Get Adobe Flash player

ในหลวงของข้าพเจ้าได้ทรงประสูติที่เมืองลุงแซม โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันศุกร์นี้ก็จะครบรอบ 1 ปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราได้เสด็จสวรรคตไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 วันนั้นผู้เขียนได้เขียนบทความ “ในหลวงอันเป็นที่รักในความทรงจำของข้าพเจ้า” ไป หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ของเราทรงประสูติที่ไหน แต่หลายคนก็คงจะทราบว่าท่านเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่ทรงประสูติในประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองลุงแซมของเรานี่เอง ในวันนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ท่าน จึงขอจะมาเล่าถึงประวัติความเป็นมาว่าทำไมท่านถึงมาประสูติที่นี่ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องและขอแนะนำมูลนิธิ The King of Thailand Birthplace Foundation (KTBF) ให้เราได้ทราบกันค่ะ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพในราชสกุลมหิดลแห่งราชวงศ์จักรี ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น 12 ค่ำ ปีเถาะ นพศก จุลศักราช 1289 ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ซึ่งเหตุที่มีพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีกำลังทรงศึกษาวิชาการอยู่ที่นั่น

ท่านเป็นพระโอรสองค์ที่สามในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  มีพระนามเมื่อแรกประสูติอันปรากฏในสูติบัตรว่า “เบบี้ สงขลา (Baby Songkla)” ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล 

สมเด็จพระบรมราชชนกซึ่งขณะนั้นยังถือพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 69 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้มาศึกษาต่อทางด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี 2459 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีเชื้อพระวงศ์ไทยมาศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนสมเด็จพระบรมราชชนนีซึ่งในขณะนั้นยังเป็นสามัญชนนามว่านางสาวสังวลาย์  ตะละภัฎ ได้รับทุนการศึกษาจากสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีมาศึกษาต่อทางด้านการพยาบาลที่ซิมมอน คอลเลจ เมืองบอสตัน และที่นั่นท่านทั้งสองก็ได้พบกันเป็นครั้งแรกที่ ที่สถานี South Station ในเมืองบอสตันเมื่อปี 2461

หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ได้ได้มีพิธีอภิเษกสมรสที่วังสระปทุมในปี 2463 และได้รับพระราชทานอิสริยยศเป็น หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา แล้วท่านทั้งสองก็ได้เดินทางไปพำนักอยู่หลายที่ จนท้ายสุดได้มาพำนักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ชั้นล่างหมายเลขที่ 63 Longwood Avenue, Brookline, Massachusetts (ระหว่างปี 2469-2471) และระหว่างที่พำนักอยู่ที่นั่น เจ้าชายภูมิพลก็ได้ประสูติขึ้นที่โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยมี น.พ. ดับเบิลยู. สจ๊วต วิตต์มอร์ เป็นสูติแพทย์ที่ถวายพระประสูติกาล เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470 นั่นเอง

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออกพระนามเรียกในหลวงเป็นการลำลองว่า "เล็ก" พระนามภูมิพลอดุลเดชนั้นพระบรมราชชนนีได้รับพระราชทานทางโทรเลขจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2470 โดยทรงกำกับตัวสะกดเป็นอักษรโรมันว่า "Bhumibala Aduladeja" ทำให้สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงเข้าพระทัยว่าได้รับพระราชทานนามพระโอรสว่า "ภูมิบาล" ในระยะแรกพระนามของพระองค์สะกดเป็นภาษาไทยว่า "ภูมิพลอดุลเดช" ซึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเองทรงเขียนว่า "ภูมิพลอดุลยเดช" โดยทรงเขียนทั้งสองแบบสลับกันไป จนมาทรงนิยมใช้แบบหลังซึ่งมีตัว "ย" สะกดตราบจนปัจจุบัน 

พระนามต้นของพระองค์มีความหมายว่า ภูมิพล - ภูมิ หมายความว่า "แผ่นดิน" และ พล หมายความว่า "พลัง" รวมกันแล้วหมายถึง "พลังแห่งแผ่นดิน" อดุลยเดช - อดุลย หมายความว่า "ไม่อาจเทียบได้" และ เดช หมายความว่า "อำนาจ" รวมกันแล้วหมายถึง "มีอำนาจที่ไม่อาจเทียบได้

พระองค์ได้เสด็จกลับสู่ประเทศไทยพร้อมสมเด็จพระบรมราชชนกซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เมื่อปีพ.ศ. 2471 พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระเชษฐาธิราช โดยประทับ ณ วังสระปทุม และต่อมาสมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472  ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมายุไม่ถึงสองพรรษา 

จตุรัสภูมิพลอดุลยเดชหรือ King Bhumibol Adulyadej Square เป็นสถานที่รำลึกถึงสถานที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยเริ่มจัดให้สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2533  โดยแผ่นจารึกนี้ได้เปิดแสดงต่อสาธารณชนโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2535

มูลนิธิ The King of Thailand Birthplace Foundation (KTBF) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรซึ่งได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 ในรัฐแมสซาชูเซตส์เพื่อปกป้องดูแลประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของราชวงศ์ในรัฐแมสซาซูเซตส์ระหว่างปี 2459-2471 โดยทำการค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติของราชวงศ์และพัฒนาจตุรัสภูมิพลอดุลยเดชในเมืองแคมบริดจ์  โดยมูลนิธิได้ติดตั้งอนุสาวรีย์ที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขึ้นที่ Harvard Square บริเวณแยกตัดของถนน Elliot Street และ Bennett Street เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2003 ซึ่งในขณะนี้มีผู้เข้าไปชมกันจำนวนมากมาย เพื่อแสดงความรำลึกต่อพระมหากษัตริย์ของเรา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 จนถึงวันที่เสด็จสวรรคตคือวันที่ 13 ตุลาคม 2559 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 70 ปี 126 วัน เป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของประเทศไทย และเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ในระหว่างที่บรรลุนิติภาวะแล้วได้ยาวนานที่สุดในโลก กว่า 25,694 วันที่พระองค์ได้ดูแลประชาราษฏร์ตั้งแต่ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" พวกเราคงจะเห็นประจักษ์ถึงสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำให้แก่ปวงชนชาวไทยมาแล้ว โดยในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่จะถึงนี้จะได้มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพขึ้นที่ท้องสนามหลวง ในส่วนของชุมชนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะมีพิธีวางดอกไม้จันทน์ขึ้นในหลายแห่ง ท่านผู้อ่านสะดวกไปที่ไหนก็อยากจะขอเชิญชวนไปร่วมงานกันนะคะ โดยตัวผู้เขียนจะไปเดินทางไปเมืองไทยในช่วงเวลาดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตจริง ๆ ค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง:   http://www.thailink.com/ktbf/

https://www.cambridgeusa.org/listing/king-bhumibol-adulyadej-square

http://www.thai-blogs.com/2009/10/21/the-birthplace-of-king-bhumibol/