Get Adobe Flash player

คอลัมน์ประจำฉบับ

โรคถุงลมโป่งพอง (ชื่อทางการแพทย์ Emphysema) โดย หมอยศ

Font Size:

ทำไมเราต้องหายใจ? ก่อนที่เราจะรู้เรื่องโรค เรามารู้กันก่อนว่าทำไมเราต้องหายใจกันไปทำไม?

เราหายใจเพื่อจะนำออกซิเจนเข้าไปในร่างกายเพื่อใช้ในกระบวนการสันดาปสร้างพลังงานของชีวิต เหมือนกับเอาออกซิเจนไปผสมกับน้ำมันเผาไหม้เป็นพลังงานในรถยนต์ ผลจากการสร้างพลังงานก็คือคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเราหายใจออกมา ถ้าปอดไม่สามารถสูดรับออกซิเจนเข้ามาตามที่ต้องการในการหายใจปกติเพราะมีอะไรไปอุดมันไว้ เราก็ต้องหายใจให้มันถี่ขึ้น เวลาทำอะไรถี่ ๆ มันจะเหนื่อยเพราะสมองต้องสั่งการให้ทุกส่วนของร่างกายทำงานเพิ่มขึ้น เหมือนขี่ม้า ถ้าต้องเร่งให้ม้ามันวิ่งเร็วขึ้นก็ต้องเฆี่ยนตีมัน จนถึงวันหนึ่งมันก็จะวิ่งไม่ไหว ปอดก็เหมือนกันถ้าไม่สามารถรับออกซิเจนเข้าได้พอเพียงเราก็ต้องใส่สายยางเข้าจมูกเพื่อช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น

โรคถุงลมโป่งพองเกิดจากการที่ถุงลมในปอดถูกทำลาย ทำให้มันเสียรูปทรง ปอดไม่สามารถขับลมออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลมที่ค้างอยู่ก็เป็นลมที่ขาดออกซิเจนและมีคาร์บอนไดออกไซด์อยู่มาก คนไข้จึงเหนื่อยหอบง่าย ส่วนใหญ่ตัวการสำคัญที่ทำให้ถุงลมโป่งพองก็คือ บุหรี่ รายอื่น ๆ คนไข้มักจะโชคร้ายที่ไปสูดดมสารพิษ เช่น น้ำมันเบนซิน ควันโรงงาน ถ่านหิน ฟังดูน่าสงสาร แต่ผมว่าคนที่เลือกเองที่จะยัดสารพิษจากบุหรี่เข้าไปในปอดเองนี่สิน่าสงสารมากกว่า อะไรที่เราทำซ้ำ ๆ ซาก ๆ มากกว่า 3 อาทิตย์มันจะกลายเป็นนิสัย ไม่ว่าทำดีหรือทำชั่ว จากนิสัยพอนานไปก็เป็นสันดาน พอเป็นสันดานแล้วมันก็ขุดยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขุดไม่ได้ถ้าอยากจะทำ

ทำไมผมถึงต้องพูดถึงบุหรี่กับโรคปอดเรื้อรัง? มันมีเหตุผล มาดูหลักฐานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกากันว่าทำไมบุหรี่มันถึงเลวร้ายแล้วรัฐบาลก็ยังปล่อยมันออกมาได้ สาเหตุหลักก็เพราะ “เงินคือพระเจ้า” บุหรี่มีรากเหง้าที่แข็งแกร่งต่อระบบเศรษฐกิจดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายในภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่

-          ใน                         ปี 2013 บริษัทบุหรี่จ่ายไป 9.5 พันล้านในการโฆษณาทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ชนิดยาเส้นขบเคี้ยว หรือ 26 ล้านดอลล่าร์ต่อวันหรือมากกว่า 1 ล้านเหรียญต่อชั่วโมง!!!

-          ค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากรัฐบาลขึ้นภาษี ร้านค้ากำไรหด ไม่ใช่เพราะว่าคิดได้

-          ในปี 2013 บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 320% จากปี 2012 ถึงแม้มันจะมีผลร้ายต่อปอดเช่นกัน แต่คนยังคิดว่าดีกว่าสูบบุหรี่ธรรมดา ตามหลักพุทธศาสนา “มันหลงกันจริง ๆ “ ความเชื่อผิด ๆ มันกัดกร่อนสติปัญญาของมนุษยชาติจนอีกหน่อยสมองคงเท่ากับลิงเหมือนเดิม

  1. อเมริกาเป็นเจ้าโลกผู้ผลิตบุหรี่อันดับ 4 รองจากจีน อินเดียและบราซิลและมี 19 รัฐที่ปลูกยาสูบ แต่รัฐนอร์ทแคโรลิน่า รัฐเคนตั๊กกี้และรัฐจอร์เจีย แค่ 3 รัฐนี้มีการปลูกรวมกันเป็นปริมาณถึง 80% ของที่ผลิตทั้งหมด
  2. ในปี 2015 ในประเทศอเมริกามีการขายบุหรี่ทั้งสิ้น 264 พันล้าน ซึ่งเท่ากับปี 2014 ไม่มีการลดเลย!!! โดยมี 4 บริษัทคือ Philips Morris, Reynold’s American, ITG brand และ Liggett ขายรวมกัน 91% ของที่ขายทั้งหมด ซึ่งโดยเฉลี่ยรายได้เข้ากระเป๋ารัฐประมาณ 43.8% ของราคาขายตามร้าน รัฐบาลพุงป่อง เลยไม่เคยเห็นประธานาธิบดีคนไหนบอกให้เลิกสูบบุหรี่กันซักคน

