Get Adobe Flash player

การวางแผนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในช่วงสูงวัย (Advance Care Planning) ต่อ โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ฉบับที่แล้วได้เกริ่นไว้ถึงเรื่องการวางแผนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในช่วงสูงวัยไปบ้างแล้วว่าท่านจะต้องเริ่มคิดและเล่าถึงความประสงค์ของท่านให้กับคนใกล้ตัวได้ทราบ และจะดียิ่งไปกว่านั้นถ้าหากท่านเขียนบันทึกความต้องการเหล่านั้นให้เป็นเรื่องเป็นราว เผื่อว่าถึงเวลานั้นแล้วเกิดท่านอยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะได้มีเอกสารมาบอกกล่าวแทนท่านนะคะ หลายคนอาจสงสัยว่าจำเป็นหรือไม่ที่ท่านจะต้องใช้ทนายในการวางแผนเรื่องพวกนี้ อย่างที่บอกไปในฉบับที่แล้วว่าถ้าหากว่าท่านสามารถเข้าใจและทำเอกสารพวกนี้ได้เอง ก็คงจะไม่ต้องใช้ทนายค่ะ แต่คนส่วนใหญ่ถึงแม้จะเป็นทนายก็ไม่ค่อยจะชอบทำเรื่องพวกนี้ให้กับตัวเองนะคะ อย่างเช่น ผู้เขียนเวลาจะทำการวางแผนอะไรก็มักจะให้เพื่อนที่ทำงานแนะนำให้ อย่างที่เขาว่าคนวงนอกมักจะมองเห็นอะไรดีกว่าคนวงในที่บางทีก็เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขาค่ะ ดังนั้นถ้าท่านต้องการที่จะปรึกษาทนายก็ควรจะต้องปรึกษากับทนายที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกฏหมายผู้สูงอายุ (Elder Law Attorney) เพราะเป็นทนายที่จะมีลูกความในวัยสูงอายุและมีประสบการณ์ในทางด้านนี้มากกว่าทนายด้านอื่น ทนายก็เหมือนกับหมอนะคะ หมอไม่ได้เชี่ยวชาญไปเสียทุกอย่าง เป็นโรคหัวใจก็ต้องไปหาหมอหัวใจจะไปหาหมอประเภทอื่นก็คงจะสู้หมอหัวใจไม่ได้ค่ะ ดังนั้นจะหาทนายให้คำปรึกษาก็ควรจะเลือกทนายที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเฉพาะด้านกฏหมายที่เราต้องการเช่นกัน

ทนายที่เชี่ยวชาญด้านกฏหมายเกี่ยวกับผู้สูงอายุจะสามารถช่วยเหลือท่านในการร่างเอกสารหลายอย่าง เข่น เอกสารการมอบอำนาจในการรักษาพยาบาล (Advance Medical Directives หรือ Living Will ) ซึ่งจะเป็นเอกสารที่จะระบุการรักษาพยาบาลในแบบที่ท่านอยากจะได้รับหรือไม่อยากจะได้รับ เอกสารการมอบอำนาจทางการเงิน (Power of Attorney) ซึ่งจะเป็นเอกสารที่จะบอกอนุมัติให้ผู้อื่นไปทำธุรกรรมทางการเงินแทน ทนายจะสามารถช่วยในกระบวนการวางแผนจัดการมรดก เช่น ทำพินัยกรรม ทำ Living Trust ซึ่งขึ้นตอนนี้จะช่วยกำหนดว่าทรัพย์สมบัติของท่านจะถูกมอบให้ใครหลังจากที่ท่านเสียชีวิตแล้ว จะช่วยตรวจสอบว่าท่านสามารถมีสิทธิ์ได้รับเมดิแคดหรือไม่และช่วยขอสมัครให้ รวมทั้งเป็นตัวแทนในการติดต่อกับบริษัทประกันเกี่ยวกับประกันสุขภาพ ประกัน Long Term Care หรือประกันชีวิต  ช่วยให้คนที่ท่านรักสามารถหาผู้ดูแลทางกฏหมายในกรณีที่ไม่ได้มีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า รวมทั้งทนายยังสามารถช่วยในเรื่องของการจ้างงานและการเกษียณอายุ รวมทั้งให้คำแนะนำในเรื่องอื่น ๆ

