Get Adobe Flash player

แผนการเก็บเงินเพื่อการศึกษา 529 (529 plan) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านข่าวดีสำหรับคนในรัฐแคลิฟอร์เนียที่เหรัญญิก จอน เชียง ได้ประกาศโครงการสมทบทุนเงินฝากเพื่อการศึกษาในโครงการ ScholarShare 529 (ไปหาอ่านได้ในบทความยาวในข่าวท้องถิ่น) ฉบับนี้เลยอยากจะขอเอาใจท่านผู้อ่านที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองที่ยังอาจไม่ทราบถึงเงินฝากเพื่อการศึกษา 529 ว่าบัญชีประเภทนี้คืออะไรและสามารถเก็บเงินได้เร็วกว่าเงินฝากทั่วไปได้อย่างไรกัน

แผนเก็บเงินเพื่อการศึกษา 529 หรือที่เรียกว่า 529 plan นี้เป็นบัญชีเงินฝากซึ่งได้รับการลดหย่อนภาษีโดยออกแบบมาเพื่อการเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับอุดมศึกษาในอนาคต ชื่อที่เป็นทางการของเงินฝากประเภทนี้คือ “qualified tuition plan” ซึ่งโครงการจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐ องค์กรของรัฐหรือสถาบันการศึกษา และได้รับสิทธิ์ประโยชน์ทางด้านภาษีตามกฏหมายมาตรา 529 ของไออาร์เอส

ในขณะนี้แผนเก็บเงินแบบ 529 นั้นมีสองประเภทคือ แผนการจ่ายค่าเล่าเรียนล่วงหน้า (prepaid tuition plans) และแผนเก็บเงินสำหรับภาคอุดมศึกษา (college savings plans) ทุกรัฐและนครวอชิงตันดีซีจะสนับสนุนเงินทุนในแผนเก็บเงิน 529 นี้อย่างน้อยหนึ่งประเภท นอกจากนี้ยังมีกลุ่มของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเอกชนก็สนับสนุนเงินทุนสำหรับแผนการจ่ายค่าเล่าเรียนล่วงหน้าอีกด้วย

ข้อแตกต่างสำหรับแผนเก็บเงินทั้งสองประเภทคือ แผนการจ่ายค่าเล่าเรียนล่วงหน้า (prepaid tuition plans) จะให้ผู้เก็บเงินหรือเจ้าของบัญชีสามารถซื้อหน่วยหรือเครดิตที่สถาบันการศึกษาที่เข้าโครงการ (ส่วนใหญ่เป็นสถาบันของรัฐและเป็นค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนในรัฐ) สำหรับค่าเล่าเรียนในอนาคตรวมทั้งค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายสำหรับผู้รับประโยชน์ (ผู้ที่จะเข้าศึกษา) ในราคาปัจจุบัน แผนการเงินแบบนี้มักจะไม่สามารถใช้สำหรับจ่ายค่าห้องเรียนและที่อยู่ในอนาคต ส่วนใหญ่จะได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาลของรัฐและผู้ที่เข้าโครงการ (ผู้เก็บเงินและผู้เข้าเรียน) จะต้องเป็นประชาขนของรัฐอีกด้วย แผนการเงินนี้ไม่ได้รับการประกันโดยรัฐบาลกลาง บางรัฐบาลของรัฐจะประกันเงินในแผนที่รัฐให้การสนับสนุนแต่บางรัฐก็ไม่ ดังนั้นหากผู้ที่สนับสนุนมีปัญหาทางการเงินผู้ฝากเงินก็อาจสูญเสียเงินบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นอกจากนี้หากผู้ได้รับประโยชน์ไม่ได้เข้าเรียนสถานศึกษาที่เข้าในโครงการ ก็จะได้รับเงินที่ฝากไว้น้อยกว่าที่เข้าสถานศึกษาในโครงการ ซึ่งก็อาจจะน้อยกว่าเงินที่ใส่เข้าไปลงทุน

ส่วนแผนเก็บเงินสำหรับภาคอุดมศึกษา (college savings plans) จะให้ผู้เก็บเงินเปิดบัญชีการลงทุนเพื่อเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของผู้ได้รับผลประโยชน์ในอนาคต เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม ค่าห้องเรียนและค่าที่อยู่ในโรงเรียน การถอนเงินจากแผนการเก็บเงินนี้ส่วนใหญ่สามารถใช้กับสถานศึกษาทั้งวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยใดก็ได้ บางครั้งจะยินยอมให้ใช้ในสถานศึกษาที่ไม่ได้เป็นของสหรัฐอีกด้วย ผู้เก็บเงินสามารถเลือกลงทุนได้หลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนประเภท mutual funds และ exchange-traded fund (ETF) หรือผลิตภัณฑ์ของธนาคารซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่า โดยส่วนใหญ่ที่ปรึกษาการลงทุนจะเป็นผู้ช่วยเหลือท่านให้เลือกประเภทการลงทุนที่เหมาะกับการรับความเสี่ยงและเป้าหมายของท่าน แผนการเงินประเภทนี้จะได้รับการสนับสนุนเงินทุนโดยรัฐบาลของรัฐเช่นเดียวกัน แต่มีเพียงไม่กี่แผนที่จะจำกัดเงื่อนไขทางด้านการเป็นประชาชนสำหรับผู้เข้าโครงการ รัฐบาลของรัฐไม่ประกันการลงทุน รวมทั้งการลงทุนใน mutual funds ก็ไม่ได้รับการประกันโดยรัฐบาลกลาง มีเพียงการลงทุนในเงินฝากของธนาคารอาจได้รับการประกันโดย FDIC ดังนั้นท่านจึงควรเลือกลงทุนกับสถาบันที่มีชื่อเสียง มีความมั่นคง และได้รับการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ

ถึงเงินฝาก 529 จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่ก็มีโอกาสสะสมเงินได้มากกว่าเงินฝากทั่วไปเพราะในส่วนของการงอกเงยของเงินทุนและการลดหย่อนไม่ต้องเสียภาษีเลย เรื่องของเงินฝาก 529 ยังมีอีกมากฉบับนี้พื้นที่หมดแล้ว ขอยกยอดไปต่อฉบับหน้ากันนะคะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง:   https://www.sec.gov/reportspubs/investor-publications/investorpubsintro529htm.html