Get Adobe Flash player

ค่าใช้จ่ายของการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว (Cost of Long Term Care) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ไม่ได้เจอกันหนึ่งสัปดาห์เป็นอย่างไรบ้างคะ มีผู้อ่านหลายท่านได้โทรศัพท์มาหาผู้เขียนเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากบทความในฉบับก่อน ๆ ก็จะขอยกคำถามบางข้อมาตอบให้ได้ยินทั่วกันในฉบับนี้ค่ะ

 

มีผู้อ่านท่านหนึ่งถามเรื่องเกี่ยวกับว่ามีเมดิแคลแล้วต้องมีเมดิแคร์หรือไม่ แล้ว Long Term Care นี้จะต้องมีอีกหรือเปล่า อย่างที่ได้กล่าวไว้ในฉบับก่อน ๆ เมดิแคลเป็นเสมือนประกันสุขภาพของผู้มีรายได้น้อย สิทธิ์ประโยชน์นี้จะครอบคลุมถึงคนโดยไม่จำกัดอายุค่ะ ส่วนเมดิแคร์เป็นประกันสุขภาพสำหรับคนวัยเกษียณ จะมีได้ก็ต้องอายุถึง 65 ก่อนนะคะ โดยคนที่จะมีก็ต้องมีการจ่ายเงินเข้ากองทุนของรัฐบาลผ่านการเสียภาษีจากการทำงานของตัวเองหรือของสามีค่ะ ดังนั้นหากท่านมีรายได้น้อยจนสามารถมีสิทธิ์ได้รับเมดิแคลแล้ว เมดิแคลจะครอบคลุมไปถึงส่วนของ Long Term Care ด้วยค่ะ แต่ถ้าหากท่านมีประกันสุขภาพในวัยทำงานหรือได้รับเมดิแคร์ในวัยเกษียณ ตรงส่วนนี้จะมีปัญหาคือเมดิแคร์ไม่ได้คุ้มครองไปถึงการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว (Long Term Care) ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่การพยาบาลส่วนนี้จะเกิดขึ้นที่บ้านของผู้ป่วยเอง ตรงนี้แหละค่ะที่ท่านจะต้องหาทางออกตระเตรียมหาทางหนีที่ไล่ที่จะหาเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายในยามที่ท่านต้องการคนมาดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของท่านในยามที่ท่านเกิดภาวะเจ็บป่วยระยะยาวค่ะ ซึ่งในฉบับที่แล้วผู้เขียนได้กล่าวถึงทางเลือกหลาย ๆ อย่าง เช่น จากเงินเก็บสะสม จากรายได้ในวัยเกษียณ ซื้อประกัน Long Term Care เอาบ้านเข้าโปรแกรม Reverse mortgages ซื้อประกันชีวิตที่มีอนุสัญญาในการให้ Long Term Care หรือใช้เงินเกษียณที่เรียกว่า Annuities เป็นต้น

 

หลายคนคงจะสงสัยว่าค่าใช้จ่ายในการพยาบาลตัวเองในระยะยาวมันแพงขนาดไหน มันจำเป็นขนาดที่จะต้องหาทางหนีที่ไล่ไว้ล่วงหน้าเลยหรือ แล้วประกันที่มีอยู่หละมันไม่คุ้มครองหรือไง ดังนั้นก่อนจะไปพูดถึงตัวเลือก เรามาดูเรื่องค่าใช้จ่ายและการคุ้มครองของประกันที่ทุกท่านมีอยู่กันในตอนนี้ก่อนค่ะ

จากเวบ Longtermcare.gov ให้ข้อมูลถึงค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสำหรับการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว (Long Term Care) .ในปี 2010 ว่าผู้ที่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานพยาบาลจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับห้องพักรวมวันละ 205 เหรียญต่อวันหรือ 6,235 เหรียญต่อปี หากต้องการอยู่ส่วนตัวเป็นสัดส่วนคนเดียวก็ต้องจ่ายกันวันละ 229 ต่อวันหรือ 6,965 ต่อเดือนกันทีเดียวค่ะ สถานพยาบาลพวกนี้จะสำหรับผู้ที่เจ็บป่วยและต้องการพยาบาลดูแลตลอดเวลา ถ้าหากว่าผู้ที่ไม่ได้ต้องการพยาบาลเพียงแต่ต้องการแค่ให้มีคนดูแลท่านในการเดินเหินลุกนั่ง อาบน้ำอาบท่าทั่วไปก็ไปอาศัยที่บ้านพักคนชราได้ ซึ่งก็พบว่ามีค่าใช้จ่ายกันเดือนละ 3,293 เหรียญต่อเดือนสำหรับห้องเดี่ยว บางท่านที่ไม่อยากไปอยู่ที่อื่นก็สามารถอยู่ที่บ้านได้ แต่หากว่าจะต้องจ้างคนมาช่วยดูแลก็มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 21 เหรียญต่อชั่วโมงสำหรับการดูแลทั่วไป หรือถูกหน่อยแค่มาทำกับข้าว ซักผ้าให้ หยิบจับเรื่องทั่ว ๆ ไปก็มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 19 เหรียญต่อชั่วโมง หลายคนที่มีเพื่อนสนิทหรือครอบครัวดูแลอยู่ แต่ระหว่างที่ผู้ดูแลเหล่านั้นต้องไปทำงานและพาท่านไปฝากดูแลที่ adult day health care center ก็จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 67 เหรียญค่ะ ไม่แพงเท่ากับสถานที่รับเลี้ยงเด็กแต่ก็มีค่าใช้จ่ายอยู่นะคะ

