Get Adobe Flash player

การพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว (Long Term Care) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปร่วมจัดงานสามัคคีซัมมิท 2016 ซึ่งเป็นงานที่รวมคนไทยจากทั้งในนครลอสแอนเจลิสและจากต่างรัฐอย่างที่เกริ่นถึงประวัติความเป็นมาในฉบับที่แล้ว งานออกมาได้ดี ทุกคนได้พบปะกับคนใหม่ ๆ ได้ความรู้ และได้ความบันเทิง ก็ถือเป็นการผนึกกำลังของคนจำนวนมากถึงทำให้งานออกมาได้ดีนะคะ ในปีหน้าก็ยังจัดงานกันอีก รวมทั้งได้มีการพูดถึงการก่อตั้งองค์กรสามัคคีขึ้นมาด้วย อย่างว่านะคะ ความสามัคคีมันเป็นเรื่องที่ต้องทำกิจกรรมกระตุ้นกันอย่างต่อเนื่อง ในหลายปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องมากมายทำให้พี่น้องคนไทยของเราเกิดความไม่เข้าใจกัน ทำให้ความสามัคคีที่เคยมีอาจจะลดลงไปหน่อย ก็ถือว่าตอนนี้เราก็มาร่วมช่วยกันสร้างความสามัคคี ช่วยกันคนละไม้ละมือตามความสามารถ สังคมไทยเราก็จะได้เข้มแข็ง พัฒนาและสู้ไปได้กับสังคมของชาติอื่น อย่างวันนี้ผู้เขียนก็จะขอมาใช้ความรู้ที่มีอยู่ช่วยให้ความรู้กับท่านผู้อ่านในเรื่องประกันรักษาพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาวหรือที่เรียกว่า Long Term Care (LTC) กันค่ะ

 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่าอะไรที่ถึงเข้าข่ายที่เรียกว่าระยะยาวหรือ Long Term Care บ้าง LTC นั้นไม่ได้เป็นแค่การรักษาพยายาบาลแต่เป็นการช่วยเหลือการดำรงชีวิตของคน ซึ่งในศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า กิจกรรมของการดำรงชีวิตในแต่ละวัน (Activities of Daily Livings หรือ ADLs) ซึ่งได้บัญญัติไว้ 6 อย่างคือ อาบน้ำ แต่งตัว เข้าห้องน้ำ เคลื่อนย้ายตัวเองจากเตียงไปในที่ต่าง ๆ การสามารถควบคุมการขับถ่าย และการรับประทานอาหาร ดังนั้น Long Term Care (LTC) จึงครอบคลุมถึงการบริการหรือการช่วยเหลือที่คนต้องการเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้ในแต่ละวันค่ะ

 

นอกจากนี้บริการที่เกี่ยวกับ LTC ก็ยังรวบไปถึงการช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กิจกรรมหลักในการดำรงชีวิตอย่างข้างต้น ซึ่งกิจกรรมพวกนี้ทางการแพทย์จะใช้คำว่า Instrumental Activities of Daily Living (IADLs) ซึ่งได้แก่ การดูแลทำความสะอาดบ้าน การบริหารการเงิน การกินยา การเตรียมอาหารและทำความสะอาดครัว การไปซื้อของ การใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสาร การดูแลสัตว์เลี้ยง การตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น

 

ผู้เขียนต้องขอใช้คำภาษาอังกฤษตรงนี้หน่อยนะคะ เพราะคำเหล่านี้เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในวงการแพทย์และประกัน เวลาท่านผู้อ่านไปได้ยินจะได้ร้องอ๋อว่าคำ ๆ นี้หมายถึงอะไรค่ะ

 

ท่านผู้อ่านคงจะสงสัยว่าใครหละที่จะต้องใช้บริการช่วยเหลือพวกนี้บ้าง จากสถิติที่เค้าเก็บรวบรวมกันในเมืองลุงแซมนี้ คนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปถึง 70% เป็นกลุ่มที่ต้องการใช้บริการ Long Term Care ค่ะ บางคนก็ต้องใช้บริการแค่ช่วงหนึ่ง บางคนก็ต้องใช้กันไปจนเสียชีวิตไปเลยก็มี ใครจะใช้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างนะคะ อายุมากขึ้นก็มีโอกาสจะต้องใช้บริการคนมาดูแลมากขึ้น ผู้หญิงก็มีโอกาสใช้มากกว่าผู้ชายเพราะโดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะอายุยืนกว่าผู้ชายถึง 5 ปีค่ะ แล้วยิ่งคนสมัยนี้แต่งงานกันน้อยลง มีอัตราการหย่าร้างมากขึ้น ลูกเต้าบางทีก็โตไปอยู่ที่อื่นกันหมด ก็มีโอกาสจะได้ใช้บริการนี้มากขึ้นค่ะ

 

แต่บางคนก็ยังไม่ทันแก่แต่ดันเกิดอุบัติเหตุหรือเป็นโรคเรื้อรังอะไรบางอย่างที่ทำให้อยู่ในสภาพทุพพลภาพ (disability) ดูแลตัวเองไม่ได้ ก็ทำให้สถานการณ์บังคับต้องใช้บริการ Long Term Care ได้เช่นกัน จากสถิติพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนที่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี จะมีคน 8% ที่ต้องการใช้บริการ Long Term Care ค่ะ และคนที่อายุ 90 ปีขึ้นไปก็มีโอกาสความเสี่ยงที่ทุพพลภาพมากถึง 69 % พวกเหล่านี้ก็ต้องการใช้บริการ LTC เช่นกัน

