Get Adobe Flash player

คุยเฟื่อง..เรื่อง เต้นรำ..เริงลีลาศ โดย Super Pat

Font Size:

เห็นทีจะต้องมานั่งจับเข่าคุยเฟื่อง ถึงเรื่อง การเต้นรำ ลีลาศกันเสียแล้ว เพราะปัจจุบันในวงสังคมแอลเอ มีคนนิยมมากขึ้น จากเมื่อก่อน ไม่ค่อยมีคนนิยมเต้นรำกันสักเท่าไร เดี๋ยวนี้ไปงานบอลรูมที่ไหน เที่ยวสถานที่เต้นรำกันที่ไหน ฟลอร์จะแน่นเต็มไปด้วยนักเต้นรำทั้งโปรฯ และทั้งสมัครเล่นกันเป็นแถว เต้นกันไป ชนกันไป(ไม่ควรชน)มองหน้ากันไป ก็สนุกแบบฝืดๆไปอีกแบบ

 

ดิฉันชอบเต้นรำมาตั้งแต่ยังเป็นสาววัยรุ่น ฟ้าลิขิตให้มีโอกาสอยู่ในแวดวงนักเต้นรำที่ ปีนัง ประเทศมาเลเซียสมัยเรียนหนังสือที่นั่น ครอบครัวผู้ดูแลดิฉัน เป็นครอบครัวของอาจารย์หนุ่มมาเลย์ แต่งงานกับแหม่มฝรั่งผู้ดีชาวอังกฤษ มักหอบหิ้วดิฉันไปงานสังคมของผู้ดีชั้นสูงอยู่บ่อยๆ      ดิฉันถูกสอนการเต้นรำเบสิค -บอลรูม มารยาทการเต้นรำลีลาศ มาตั้งแต่สมัยนู้น จึงสนุกสนานกับการลีลาศเต้นรำเป็นประจำ การจะเต้นรำให้ได้ดี สวยงาม จำเป็นต้องมีคู่เต้นที่เหมาะเจาะกัน ทั้งส่วนสูง ขนาดของรูปร่าง ต้องดูดี สมส่วนกัน ไม่เตี้ยไป สูงไป ผอมไป หรือ อ้วนไป ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนมากจะนิยมฝ่ายชายควรสูงกว่าฝ่ายหญิง เพื่อความสง่างาม และฝ่ายชายจะเป็นผู้โชว์เสต็ปการเต้นของฝ่ายหญิง  ให้สวยงามอีกด้วย

มารยาทการเต้นรำสำคัญพอๆกับมารยาททางสังคม และมารยาทการขับขี่ยานพาหนะ ต้องรู้จักท่าเต้นท่าไหนควรเต้นไปรอบๆฟลอร์เช่นจังหวะบอลรูมทั้งหลาย คือ วอลซ์ ควิกวอลซ์ ควิกเสต็ป ฟอกซ์ทรอต แทงโก้ ฯลฯ ส่วนจังหวะที่เต้นอยู่กับที่ คือ จังหวะลาตินทั้งหมด รุมบ้า ช่ะช่ะช่า ซัลซ่า แซมบ้า ฯลฯ การลีลาศด้วยการเดิน ด้วยลีลาท่าทางจะเวียนซ้าย ทวนเข็มนาฬิกา ต้องช่วยกันคอยมองคู่เต้นคู่อื่นด้วยหางตา เพื่อไม่ให้เกิดการชนกันขึ้น เป็นมารยาทของนักเต้น ที่ต้องมีการเกรงใจกัน หาก เกะกะกีดขวาง หรือต้องการออกลวดลายที่กีดขวางทาง ต้องเข้าไปอยู่วงในตรงกลาง เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัด และนักลีลาศที่ดี ไม่ควรจะเต้นถอยหลัง หากแม้บางทีมีเสต็ปก็จำเป็นต้องผ่านท่านั้นไปก่อน เพื่อให้ฟลอร์คล่องตัว เสียดายที่ไม่ได้มีการสอนมารยาทการเต้นรำก่อนฝึก เหมือนสมัยก่อนๆ แต่ก็ยังไม่สายที่จะเรียนรู้เพื่อประโยชน์สุข และความสนุกของทุกคน

