Get Adobe Flash player

ตัวเป็นไทย ใจเป็นทาส

Font Size:

จะโทษว่าผมอิจฉา ริษยา ก็ไม่ว่านะครับ แต่ยอมรับว่า “ขัดใจ” และขัดต่อความรู้สึกที่ระยะนี้ ทั้งรัฐบาลไทย และสื่อไทย ไปซูฮกรัฐบาลกัมพูชาจนเกินงาม ราวกับว่า ประเทศเล็กกำลังไปสวามิภักดิ์ประเทศใหญ่ หรือราวกับว่าสยามเรา ตกเป็นประเทศราชที่ต้องส่งเครื่องบรรณาการ ไป “เกาเตา” กับอาณาจักรขอมเป็นรอบสอง

 

การสวรรคตของ สมเด็จพระนโรดมสีหนุถึงขั้นที่ทีวีสื่อหลักของไทย ต้องยกกองไปถ่ายทำ ถ่ายทอดสด ให้เห็นถึงบุญญาบารมีขององค์วรมัน เทพซึ่งสถิตย์บนสรวงสวรรค์ปราสาทหิน

มีการพรรณาพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมี

แน่นอน สมเด็จพระนโรดมสีหนุ เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในการต่อสู้ให้เขมร หลุดพ้นจากพันธนาการของฝรั่งเศส

การสูญเสียบุคคลสำคัญเช่นนี้ เราคนไทยร่วมแสดงความรู้สึกด้วยจิตคารวะ นั่นก็ถือว่าพองาม

แต่ถึงขั้นโปรโมทซูฮกกันเอิกเกริก ดูจะไม่ค่อยเหมาะสม

ช่วงนั้นผมยังเด็กมาก อายุราว 11-12 ปี “เจ้านโรดมสีหนุ” พระนามที่คนไทย เรียกขานในขณะนั้น ได้ทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องเสีย “ปราสาทพระวิหาร” ทำให้เด็กๆ ต้องลงขันกันห้าสิบสตางค์บ้าง หนึ่งบาทบ้าง ซึ่งค่าของเงินจำนวนนี้ คืออาหารกลางวันหนึ่งมื้อ เพื่อสมทบสู้กับ  “เจ้านโรดมสีหนุ”

“เจ้านโรดมสีหนุ” เป็นนายกรัฐมนตรี (ข้อมูล วิกิพีเดีย) เขมรได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก ที่กรุงเฮก เนเธอแลนด์ อ้างกรรมสิทธิเหนือเขาพระวิหารเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502

และศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของเขมร

“เจ้านโรดมสีหนุ” ไม่ได้ “คีปะเขื่อน” กับไทยแม้แต่น้อย ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย ครั้งแรกในปลายปี 2501 พอจะกลับมาประสานสัมพันธ์ ก็ตัดขาดกันใหม่ ครั้งที่สองในวันที่ 23 ตุลาคม 2504

จากเหตุการณ์ดังกล่าวชาวไทยในยุคนั้นจึงได้ตั้งคำถามล้อเลียนว่า สีอะไรเอ่ยคนไทยเกลียดมากที่สุด  คำตอบคือ "สีหนุ"

ท่านผู้อ่านจำ “เกาะกง” ได้หรือไม่ “เกาะกง” เดิมเป็นจังหวัดของไทยชื่อ “ประจันต์คิรีเขตต์” แต่ถูกฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมของเขมร ใช้กำลังกองทัพ มาบังคับยึดเอา

ตอนแรกว่าจะคืนให้ ถ้าไทยทำตามเงื่อนไข พอไทยทำตาม ยอมเสียดินแดนส่วนอื่น ก็แกล้งไม่คืนเกาะกง

เพราะเป็นจังหวัดของไทย “เกาะกง” จึงมีคนไทยอาศัยอยู่มาก

จากความขัดแย้งกันจากกรณีปราสาทเขาพระวิหาร “เจ้านโรดมสีหนุ” ออกกฎห้ามชาวเกาะกงพูดภาษาไทย ห้ามมีเงินไทยและห้ามมีหนังสือไทยไว้ในบ้าน ฝ่าฝืนมีบทลงโทษ

ปรีชา อินทรปาลิต นักเขียนเรื่องตลก แต่บางเรื่องท่านก็ตลกไม่ออก ได้เคยบันทึกไว้ว่า