ค่าใช้จ่ายที่ว่านี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละท่านต้องการความช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน รวมถึงสภาพของสถานบริการ ผู้ดูแลหรือบริเวณที่ท่านอาศัยอยู่ก็มีผลกับราคาค่าใช้จ่ายที่ว่าค่ะ ส่วนใหญ่การให้บริการในเวลาช่วงเย็นหรือวันหยุดจะแพงกว่าช่วงเวลาอื่น ก็เพราะว่าเป็นช่วงที่มีความต้องการของการบริการมาก อย่างว่าค่ะประเทศนี้เป็นประเทศในระบบเศรษฐกิจแบบใช้หลักเศรษฐศาสตร์นะคะ อุปสงค์ (ความต้องการซื้อหรือใช้บริการ) มาก พออุปทาน (ความมีอยู่ของสินค้าหรือบริการ) น้อยเพราะคนใช้กันเยอะ ราคาก็สูงขึ้นไปด้วย

หลายคนที่อยู่ในสถานพยาบาล ถ้าหากเลือกอยู่ห้องที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากหน่อยก็ต้องจ่ายเพิ่มนะคะ เช่น ห้องที่มีอาหารบริการ มีคนมาทำความสะอาดบ่อย ๆ มีเคเบิลทีวี มีห้องเตรียมอาหาร ห้องพักแขกเป็นสัดส่วน เป็นต้น

บางทีแม้จะเป็นการให้บริการโดยชุมชน ก็จะมีอัตราการคิดค่าบริการที่ต่างกันไป ถ้าหากเป็นช่วงที่มีกิจกรรมพิเศษก็อาจจะมีการให้บริการในราคาที่ถูกลงกว่าปกติได้ค่ะ

ในแต่ละรัฐที่ท่านอาศัยอยู่ก็มีค่าใช้จ่ายในการพยาบาลตนเองระยะยาวที่ต่างกันเช่นกัน รัฐที่มีสถานบริการน้อยถึงแม้ค่าเช่าบ้าน ค่าซื้อบ้านจะไม่แพง ก็อาจจะมีค่าบริการเหล่านี้แพงกว่ารัฐที่ค่าซื้อบ้านแพงกว่าก็ได้นะคะ ซึ่งถ้าท่านสนใจอยากจะเข้าไปหาข้อมูลเอาไว้วางแผนค่าใช้จ่ายในอนาคตก็สามารถเข้าไปดูได้ในเวบไซด์ http://longtermcare.gov/costs-how-to-pay/costs-of-care-in-your-state/ หรือที่ https://www.genworth.com/about-us/industry-expertise/cost-of-care.html ได้ค่ะ โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบของเวบอันหลังมากกว่า เพราะมีตัวเลือกให้เราประเมินค่าใช้จ่ายในอนาคตได้ด้วย ทั้งแบบรายวัน รายเดือนหรือรายปี แต่ลองเลื่อน ๆ ดูแล้วก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายที่ก็ดูว่ามากอยู่แล้วในวันนี้ อีก 10 ปีข้างหน้าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นไปเกือบเท่าตัวเลยเชียว ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายในการหาคนมาช่วยดูแลพยาบาลที่บ้านในปี 2016 นี้ประมาณ 3,861 เหรียญต่อเดือน แต่พอไปถึงปี 2026 (อีก 10 ปีข้างหน้า) ค่าใช้จ่ายอย่างเดียวกันนี้ขึ้นไปถึง 5,189 เหรียญต่อเดือนกันทีเดียว!!

