียจากร้านตัดเย็บเสื้อผ้าชุดสากล ในวันตรุษจีน  บังเอิญมีนักข่าวรอวัดตัวตัดสูทอยู่ในร้าน ความเลยแตก แถมที่ร้าน มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ จนผู้ต้องหาดิ้นไม่หลุด

อีกราย ดารานักแสดงสาว ถูกคนร้าย 5 คน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม โดยระบุว่ามีการเล่นไพ่ในห้องพัก แล้วบังคับให้เปิดตู้เซฟและชิงเอาทรัพย์สินทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท ทั้งยังลวนลามทำอนาจารก่อนที่จะหลบหนีไป ในจำนวนหมู่โจรนั้น มีตำรวจจริงๆ รวมอยู่ด้วย ที่น่าอาย คือเป็นตำรวจจากกองปราบปราม

มาดูด้านความปลอดภัย ในระบบการบริการด้านการขนส่ง รถตู้โดยสารบริการจากกรุงเทพฯ ที่เราเคยเห็น และตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเมื่อเกิดอุบัติเหตุแทบทุกครั้ง จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก็พบว่ารถตู้โดยสารไปต่างจังหวัด มีการบรรทุกเกิน เช่นใช้ม้านั่งหัวกลม เสริมให้ผู้โดยสารนั่งในช่องทางเดิน บางราย ที่นั่งเต็ม ก็ให้ผู้โดยสารยืนในรถตู้ ซึ่งอันตรายมาก

วินมอเตอร์ไซค์ก็อันตราย วันก่อน ตำรวจ สน.ลาดพร้าว จับกุมคนร้าย อายุ 23 ปี ก่อเหตุฆ่าข่มขืนหญิงสาว อายุ 20 ปี แล้วทิ้งศพหมกพงหญ้า ใกล้บ้านพักนายกรัฐมนตรี

ผู้ต้องหา มีอาชีพขับรถจยย.รับจ้าง ผู้ตายเรียกให้ไปส่ง เมื่อเห็นผู้ตายหน้าตาดี ก็พาเข้าซอยเปลี่ยว แล้วทำร้ายจนตาย ก่อนจะข่มขืนศพ

อีกข่าว นักเรียนชั้น ม.3 อายุ 15 ปี หลอกอาจารย์ฝ่ายปกครองว่า มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมเข้าโรงเรียน อาจารย์หลงเชื่อ พอถึงหลังโรงเรียน นักเรียนคนนั้นใช้มีดปลายแหลมแทงอาจารย์ แล้วหลบหนีไป

บ้านเมืองทุกวันนี้เต็มไปด้วยอันตรายซึ่งมีอยู่รอบด้าน เราอยากให้ภาครัฐ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน แทนที่จะมุ่งหาเสียง หรือเรียกคะแนนนิยม เพียงเพื่อแลกกับอำนาจรัฐเท่านั้น.