     คุณๆแฟนคลับสังเกตุบ้างไหมคะว่า พระเจ้าสร้างให้ประชาชนในโลกนี้ มีสุภาพสตรี มากกว่า สุภาพบุรุษ ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายว่างั้นเถอะ ผู้ออกนอกบ้านมาเที่ยวงานส่วนมากเป็นสาวๆอีกต่างหาก ทำให้การจับคู่เต้นรำลีลาศ ไม่สมดุลย์กัน เพราะมีผู้ชายไม่พอจะเป็นคู่เต้น ทางอเมริกาจึงนิยมเต้นไลน์ด๊านซ์ (เต้นเดี่ยว เรียงกันเป็นแถว)โดยเฉพาะพวกลูกทุ่งคาวบอย อาจเป็นเพราะมีหญิงมากกว่าชาย

    ไลน์ด๊านซ์จึงเป็นเสต็ปเดียวที่ทางสาวๆที่ไม่มีคู่จะได้ออกมาสนุกสนานเต้นรำบนฟลอร์เหมือนคู่เต้นรำคนอื่นได้บ้าง สังคมไทยในอเมริกา ที่จัดงานการกุศล หรือ จัดเพื่อความสนุกสนาน โดยเฉพาะที่แอลเอ จะมีงานกันเป็นประจำ ไม่นับงานเล็กๆน้อยๆ ที่มีผู้นิยมไปพักผ่อนคลายเครียด ยกตัวอย่างที่ห้องอาหารต่างๆ วันศุกร์ที่ไทยคิทเช่น เบอร์แบ๊งค์ และวันอาทิตย์ ที่ พัทยาคาเฟ่ พาซาดีน่า ที่มีดิฉันเป็น ดีเจ และ อ.เชนเป็นครูฝึกสอนเต้นรำ จึงเน้นสอนไลน์ด๊านซ์เสียส่วนใหญ่ เพื่อให้โอกาสสาวๆได้ออกโชว์ลวดลาย และชุดสวยๆ เวลาไปเที่ยวงานบอล ซึ่งจัดกันเป็นประจำ

     เราได้จัดตั้ง ชมรมเล็กๆเพื่อเป็นแกนนำพวกสมาชิกว่า "ชมรมรักสุขภาพ ทั้งกายและใจ" ขึ้นมา มีจุดประสงค์เพื่อ "ความเป็นคนมีคุณภาพ" ทั้งร่างกายและจิตใจ ออกกำลังกายด้วย ไลน์ด๊านซ์ มีน้ำใสใจจริงต่อกันทุกๆสุดสัปดาห์ ใกล้ไหน ไปนั่น พอเวลามีงานบอลการกุศลที่ไหน เราจะรวมตัวกันไปสนุกด้วยกัน อ.เชนฯได้จัดตั้งวง "ด๊านซ์กระจาย" ถ่ายทอดท่วงท่าเต้นรำไลน์ด๊านซ์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานไปช่วยงานสังคมบ่อยๆ แล้วแต่ใครต้องการเพื่อเป็น ไฮไลท์ให้งานครื้นเครงขึ้น โดยมีลูกศิษย์สาวๆที่เต็มใจเป็นผู้รับการถ่ายทอดด้วยจิตศรัทธา ผู้ใดต้องการ ไฮไลท์จากวง "ด๊านซ์กระจาย" ขอให้แจ้งมา อ.เชนฯบอกจัดเต็ม ให้ทุกจังหวะ (323)702-0788

    สำหรับนักเต้นที่มีคู่เต้นอยู่แล้ว โปรดใจกว้างแบ่งที่ส่วนหนึ่งบนฟลอร์ให้กันนักเต้นไลน์ด๊านซ์ที่ไม่มีคู่เต้นด้วย ได้ยินมาว่ามีบางงาน บางคนออกมาห้ามเต้นไลน์ด๊านซ์หน้าตาเฉย ทำความไม่พอใจให้กับนักเต้นที่ไม่มีคู่อย่างมากถึงขนาดจะมีการบอยคอร์ตกันขึ้น สร้างความแตกแยก อย่างน่าละอายใจที่สุด ในความเห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว ช่างไม่คิดถึงหัวอกผู้อื่นเสียบ้างเลย อย่านะคะ..ขอร้อง..อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย  เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นครั้งเดียวก็เกินพอ และในที่นี้ต้องขอขอบคุณหลายๆผู้จัดงานที่เล็งเห็นประโยชน์สุขกับผู้เสียเงินบริจาคมาเที่ยวงานที่ทำตามคำขอร้องของ อ.เชนฯ ให้แยก 2ฟลอร์ ฟลอร์คู่ และฟลอร์เดี่ยวเพื่อเต้นไลน์ด๊านซ์โดยเฉพาะ

    เอาละค่ะนักเต้นรำลีลาศทั้งหลาย ดิฉันได้นำเรื่องราวที่ประสบด้วยตัวเองมาเล่าให้คุณแฟนคลับอ่านพอประมาณกันแล้วทีนี้เรามาอ่านเรื่องของตำนานลีลาศที่เริ่มต้นในประเทศไทยอย่างไร จากที่ดิฉันไปค้นหามาให้อ่านกันเพื่อประดับสติปัญญาไว้คุยกันในวงสนทนากันได้บ้าง ตามมาอ่านเลยค่ะ....