หลายท่านคงจะสงสัยว่าอ้าว แล้วประกันที่มีอยู่นี่มันไม่คุ้มครองหรอ คำตอบคือถ้าคุ้มครองก็เพียงส่วนน้อยค่ะ ประกันสุขภาพที่ท่านมีในวัยทำงานจะใช้กฏในการคุ้มครองการรักษาพยาบาลระยะยาวเช่นเดียวกับเมดิแคร์ คือถ้าหากว่ามีการคุ้มครองก็จะคุ้มครองเพียงแค่ส่วนของการรักษาพยาบาลโดยผู้ชำนาญการระยะสั้นเท่านั้น เช่น การที่จะมีพยาบาลมาดูแลจะต้องเกิดขึ้นหลังจากการที่อยู่โรงพยาบาลในโรคเดียวกัน ซึ่งจะมีข้อจำกัดการคุ้มครองให้เพียงแค่ 100 วันแรกเท่านั้น การดูแลผู้ป่วยที่บ้านก็จะมีข้อจำกัดว่าจะต้องได้รับการพิจารณาว่ามีความจำเป็นในเรื่องของการรักษาเท่านั้น ในเรื่องที่จะเกี่ยวกับเรื่องจิปาถะอื่น เช่น ช่วยรดน้ำ ทำสวน ทำความสะอาด หุงหาอาหาร ซักผ้าผ่อนให้นั้นประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองเลยค่ะ ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายเงินสมทบ (copay) ด้วย เช่น เมดิแคร์ จะคุ้มครองให้เพียง 137.50 เหรียญต่อวัน สำหรับการดูแลให้บริการใน nursing home ตั้งแต่วันที่ 21-100 ซึ่งอย่างที่ทราบไปในข้างต้นว่าค่าใช้จ่ายใน nursing home โดยเฉลี่ยเกินกว่า 200 เหรียญต่อวัน ดังนั้นก็จะต้องหาเงินมาจ่ายในส่วนต่างที่เหลือค่ะ

บางคนมีประกันที่เรียกว่าเมดิแกป (Medigap) ซึ่งเป็นประกันเสริมสำหรับผู้ที่มีเมดิแคร์ ตัวนี้มีข้อดีคือช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนที่เมดิแคร์ครอบคลุมไม่ถึง แทนที่จะต้องเอาเงินเก็บสะสมไปจ่ายเป็นก้อนเยอะๆ ผู้เกษียณหลายคนก็มีประกันเสริมตัวนี้กันค่ะ ประกันตัวนี้คุ้มครองค่าใช้จ่ายสมทบทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น copay หรือ deductible ช่วยเพิ่มการคุ้มครองในเรื่องการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลและค่าพบแพทย์ แต่ไม่ได้คุ้มครองไปถึงส่วนของ Long Term Care ส่วนนี้จะจ่ายค่าใช้จ่ายใน nursing home ในวันที่ 21-100 ได้ถึงวันละ 148 เหรียญต่อวัน ซึ่งจะมากกว่าที่ตัวเมดิแคร์เองจ่ายให้หน่อย แต่ก็ยังไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นค่ะ เพราะประกันประเภทนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลในส่วนการรักษาพยาบาลระยะยาว ดังนั้นจึงจะไม่คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในวัยชรา เช่น เครื่องช่วยฟัง แว่นสายตา พยาบาลส่วนตัว เป็นต้น

มีคนมาถามว่า อ้าวแล้วประกันทุพพลภาพหละ คุ้มครอง Long Term Care หรือไม่???  คำตอบคือไม่ค่ะ ประกันทุพพลภาพหรือที่เรียกว่า Disability Insurance จะให้เงินผู้เอาประกันเพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดไปในระหว่างที่เป็นทุพพลภาพและทำงานไม่ได้ แต่ประกันประเภทนี้ไม่คุ้มครองการรักษาพยาบาลหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลตนเองในระยะยาวค่ะ รวมทั้งประกันประเภทนี้เนื่องจากคุ้มครองการเสียรายได้จากทุพพลภาพดังนั้นจึงถูกออกแบบให้หมดอายุไปเมื่อผู้เอาประกันอายุ 65 ปี ซึ่งแน่นอนในวัยนั้นเป็นวัยที่ต้องการการคุ้มครองแบบ Long Term Care มากที่สุด

ในเวบไซด์ http://longtermcare.gov/costs-how-to-pay/what-is-covered-by-health-disability-insurance/coverage-limits-chart/ จะมีตารางแยกแยะรายละเอียดเกี่ยวกับประกันเหล่านี้ว่าคุ้มครองอะไรบ้างและไม่คุ้มครองอะไรบ้าง หากท่านสนใจสามารถเข้าไปดูได้ค่ะ

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดถึงเรื่อง Long Term Care เพราะเป็นเรื่องไกลตัว ข้อมูลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ค่อยทราบ ยกเว้นว่าจะมีประสบการณ์จากญาติหรือคนสนิทที่ต้องดูแลกันหรือต้องไปอยู่ใน nursing home ถึงจะทราบเรื่องค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากที่คนเราจะไม่คาดคิดว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลตนเองส่วนนี้มันจะมากมาย และไม่ได้เตรียมวางแผนอะไรกันไว้ให้ดี จึงถึงเวลาแล้วนะคะที่เราจะต้องพูดคุยกันเรื่องของ Long Term Care กันมากขึ้น ฉบับหน้าเรามาคุยกันต่อว่าเราจะวางแผนหาทางหนีทีไล่กันอย่างไรดีค่ะ

อ้างอิง :  www.longtermcare.gov

                https://www.genworth.com/about-us/industry-expertise/cost-of-care.html

http://www.pbs.org/newshour/rundown/starting-the-conversation-about-long-term-care/