Get Adobe Flash player

วันทหารผ่านศึก (Veterans Day) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันเสาร์ที่ 11 นี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวเมืองลุงแซม นั่นก็คือวันทหารผ่านศึกหรือ Veterans Day นั่นเอง เนื่องจากปีนี้ตรงกับวันเสาร์คนที่ทำงานบางแห่งก็จะได้หยุดชดเชยพิเศษในวันศุกร์ไปด้วย อย่างนั้นวันหยุดนี้เรามาเรียนรู้กันว่าวันนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันดีกว่าค่ะ

ตามชื่อนะคะ วันทหารผ่านศึกหรือ Veterans Day นี้ก็มีขึ้นเพื่อสดุดีผู้ที่เคยรับราชการทหารให้กับเมืองลุงแซม ซึ่งก็เผอิญตรงกับวันหยุดอื่น เช่น วัน Armistice Day และวัน Remembrance Day ที่ฉลองวันครบรอบการจบสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ในประเทศอื่น ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในชั่วโมงที่ 11 ของวันที่ 11 ของเดือนที่ 11 ของปี 1918 เมื่อการพักรบกับเยอรมันได้เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีฉลองวันพักรบ (Armistice Day) แต่ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นวันทหารผ่านศึก (Veterans Day) ในปี 1954 แทน

หลายคนอาจจะสับสนวันนี้กับวันรำลึกหรือ Memorial Day ซึ่งเป็นวันหยุดอีกวันในเดือนพฤษภาคม วัน Veterans Day นั้นฉลองการทำงานของทหารผ่านศึกส่วนวัน Memorial Day นั้นสดุดีบุคคลที่เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ทหารค่ะ นอกจากนี้เราไม่ควรจะไปสับสนกับวัน Armed Forces Day ในเดือนพฤษภาคมด้วยเช่นกัน เพราะวันนั้นเป็นวันที่สดุดีเหล่าบุคคลที่ “กำลัง” รับราชการทหารค่ะ

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าเมื่อวันพักรบหรือ Armistice Day ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ในปี 1919 เป็นครั้งแรก ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสันก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ”วันนี้ควรจะเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในวีรกรรมของเหล่าบุคคลที่เสียชีวิตในการรับใช้ประเทศชาติและเราควรจะรู้สึกขอบคุณสำหรับชัยชนะที่ได้มา” จึงได้จัดให้มีการเดินพาเหรด การพบปะในชุมชนและหยุดการทำธุรกรรมในเวลา 11 น.

ในปี 1926 สภาคองเกรสได้ประกาศให้เลิกสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการและได้ประกาศว่าวันครบรอบปีของการพักรบนี้ควรจะมีการสวดมนต์และการแสดงความขอบคุณด้วย รวมทั้งยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีควรจะ “ออกประกาศเรียกร้องให้ราชการประดับธงของสหรัฐอเมริกาขึ้นตามสถานที่ราชการในวันที่ 11 พฤศจิกายน และเชิญชวนให้ประชาชนในสหรัฐฯ ฉลองวันดังกล่าวนี้ในโรงเรียนและโบสถ์หรือสถานที่อื่นที่เหมาะสมด้วยงานประเพณีที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น”

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1938 ได้ออกกฏหมาย (52 Stat. 351; 5 U. S. Code, Sec. 87a) ให้วันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันหยุดราชการในชื่อว่าวัน Armistice Day หรือวันพักรบ วันนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะสดุดีทหารผ่านศึกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่หลายปีถัดมา สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำให้เกิดการโยกย้ายเหล่าทหารที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐและชาวอเมริกันก็ได้ไปรบในประเทศเกาหลี ในปี 1954 องค์กรที่เกี่ยวข้องการกับการให้บริการทหารผ่านศึกจึงกระตุ้นเรียกร้องให้สภาคองเกรสเปลี่ยนคำว่า “Armistice หรือพักรบ” ไปเป็น Veterans หรือทหารผ่านศึกแทน โดยสภาคองเกรสได้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงนี้ในวันที่ 1 มิถุนายน 1954 โดยให้วันที่ 11 พฤศจิกายนกลายเป็นวันที่สดุดีเกียรติยศของเหล่าทหารผ่านศึกชาวอเมริกันทุกคนไม่ว่าพวกเขาจะเคยรับใช้ประเทศเมื่อใดหรือที่ใดก็ตาม

เมื่อปี 1968 ร่างกฏหมาย Uniforms Holiday Bill (Public Law 90-363 (82 Stat. 250)) ได้มีความพยายามที่จะเลื่อนเอาวันทหารผ่านศึกนี้ไปเป็นวันจันทร์ที่ 1 ของเดือนตุลาคมแทน โดยร่างกฏหมายนี้ได้มีผลบังคับใช้ในปี 1971 แต่อย่างไรก็ตามเพราะมันทำให้เกิดความสับสนเป็นอย่างมากและหลายรัฐก็ไม่เห็นชอบด้วยที่จะให้มีการเปลี่ยน จึงสรุปว่ายังคงให้วันทหารผ่านศึกตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนไปตามเดิมต่อไป โดยในปี 1975 ประธานาธิบดีเจอรัล ฟอร์ดก็ได้เซ็นออกกฏหมาย Public Law 94-97 (89 Stat. 479) ให้วันทหารผ่านศึกกลับมาตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นไปจวบจนทุกวันนี้

ในวันทหารผ่านศึกนี้นอกจากจะมีการเฉลิมฉลองแล้ว ยังจะมีการให้สิทธิ์พิเศษกับเหล่าทหารผ่านศึกด้วย เช่น ร้านอาหารหลายแห่งจะให้ทหารผ่านศึกเข้าไปรับประทานฟรี ร้านค้าหลายแห่งจะให้ส่วนลดพิเศษ บางทีก็มีบริการตัดผมให้ฟรี ล้างรถให้ฟรี เป็นต้น อย่างที่เรารู้กันดีว่าสหรัฐอเมริกาได้ผ่านศึกสงครามกันมาหลายครั้ง รวมทั้งเป็นประเทศที่มีกองกำลังทหารที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลกก็ว่าได้ ดังนั้นวันทหารผ่านศึกนี้จึงถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติและทุกคนก็อยากจะแสดงคำขอบคุณให้กับบุคคลที่เสียสละความปลอดภัยมาเป็นรั้วของชาติในอดีตกันค่ะ

ก่อนจากไปก็อยากจะขอเตือนผู้อ่านอย่าลืมลงทะเบียนประกันสุขภาพสำหรับปี 2018 กันได้แล้วนะคะ เพราะว่าจะหมดเขตในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ หากท่านมีประกันเดิมอยู่แล้วก็ต้องลงทะเบียนอีกรอบ หรือจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ต้องทำกันในช่วงนี้เท่านั้น หากพลาดแล้วก็จะต้องรอกันไปจนถึงพฤศจิกายนปีหน้าเลยทีเดียว เว้นแต่มีเหตุการณ์พิเศษในชีวิตก็จะสามารถลงทะเบียนในช่วงพิเศษ (Special enrollment) ได้ ถึงแม้จะมีข่าวมาตลอดว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีความพยายามจะยกเลิกระบบประกันสุขภาพของโอบาม่านี้ แต่ขณะนี้กฏหมายนี้ยังบังคับใช้อยู่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นตอนนี้ก็ให้รีบทำให้เรียบร้อยก่อนนะคะ ซึ่งหากท่านไม่เข้าใจในเรื่องการลงทะเบียนก็สามารถติดต่อผู้เขียนได้โดยตรงค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง:   https://en.wikipedia.org/wiki/Veterans_Day