 

พวกโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง จะทำให้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะที่เราต้องการคนมาช่วยดูแลเราในระยะยาวได้เช่นกัน ซึ่งโรคพวกนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม หากท่านมีคนในครอบครัวใกล้ชิดทางสายเลือดเป็น ท่านก็มีโอกาสเป็นมากขึ้น รวมไปถึงคนที่มีโภชนการที่ดีหรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องการบริการ Long Term Care มากขึ้นเช่นกันค่ะ

 

ระดับความช่วยเหลือหรือระยะเวลาที่แต่ละคนต้องการความช่วยเหลือนั้นจะแตกต่างกันไป จากสถิติพบว่าคนที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเกือบ 70 % ต้องการให้คนมาช่วยดูแลกิจกรรมในการดำรงชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งและจะมีความต้องการนั้นไปตลอดช่วงชีวิต ผู้หญิงต้องการการดูแลมากกว่าผู้ชาย จากสถิติผู้หญิงต้องการ 3.7 ปีและผู้ชายต้องการ 2.2 ปี คน 1 ใน 3 ของผู้มีอายุ 65 ปีอาจจะไม่ต้องการ Long Term Care เลยก็ได้แต่พบกว่ามีคน 20 % ในกลุ่มนี้ต้องการความช่วยเหลือนานกว่า 5 ปีเลยทีเดียว จากข้อมูลในเวบของ Longtermcare.gov พบกว่าคนในเมืองลุงแซมส่วนใหญ่ต้องการการดูแลแบบ Long Term Care ประมาณ 3 ปี โดยแยกเป็นการดูแลที่บ้านประมาณ 1-2 ปีแรก และการดูแลในสถานพยาบาลอีกไม่เกิน 1 ปีค่ะ

 

เมื่อคนเราเกิดภาวะที่ต้องการการช่วยเหลือในการดำรงชีวิตประจำวันดังกล่าว ก็จะมีคนหลายกลุ่มที่จะสามารถเข้ามาช่วยเหลือเรา กลุ่มแรกคือ ครอบครัว เพื่อนสนิท ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะมาช่วยเหลือโดยเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย กลุ่มที่สองคือพวกพยาบาลหรือคนจากสถานพยาบาลหรือนักบำบัดที่จะมาที่บ้าน กลุ่มที่สามคือสถานให้บริการดูแลผู้สูงอายุในระหว่างวันที่เราเรียกว่า Adult Day Service ก็คล้าย ๆ กับที่รับเลี้ยงดูเด็ก (daycare service) ที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายพาลูกไปฝากให้เขาเลี้ยงในระหว่างที่ไปทำงานแหละค่ะ ในกรณีคือลูกหลานที่ต้องมีภาระไปทำงานระหว่างวันไม่สามารถดูแลท่านผู้ใหญ่ได้จึงสามารถพาท่านไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนคอยดูแลในระหว่างที่ไปทำงาน ส่วนกลุ่มที่สี่คือสถานพยาบาลทั้งหลาย

 

คนกลุ่มแรกซึ่งเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง คู่สมรสหรือบางครั้งก็เป็นเพื่อนบ้านสามารถช่วยดูแลเราในขณะที่เราอยู่บ้านได้ โดยพบว่าคนเหล่านี้ช่วยดูแลกิจกรรมการดำรงชีวิตในบ้านถึง 80 % และใช้เวลา 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการดูแลทั่วไป และมีถึงกว่าครึ่ง (58%) ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่แทบจะดูแลตัวเองไม่ได้ เช่น ต้องป้อนอาหารให้หรืออาบน้ำให้ จากข้อมูลที่ไปเก็บรวบรวมมายังพบว่าในปี 2009 มีคนถึง 1 ใน 4 หรือ 65.7 ล้านคนในเมืองลุงแซมที่ต้องรับผิดชอบทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล และ 2 ใน 3 ของผู้ดูแลก็เป็นเพศหญิง คนที่มีอายุ 65 ปีหรือมากกว่าจำนวนถึง 14 % ต้องดูแลตัวเอง และคนส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในบ้านได้เป็นเวลาหลายปีด้วยความช่วยเหลือจากบุคคลที่เสียสละมาดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเหล่านี้หรือด้วยความช่วยเหลือด้านการเงินจากชุมชน

 

ฟังมาถึงตรงนี้ดูเหมือนว่าท่านผู้อ่านทุกคนรวมทั้งผู้เขียนด้วยไม่ช้าก็เร็วก็คงจะอยู่ในภาวะที่ต้องการการดูแลแบบ Long Term Care กันนะคะ แต่อย่าเพิ่งตกใจ หากมีความรู้ ทำความเข้าใจกับมัน ไม่ประมาทและเตรียมการไว้ก่อนก็จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ค่ะ พื้นที่หมดแล้วสัปดาห์หน้าเราจะมาคุยกันเรื่องนี้กันต่อว่า ท่านจะสามารถไปรับบริการได้ที่ไหนบ้าง และจะมีแหล่งเงินที่ไหนที่จะมาช่วยท่านจ่ายค่ารักษาในการดูแลของท่านหากว่าท่านไม่มีเพื่อนฝูงญาติโยมที่จะพอช่วยดูแลท่านในยามเกิดภาวะเหล่านี้ได้ค่ะ รอติดตามนะคะ

 

อ้างอิง: http://longtermcare.gov/