"คน ไทยที่มีเชื้อชาติไทยสัญชาติเขมร และชาวเขมรในเกาะกง หรือจังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดตราดและจันทบุรี ถูกรัฐบาลเขมรกดขี่ข่มเหงรีดนาทาเร้นด้วยประการต่างๆ จึงอพยพเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อนโรดม สีหนุ ทราบข่าวนี้ ก็สั่งให้กองทัพเรือจับชาวประมงในน่านน้ำไทย ยึดเรือและนำตัวไปกักขังไว้ ปฏิบัติต่อคนไทยที่ถูกคุมขังอย่างโหดเหี้ยมทารุณราวกับสัตว์ป่า ชาวประมงหลายคนต้องเสียชีวิตเพราะถูกทารุณ เพราะอดอาหาร หรือเจ็บป่วยก็ไม่ได้รับการรักษาพยาบาล"

จา เรียง อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งกัมพูชา ได้ทำการบันทึกไว้ว่า ช่วงปี 2509 มีชาวเกาะกงเชื้อสายไทยถูกสังหารไปราว 160 คน

จรัญ โยบรรยงค์ ที่ได้รวบรวมบันทึกของชาวเกาะกงเชื้อสายไทย และนำมาเขียนเป็นหนังสือ "รัฐบาลทมิฬ" ได้อ้างอิงคำพูดของ “ลอน นอล” เมื่อครั้งทำงานใกล้ชิดกับสีหนุ และเดินทางมาประชุมที่เกาะกงความว่า

"คนไทยเกาะกง แม้ว่าจะสูญหายตายจากไปสักห้าพันคน ก็ไม่ทำให้แผ่นดินเขมรเอียง"

กลับมาดูเรื่อง ปราสาทพระวิหาร ที่อยู่บนยอดเขาไม้คาน พนมดงรัก ด้านเขมรเป็นหน้าผาชัน ทางขึ้นก็อยู่ฝั่งไทย “เจ้านโรดมสีหนุ” สมคบกับฝรั่งเศส เอาบ้านเอาเมืองของเราไปได้

“เจ้านโรดมสีหนุ” ทำคนไทยเราเจ็บมากๆ

แต่ลูกหลานไทยลืมง่าย บางคนได้ดิบได้ดีมาบริหารประเทศ บางคนได้เป็นนักข่าวใหญ่ฯลฯ ไม่สนใจความเจ็บปวดของโคตรเง่าศักราช 

ผม จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องเช่นนี้มาหลายครั้ง ถ้าเกิดข้อมูลซ้ำ ก็ต้องขออภัย เพราะวันนี้ หัวใจอยากเขียนอีก ว่าทำไม คนไทยเรามักจะเห็นคนอื่น ดีกว่าพวกเรากันเองเสมอ

ตอนเด็กๆ ช่วงที่เดินขบวนประท้วงเขมร มีเพลงๆ หนึ่ง ชื่อว่า “พระวิหารเป็นของไทย” แต่งโดย ไพบูลย์ บุตรขัน ขับร้องโดย คำรณ สัมบุญณานนท์ จะขอยกมาเพียงบางตอน

เขา พระวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ที่ชายแดน เดิมเป็นเขตแว่นแคว้นติดกับดินแดนฝรั่ง เป็นเขาสูงเสียบฟ้าชะง่อนผาสูงชัน พระเจ้าสุริยะวรมันขอมโบราณก่อตั้ง สร้างวิหารขึ้นมาเพื่อแผ่ศักดาเกรียงไกร แต่ผลที่สุดแพ้ไทยเลยมอบให้ฝากฝัง

ขแมร์ ไม่ใช่ขอมโบราณไฉนทำไมมาพาลเรียกเอา ขอมเป็นชาติก่อนเก่าขแมร์มาเข้าทีหลัง อาณาเขตชาติไทยเคยกว้างใหญ่ไพศาล เป็นดินแดนรูปขวานแต่ครั้งโบราณเบื้องหลัง ตลอดแม่น้ำแม่โขงเคยเชื่อมโยงสายใย เคยเป็นดินแดนของไทยที่อยู่ในแผนผัง

พอ ถึงยุคต่อมาฝรั่งจึงล่าเมืองขึ้น ไทยเราแทบล้มทั้งยืนเขตแดนถูกกลืนไปบ้าง........ ไทยพลอยติดร่างแหสุดจะแก้กลับหลัง ถูกโกงเอาเขตดินจึงขวานบินร่อยไป เราต้องน้ำตาตกในสุดแก้ไขยับยั้ง ไทยชอกช้ำจำทนเพราะไทยเราจนอาวุธ พอเขาเอาปืนมาอุดไทยต้องทรุดตัวนั่ง

เสียม ราษฎร์พระตะบองเคยเป็นของไทยเรา จำต้องยกให้เขามันน่าเศร้าเสียจัง พอสิ้นยุคซึมแทรกเขาปลดแอกกันไขว่ ไม่ยักจะคืนเขตไทยที่โกงเอาไปแต่หลัง.........