เราจึงควรขอบคุณสิงห์อมควันทั้งหลาย เราจึงมีถนนดี ๆ มีน้ำไฟใช้ ก็จากพวกนี้แหละ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคภัยที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่มากกว่า 3 แสนล้านเหรียญดอลล่าร์ต่อปี ดังนั้นไม่ว่าเหตุผลกลใดก็ไม่ควรมาคิดแต่รายได้จากบุหรี่เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจแบบโลกเสรีมันทำให้เราติดอยู่ในกับดัก “โง่ จน และเจ็บ” อย่างนี้ต่อไป สงสารพวกเราชาวพุทธชาติหน้าเราต้องกลับมาเสวยทุกกันต่อไป แต่ชาวคริสต์และอิสลามเค้าไม่ต้องกลับมาอีก เลือกกันเอาเองจะเอาแบบโลกสวยหรือบ้าบิ่นสยดสยอง ทุก ๆ อย่างในโลกนี้ล้วนเกิดมามีความบริสุทธิ์สดใสสะอาดมาก่อน แต่ด้วยโคลนตมสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับเราทุก ๆ วินาทีตั้งแต่เล็กจนโต เราจึงกลายมาเป็นเรา ตามหลักปฏิจจสมุปบาทและอิทัปปัจจยตา เรามีของดีอยู่แล้วกับตัว ขอให้ใช้สติในการแก้ไข เมื่อเรารู้ว่าบุหรี่มีโทษขนาดนั้น ดีต้องหาทางกำจัดเสีย อย่าหลงงมงายอยู่ หรือจะเอาแต่อ้างเหตุโยกโย้ไม่ยอมเปลี่ยน เวลาคนไข้ผมเป็นมะเร็ง ไม่ว่าใครก็สามารถหยุดบุหรี่ได้ทันทีทันใด เมื่อความตายมาเยือน มีความกลัวเป็นสรณะนั่นแหละจึงจะคิดกันได้ สิ่งหนึ่งที่ผมสอนคนไข้ผมมาตลอดก็คือการมีสติหรือ mindfulness ติดเครื่องกรองเข้าไปที่สมองเชื่อมโยงถึงจิตใจ หัดนั่งสมาธิ การจะเลิกบุหรี่นั้นจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก สิ่งหนึ่งที่ต้องมีก่อนก็คือ

  1. ศรัทธา เชื่อว่าสูบบุหรี่ทำให้โง่ ไม่สบายเป็นทุกข์ เปลืองเงิน คนโง่เป็นเหยื่อของคนฉลาด หาเหตุผลว่าบุหรี่มันไม่ดีอย่างไร ทำไมเราต้องสูบมัน แก้เครียดจริงหรือ หรือว่าคิดไปเอง
  2. สติ รู้ตัวเวลาที่ความอยากจะเกิด แล้วหาทางดับ ด้วยการหาอะไรอย่างอื่นมาทำ ทำตัวให้ไม่ว่าง เปลี่ยนจากสูบบุหรี่ซึ่งไม่ได้ได้สร้างสรรค์อะไรขึ้นมา ไปทำอะไรที่สร้างสรรค์รให้กับชีวิตแทน
  3. วิริยะ ต้องไม่ย่อท้อ ท้อถอย สู้ตาย ไม่หยุดและไม่ยอม
  4. ศีล ถือความสัตย์ เมื่อตั้งสัตย์ปฏิญาณแล้วก็จะไม่ยอมกลับไปสู่ทางเสื่อมอีก
  5. ปัญญา ระหว่างที่อดเลิกบุหรี่ ควรมีความรู้ด้วยว่าอะไรจะเกิดกับตัวเอง

-          20 นาทีผ่านไป อัตราการเต้นหัวใจจะลดลง

-          12 ชั่วโมงผ่านไป ระดับคาร์บอนมอนนอกไซด์จะลดลงสู่ระดับปกติ เจ้าคาร์บอนมอนนอกไซด์หรือ CO นี่แหละที่ไปแย่งออกซิเจนจากอากาศ ทำให้ผู้สูบบุหรี่มีออกซิเจนลดลง

-          2 สัปดาห์ผ่านไป อัตราการเต้นหัวใจจะลดลง อัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดจะลดลง และระบบปอดจะดีขึ้น

-          1-9 เดือนผ่านไป ไอน้อยลง ปอดทำงานได้มากขึ้น

-          1 ปีผ่านไป โอกาสหัวใจขาดเลือดลดลงครึ่งหนึ่ง

-          2-5 ปีผ่านไป อัตราการเกิดโรคเส้นเลือดสมองอุดตันจะลดลง เช่นเดียวกับมะเร็งที่ปาก ทางเดินอาหารและกระเพาะปัสสาวะ

-          10 ปีผ่านไป อัตราการเกิดมะเร็งปอดลดลงครึ่งหนึ่ง เช่นเดียวกับมะเร็งที่ไตและตับอ่อน

-          15 ปีผ่านไป อัตราการเกิดโรคหัวใจอุดตันเท่ากับคนปกติ

-          20 ปีผ่านไป $5 ต่อวัน x 365 วันต่อปี x 20 ปี = $36,500 ที่คุณจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้ตอนแก่และใช้อย่างมีคุณค่า คุณพร้อมกันหรือยังที่จะเก็บเงินก้อนนี้????