  

    ประวัติการลีลาศของประเทศไทย

 

ไม่มีหลักฐานยืนยันได้แน่ชัดว่าการลีลาศในประเทศไทยเกิดขึ้นในสมัยใด สันนิษฐานว่า

 

ชาวต่างชาติได้นำมาเผยแพร่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จุลศักราช 1226 จากบันทึกของแหม่มแอนนาทำให้มีหลักฐานเชื่อได้ว่า คนไทยลีลาศเป็นมาตั้งแต่สมัยพระองค์ และ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับการยกย่องให้เป็นนักลีลาศคนแรกของไทย ตามบันทึกกล่าวว่า แหม่มแอนนาพยายามสอนพระองค์ท่านให้รู้จักวิธีการเต้นรำแบบสุภาพซึ่งเป็นที่ นิยมของชาวตะวันตก โดยบอกว่าจังหวะวอลซ์นั้นหรูมาก นิยมเต้นกันในวังของประเทศในแถบยุโรป พร้อมกับแสดงท่าทางการเต้น พระองค์ท่านกลับสอนว่าใกล้เกินไป แขนต้องวางให้ถูก แล้วพระองค์ท่านก็เต้นทำให้แหม่มแอนนาประหลาดใจ จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นผู้สอนพระองค์ จึงได้ได้สันนิษฐานกันว่า พระองค์ท่านคงจะศึกษาจากตำราด้วยพระองค์เอง

         การเต้นรำในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนใหญ่มีแต่เจ้านายและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เต้นรำกันพอเป็นโดยเฉพาะเจ้านายที่ว่าการต่างประเทศได้มีการเชิญฑูตานุฑูต และแขกชาวต่างประเทศมาชุมนุมเต้น รำกันที่บ้าน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในการเฉลิมพระชนมพรรษาหรือเนื่องในวันบรมราชาภิเษก เป็นต้น จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสราญรมย์ ให้เป็นศาลาว่าการกระทรวงการต่างประเทศ งานเต้นรำที่เคยจัดกันมาทุกปีก็ได้ย้ายมาจัดกันที่วังสราญรมย์

         ในสมัยรัชกาลที่ 6 ทุกปีที่มีงามเฉลิมพระชนมพรรษานิยมจัดให้มีการเต้นรำขึ้นในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นประธาน ซึ่งมีเจ้านายและบรรดาฑูตานุฑูตทั้งหลายเข้าเฝ้า ส่วนแขกที่จะเข้าร่วมงานได้ต้องได้รับบัตรเชิญเท่านั้น จึงสามารถเข้าร่วมงานได้

          ในสมัยรัชกาลที่ 7 การลีลาศได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีสถานที่ลีลาศเกิดขึ้นหลายแห่งเช่น ห้อยเทียนเหลา เก้าชั้น คาเธ่ย์ และ โลลิต้า เป็นต้น

         ในปี พ.ศ.2475 นายหยิบ ณ นคร ได้ร่วมกับหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ จัดตั้งสมาคมเกี่ยวกับการเต้นรำขึ้น แต่ไม่ได้จดทะเบียนให้เป็นที่ถูกต้องแต่ประการใด โดยใช้ชื่อว่าสมาคมสมัครเล่นเต้นรำ มีหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ เป็นนายกสมาคม นายหยิบ ณ นครเป็นเลขาธิการสมาคม สำหรับกรรมการสมาคมส่วนใหญ่ก็เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ได้แก่ หลวงเฉลิม สุนทรกาญจน์ พระยาปกิตกลสาร พระยาวิชิต หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ หลวงชาติตระการโกศล และ นายแพทย์เติม บุนนาค สมาชิกของสมาคมส่วนมากเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มักพาลูกของตนมาเต้นรำด้วย ทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการจัดงานเต้นรำชึ้นบ่อยๆ ที่สมาคมคณะราษฎร์และวังสราญรมย์ สำหรับวังสราญรมย์นี้เป็นสถานที่ที่จัดให้มีการแข่งขันเต้นรำขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งผู้ชนะเลิศเป็นแชมเปียนคู่แรกคือ พลเรือตรีเฉียบ แสงชูโต และประนอม สุขุม

