Get Adobe Flash player

ระบบการสงวนรักษาเวลาตามแสงอาทิตย์ (Daylight Saving Time) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ก็จะถึงเวลาที่ท่านผู้อ่านจะได้นอนเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่ต้องสงสัยค่ะ ก็เราได้วนมาถึงเวลาที่จะต้องปรับถอยนาฬิกาลงตามระบบ Daylight Saving Time หรือระบบการสงวนรักษาเวลาตามแสงอาทิตย์กันน่ะสิคะ หลายท่านคงอยากทราบว่าระบบนี้มันมีความเป็นมาอย่างไร เพราะทางเมืองไทยเขาก็ไม่มีกัน ฉบับนี้ผู้เขียนเลยไปหาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ระบบการสงวนรักษาเวลาตามแสงอาทิตย์หรือ Daylight Saving Time (DST) เป็นวิธีการที่ใช้ในการปรับเวลาบนนาฬิกาให้เดินไปข้างหน้า 1 ชั่วโมงจากเวลาปกติในช่วงเดือนในฤดูร้อน หรือปรับย้อนมาข้างหลัง 1 ชั่วโมงในช่วงเดือนในฤดูใบไม้ร่วง (Fall) เพื่อที่จะทำให้การใช้ประโยชน์จากแสงแดดธรรมชาติเป็นไปได้อย่างดียิ่งขึ้น

ในเมืองลุงแซมเราจะมีคำกล่าวเพื่อให้จำกันง่าย ๆ ว่า “Spring forward, Fall Back” ก็คือฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ให้ปรับนาฬิกาให้เดินหน้า 1 ชั่วโมง (เสียเวลาไป 1 ชั่วโมง) และปรับให้ถอยหลังมา 1 ชั่วโมงในฤดูใบไม้ร่วง (Fall) (เพิ่มเวลามา 1 ชั่วโมง) การเพิ่มเวลาตามระบบ DST นี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มแสงอาทิตย์แต่เป็นการให้จำนวนชั่วโมงที่สามารถใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น ในมุมมองที่ว่าระบบนี้จะสงวนรักษาเวลาตามแสงอาทิตย์โดยเฉพาะช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ และส่วนเวลาปกติมาตรฐาน (standard time) ก็คือเวลาที่ไม่มีการใช้ระบบการทดเวลาเข้ามา

ประเทศที่อยู่ในซีกโลกเหนือ (เหนือเส้นศูนย์สูตร) อันได้แก่ ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง   และทวีปอาฟริกาทางตอนเหนือ จะใช้ระบบ DST นี้ในเวลาที่เรียกว่าเวลาช่วงหน้าร้อน (summer time) แต่ก็ไม่ได้ใช้กันทุกประเทศ โดยทั่วไประบบจะเริ่มในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนและหยุดลงในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนเมื่อประเทศเหล่านี้ย้อนนาฬิกากลับมาใช้เวลามาตรฐานปกติ (standard time)

สำหรับปี 2017 นี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการปรับนาฬิกาไปข้างหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา และกำลังจะมีการปรับนาฬิกาถอยหลังกลับมาในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ค่ะ ซึ่งระบบนี้จะใช้ในมลรัฐเกือบทุกรัฐยกเว้นรัฐฮาวายและอริโซน่าซึ่งจะไม่มีการใช้ระบบนี้ในปี 2017

ส่วนประเทศที่อยู่ในซีกโลกใต้ (ใต้เส้นศูนย์สูตร) เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกาทางตอนใต้ และทวีปอาฟริกาทางตอนใต้ มักจะเริ่มต้นระบบ DST ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนและสิ้นสุดระบบในเดือนมีนาคม-เมษายน สลับกันกับระบบที่ใช้ในซีกโลกเหนือ

ระบบนี้มีการนำมาใช้กว่า 100 ปีแล้ว โดยเยอรมันเริ่มต้นใช้ระบบ DST  ทั้งประเทศเป็นประเทศแรกในโลกเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1916 แต่อย่างไรก็ตามถ้านับกันจริงแล้วเมือง Thunder Bay ในเมือง Ontario ประเทศแคนาดาถือเป็นสถานที่แห่งแรกในโลกที่ใช้ระบบนี้มาตั้งแต่ปี 1908

อีกคำหนึ่งที่ใช้อ้างถึง DST นี้โดยเฉพาะในประเทศสหราชอาณาจักรก็คือคำว่า “ Summer Time” หรือ British Summer Time (BST) ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบ DST นี้ถูกนำมาใช้ในประเทศสหราชอาณาจักร ส่วนคำว่า “winter time” นั้นถูกใช้หมายถึงเวลาปกติ ส่วนในประเทศเยอรมันก็ใช้คำว่า “Sommerzeit” ซึ่งก็หมายถึง summer time เพื่ออธิบายถึง DST เช่นกัน คำนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1916 เมื่อสภาที่ปรึกษาของรัฐบาลเยอรมันได้กำหนดเอาคำนี้มาใช้เป็นตัวกำหนดเกี่ยวกับการสงครามซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายน

ก่อนจากไปนอกจากจะขอเตือนให้ท่านผู้อ่านปรับเวลากันในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายนนี้แล้ว ก็ขอเตือนอีกเรื่องคือการลงทะเบียนประกันสุขภาพสำหรับปี 2018 โดยขณะนี้ช่วงเวลาให้ลงทะเบียนปกติได้เริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนและจะหมดเขตในวันที่ 15 ธันวาคม เท่านั้น หากท่านมีประกันเดิมอยู่แล้วก็ต้องลงทะเบียนอีกรอบ หากท่านจะเปลี่ยนแปลงอะไรก้ต้องทำกันช่วงนี้ หากไม่ทำกันช่วงนี้ก็จะไม่สามารถลงทะเบียนได้อีกจนถึงปลายปีหน้าเว้นเสียแต่ท่านมีเหตุการณ์พิเศษในชีวิตก็จะสามารถลงทะเบียนในช่วงพิเศษ (Special enrollment) ได้ ดังนั้นให้รีบทำการหรือติดต่อกับคนขายประกันโดยด่วน สำหรับผู้เขียนก็ต้องไปช่วยลูกค้าลงทะเบียนในช่วงนี้เหมือนกันค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง:   https://www.timeanddate.com/time/dst/