ท่านคงเคยได้ยินคำว่า “คำสั่งล่วงหน้า (Advance Directive) “ คำที่ว่านี้ก็คล้าย ๆ กับการสั่งเสียไว้ล่วงหน้าก่อนเสียชีวิตหรือไม่รู้เรื่องน่ะแหละค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปจะหมายถึงเอกสารสองชนิด ชนิดแรกคือ Living Will (บางครั้งเรียกว่า Advance Medical Directives) ซึ่งเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นเพื่อบอกไว้ล่วงหน้าว่าท่านต้องการหรือไม่ต้องการให้มีการรักษาอะไรในวันที่จะต้องมีการตัดสินใจสำหรับการรักษา ตัวอย่าง เช่น คุณสามารถระบุให้ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยชีวิตในกรณีที่หัวใจของคุณล้มเหลว เป็นต้น เอกสารชนิดที่สองคือ เอกสารแต่งตั้งผู้ตัดสินใจทางการรักษาพยาบาลหรือเรียกว่า Durable Power of Attorney for health care เอกสารนี้เป็นการแต่งตั้งผู้ที่จะตัดสินใจในเรื่องการรักษาพยาบาลในเวลาที่คุณไม่สามารถตัดสินใจได้

นอกจากเอกสารที่เป็นการสั่งเสียล่วงหน้าแล้ว ก็ยังมีเอกสารทางกฏหมายที่ทนายจะช่วยทำให้ เพื่อที่ท่านจะได้สามารถรักษาทรัพย์สมบัติที่คุณหามาทั้งชีวิตและสามารถควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นประโยชน์แก่ท่าน อันได้แก่

-          Durable Power of Attorney เป็นเอกสารที่ให้อำนาจบุคคลอื่นที่คุณเลือกมาจัดการเรื่องเกี่ยวกับการเงินและตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (หากผู้ที่ได้รับมอบหมายได้มีการระบุไว้ในเอกสารหรือถูกระบุโดยกฏหมายของรัฐ) เอกสารตัวนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ที่มีการลงนาม เว้นแต่ว่าจะมีการกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น และจะมีผลบังคับใช้ต่อไปเมื่อท่านไม่สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว

-          Living Trust คือเอกสารที่ระบุว่าทรัพย์สินของท่านได้ถูกนำไปใส่ไว้ในทรัสต์ซึ่งจะมีการดูแลเพื่อประโยชน์ของท่านในระหว่างที่ยังมีชีวิต และจะมีการส่งมอบทรัพย์สินไปยังผู้รับมรดกในเวลาที่ท่านเสียชีวิต ทรัสต์ชนิดนี้มีข้อดีคือทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดความจำเป็นของกระบวนการ probate ได้ คุณมีสิทธิ์ในการควบคุมทรัสต์ได้ตลอดช่วงชีวิต ทรัสต์ควรจะมีการระบุผู้ดูแลสำรองไว้เผื่อว่าวันนึงท่านเกิดมีสภาพที่ดูแลตัวเองไม่ได้หรือเสียชีวิต ผู้ดูแลสำรองนี้จะได้ทำหน้าที่แทน โดยทั่วไปทนายมักจะแนะนำให้เอาทรัพย์สินเข้าไปถือครองในทรัสต์สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินมากหรือซับซ้อน หรืออยู่ในรัฐที่มีกระบวนการ probate ที่ซับซ้อน ดังนั้นหากครอบครัวมีทรัพย์สินมากท่านควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรายได้ มรดกและการวางแผนภาษีมรดก จะดีกว่าทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

หากท่านมีเอกสารเหล่านี้แล้ว ควรจะเก็บเอกสารพวกนี้ไว้ในที่มากกว่า 1 แห่ง และควรจะทำสำเนาให้กับผู้ที่ท่านจะมอบหมายให้ทำหน้าที่ตัดสินใจแทนในกรณีฉุกเฉินหรือมอบให้กับแพทย์หรือทนายไว้ด้วยค่ะ

ฉบับนี้ก็จบเรื่องการวางแผนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในช่วงสูงวัย (Advance Care Planning) ไปอย่างคร่าว ๆ แล้ว ถ้าท่านอยากจะได้ความรู้เพิ่มในรายละเอียดก็ไปหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือที่เกี่ยวกับการวางแผนการจัดการมรดก (Estate Planning) ค่ะ ฉบับหน้าเราจะมาพูดถึงเรื่องประกัน Long Term Care ที่ค้างไว้ตั้งแต่สองฉบับก่อนกัน

อ้างอิง :  www.longtermcare.gov