 ไทย เป็นสุภาพบุรุษไม่อยากพูดรื้อฟื้น ไม่คิดทวงกลับคืนปล่อยเป็นคลื่นกระทบฝั่ง พี่น้องเอย...เอ๋ย...อยู่ๆ มาถูกตู่เอาดื้อๆ หาว่าไทยแย่งยื้อเขาพระวิหารแปลกจัง ทั้งๆ ที่อยู่เขตไทยมีทางบันไดขึ้นเขา อยู่ในเขตแดนเราจะเรียกเอาไม่ฟัง ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย  ระวังหน่อยคนขี้ตู่เชิญพลิกประวัติศาสตร์ดูว่าไทยเคยสู้ตายรัง

ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก ของเราแท้ๆ แล้วจะมาแย่งเอาไป ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก เป็นของขแมร์แล้วให้มาขึ้นทางไทย

...........................

เราทุกคนคงจำ “เสียมราฐ” ได้ ชื่อเมืองนี้แปลว่า “สยามรัฐ” หรือรัฐของสยาม

แต่เราคนไทยด้วยกันเอง กลับชอบที่จะเรียกว่า “เสียมเรียบ” ที่หมายถึง “สยามราบคาบ” หรือเมืองที่ไทยราบคาบ ไปเรียกตามที่เขมรเรียก

“ปราสาทตาเหมือน” อยู่ชายแดนไทย มีสองแห่ง คือปราสาทตาเหมือนใหญ่ และปราสาทตาเหมือนเล็ก แต่น่าห่วงไหม ที่เรากลับเรียกว่า ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาเมือนโต๊ด

จาก “ตาเหมือน” ลุงเหมือน หรือน้าเหมือน ซึ่งฟังดูเป็นชื่อไทย กลับไปเรียก ตาเมือน ไม่มีหอหีบ ให้ฟังเป็นชื่อภาษาเขมร

ธม ที่แปลว่าใหญ่ โต๊ด แปลว่าเล็ก เราก็เลือกไปใช้ภาษาเขมรเสียนี่

มายุคปัจจุบัน “สมเด็จฮุนเซน” เป็นเพื่อน “ทักษิณ” ท่านอยากได้ที่ดินรอบปราสาท ก็ยังไม่รู้ว่า เมื่อถึงคราวที่ต้องเข้ามาเกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ ในคดีพระวิหาร แล้วรัฐบาลของเราจะยืนอยู่ตรงไหน

ที่ผ่านมาผมรู้สึกสิ้นหวังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขาดความสง่างาม นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำก็ยกบ้านยกเมืองให้กับเขา

แต่ ผมก็ยังแอบหวัง เพราะเชื่อมือข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ผมว่าทีมงานเขมร มือยังห่างชั้นกับข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศของไทย งานศาลโลกงวดนี้ ผมเดาว่า เขมรคงยังเอาไปไม่ได้

แม้ผมจะไม่ถึงขนาดคลั่งชาติ ที่จะต้องให้ทหารไปตายเพื่อยึดเขาพระวิหารกลับคืนมา แต่กรณี “พระวิหาร” คนเราเจ็บแล้วก็ต้องจำบ้าง เขาทำกับเราขนาดนี้ ยังไปซูฮกเขาอยู่ได้

วันก่อนดูข่าว การปล่อยตัว “คุณราตรี” แต่ไม่ปลอย “คุณวีระ” รัฐบาลเราก็ปลื้มเขาเหลือเกิน

ท่านนายกนางสาวน้องปู ถึงขนาดฮุบเอาเครดิตว่าเป็นเพราะท่านไปคุยกับฮุนเซน นะนี่ เขาถึงเมตตาปล่อยมา

แต่ก็ไม่มีใครรูสึกรู้สา ถึงการต่อสู้เพื่อชาติของ วีระ-ราตรี ที่ว่าดินแดนที่เขาเข้าไป จนถูกจับ เป็นดินแดนไทย

รัฐบาลกลับไปสู้ในประเด็นที่ว่า ยอมขอโทษเขาเถอะ เผื่อเขาจะเมตตาลดโทษ

ก็ในเมื่อเขาสองคนอยู่ในดินแดนไทย ถือว่าไม่ได้ทำผิด จะต้องให้ไปขอโทษใคร