         ในช่วงปี พ.ศ.2475-2476 มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งเรียกสมาคมสมัครเล่นเต้นรำว่าสมาคม... (คำผวนของคำว่าเต้นรำ) ซึ่งฟังแล้วไม่ไพเราะหู ดังนั้นหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ จึงบัญญัติศัพท์คำว่า ลีลาศ ขึ้นแทนคำว่า เต้นรำ ต่อมาสมาคมสมัครเล่นเต้นรำก็สลายตัวไป แต่ยังคงมีการชุมนุมกันของครูลีลาศอยู่เสมอ โดยมีนายหยิบ ณ นคร เป็นผู้ประสานงาน

       การลีลาศได้ซบเซาลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งสงครามสงบลงในเดือนกันยายน พ.ศ. 2488 วงการลีลาศของไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นใหม่ มีโรงเรียนสอนลีลาศเกิดขึ้นหลายแห่งโดยเฉพาะสาขาบอลรูมสมัยใหม่ (Modern Ballroom Branch) ซึ่งอาจารย์ยอด บุรี ได้ไปศึกษามาจากประเทศอังกฤษและเป็นผู้นำมาเผยแพร่ ช่วยทำให้การลีลาศซึ่งศาสตราจารย์ศุภชัย วานิชวัฒนาเป็นผู้นำอยู่ก่อนแล้วเจริญขึ้นเป็นลำดับ

        ในปี พ.ศ.2491 มีบุคคลชั้นนำในการลีลาศซึ่งเคยเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขันลีลาศสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อาทิ อุไร โทณวณิก กวี กรโกวิท จำลอง มาณยมณฑล ปัตตานะ เหมะสุจิ และ นายแพทย์ประสบ วรมิศร์ ได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมลีลาศแห่งประเทศไทยขึ้น โดยสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ อนุญาตให้จัดตั้งได้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2491 มีหลวงประกอบนิติสาร เป็นนายกสมาคมคนแรก ปัจจุบันสมาคมลีลาศแห่งประเทศไทยเป็นสมาชิกของสภาการลีลาศนานาชาติด้วยประเทศหนึ่ง

    หลังจากนั้นการลีลาศในประเทศไทยก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย มีสถานลีลาศเปิดเพิ่มมากขึ้น มีการจัดแข่งขันลีลาศมากขึ้น ประชาชนสนใจเรียนลีลาศกันมากขึ้น มีการจัดตั้งสมาคมครูลีลาศ ขึ้นสำหรับเปิดสอนลีลาศ และยังได้จัดส่งนักลีลาศไปแข่งขันในต่างประเทศและจัดแข่งขันลีลาศนานาชาติขึ้นในประเทศไทย ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้โรงเรียนสอนลีลาศต่างๆ อยู่ใสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ และมีการกำหนดหลักสูตรลีลาศขึ้นอย่างเป็นแบบแผนทำให้การลีลาศมีมาตรฐานยิ่งขึ้น ส่งผลให้การลีลาศในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับและนิยมในวงการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนให้ความสนใจ ทำให้มีโรงเรียนหรือสถาบันเปิดสอนลีลาศขึ้นเกือบทุกจังหวัด สำหรับในสถานศึกษาก็ได้มีการจัดวิชาลีลาสเข้าไว้ในหลักสูตรตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา

ปัจจุบันลีลาศได้รับการรับรองให้เป็นกีฬาจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากลInternational Olympic Committee = IOC) อย่างเป็นทางการมีการประชุมครั้งที่ 106 วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2540 ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับในประเทศไทยคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในสมัยที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ ได้มีมติรับรองลีลาศเป็นการกีฬาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541 จัดเป็นกีฬาลำดับที่ 45 ของการกีฬาแห่งประเทศไทย และยังได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาลีลาศ (สาธิต )ขึ้นเป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 6-20 ธันวาคม พ.ศ.2541

 

     แหมยังไม่ทันจบเลย หน้ากระดาษของคอลัมน์หมดพอดี คงต้องให้แฟนคลับอ่านต่อสัปดาห์หน้า ถึงประเภทของการเต้นรำลีลาศ การมีมารยาท และผลประโยชน์ของการลีลาศ แบ่งกันออกมาอย่างไร สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนนะคะ อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม (323)702-0788