Get Adobe Flash player

เลือกตั้งผู้ว่า กทม.

Font Size:

ผมติดตามข่าวการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ มาตั้งแต่เริ่มต้น โดยพยายามไม่คาดหวังอยู่ในใจว่าใครจะได้รับเลือก คิดว่าแม้จะหวังอย่างไร ในที่สุดคนกรุงเทพฯ โดยรวม ก็จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้ดูแลบ้านเมืองของเขาเอง

 

ก่อน ส่งตัวผู้สมัคร ในแต่ละพรรคซึ่งหมายถึงสองพรรคใหญ่ ก็มีการแข่งขันกันอย่างไม่เป็นทางการก่อน โดยผู้สนับสนุนของแต่ละคน อยากได้คนที่ฝ่ายตนเลือกหรือคิดว่าดีกว่ามาลงชิง แต่เมื่อถึงเวลาที่พรรคตัดสินใจ แทนที่จะยอมรับเสียงข้างมาก กลับยอมรับกันไปบ้าง ไม่ยอมรับบ้าง ที่โกรธกันไปเลยก็มี

สะท้อนภาพประชาธิปไตยแบบของนักการเมือง ยังไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี

เท่า ที่ดูจากผู้สมัครจากสองพรรคใหญ่ เพื่อไทย ส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ หรือ “จูดี้” นายตำรวจผู้มีผลงานด้านประชาสัมพันธ์ เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ส่วนใหญ่เห็นหน้าในจอทีวี ในหลายๆ โอกาส

ประ ชาธิปัตย์ ส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือ “คุณชายหมู” อดีตผู้ว่าฯ กทม.ลงชิงอีกสมัย โดยเป็นไปตามมารยาท ที่ให้โอกาสกับคนเดิมก่อน ช่วงที่พรรคมีมติ บางคนในพรรคก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว

ส่วน ผู้สมัครอิสระที่เด่นๆ มีไม่กี่ท่าน อย่างเช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ต.ร.เจ้าของฉายา “วีรบุรุษนาแก” สมัยต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ ในป่าแถบจังหวัดนครพนม เสนอตัวลงแข่งก่อนใคร

นายโฆสิต สุวินิจจิต รายนี้เป็นนักบริหาร เท่าที่ทราบเป็นเจ้าของ “มีเดียออฟมีเดีย” จัดหลายรายการทางโทรทัศน์ 

นายสุหฤท สยามวาลา รายนี้ เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรอบรู้ด้านไอที

ส่วน ผู้สมัครนอกจากนั้น ไม่เป็นที่ทราบว่าใครเป็นใคร รวมทั้งบางท่าน สมัครเพื่อใช้โอกาสแนะนำตัวเอง ให้ชื่อของตนปรากฏเป็นที่รู้จักของคนกรุงเทพฯ  ว่าเคยสมัครเป็นผู้ว่า กทม.มาแล้ว

สรุปแล้ว ผู้สมัคร 4-5 คน ถือว่าชื่อชั้นใช้ได้ ประวัติไม่ชัดเจนว่าด่างพร้อย ใครคนใดได้รับเลือก ก็เชื่อว่าสามารถทำงานได้ เห็นเช่นนี้แล้วก็เบาใจ

พล.ต.อ. พงศพัศ ภาพสะอาดพอสมควร เป็นตำรวจอาชีพ ยังไม่เคยทำงานการเมือง จึงไม่มีอะไรแปดเปื้อน มีแต่ข่าวตอนวัยหนุ่ม ตกเป็นผู้ต้องหาขโมยของในห้างที่สหรัฐฯ แต่เรื่องก็จบไปแล้ว ถ้าติดตามและให้ความเป็นธรรม ก็จะเข้าใจ ว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน เอามาโจมตีกันก็ดูจะไม่แฟร์

เพียง แต่สงสัยกันว่าทำไมจึงชื่อ “จูดี้” ถ้าพ่อแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิดก็แล้วไป แต่ถ้า “ตั้งเอง” หรือเพื่อนตั้งให้ ตอนไปเรียนเมืองนอก ก็น่าสงสัย

ผม เคยมีเพื่อนผู้ชายชื่อ “แต๋ว” สมัยเรียนมัธยมต้น เขาไม่ชอบชื่อนี้เลยเพราะดูเป็นผู้หญิง จึงเปลี่ยนใหม่ โดยให้เพื่อนเรียก “แตงกวา”เขาบอกว่าฟังดูเป็นผู้ชายดี มันยังบอกว่าตอนแรกจะชื่อ “แตงร้าน” แต่ก็เห็นแก่หน้า ไม่อยากจะ “บลั๊ฟ” เพื่อนๆ   

ด้าน คุณชายสุขุมพันธุ์ ในสายตาคนทั่วไปดูเป็นคนอ่อนๆ ไม่มีความโดดเด่น แต่คนที่เคยร่วมงาน จะรู้ว่าเขาทำงานละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะงานใน กทม. คนใกล้ชิดเคยบอกว่า คุณชายหมู ตัวตนเป็นคนสู้ กล้าและใจถึง ไม่เหมือนบุคลิกภายนอก อย่างเช่นตอนเป็น รมช.ต่างประเทศ เคยเอาตัวเอง แลกเป็นตัวประกันไปพม่า ทั้งๆ ที่รู้ว่าอันตรายมาก

ผลงานที่ดูแย่ สมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม.คือการสร้างสนาม “ฟุตบอล” เสร็จไม่ทันการแข่งขัน

แต่ ถ้าใครรู้ความจริง ก็จะเข้าใจว่า การทำงานแบบ “มีรอยต่อ” มีอุปสรรคมากมาย ซึ่งสามารถตอบคำถามว่า ทำไม สนามกีฬาแค่นี้ จึงสร้างไม่เสร็จ 

พรรค เพื่อไทย ไม่ใช่สู้ในนามพรรค แต่สู้ในนามรัฐบาลทั้งคณะ สู้ในนามระบอบทักษิณทั้งระบอบ เพราะหากได้ชัยครั้งนี้ “คนไกล” สามารถเอาไปอ้างกับชาวโลกได้ว่า คนกรุงเทพฯ เมืองของปัญญาชน ยังเลือกเขา ไม่ใช่มีแต่กลุ่มประชานิยม เท่านั้นที่เลือก สามารถสรุปได้ว่า ที่ผ่านมาเขาถูกรังแก

นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีลงสนามเอง เดินสายพบประชาชน ใช้นโยบายบริหารงานแบบ “ไร้รอยต่อ” สามารถทำงานร่วมกันโดยไม่มีความขัดแย้ง

หลายโครงการ หลายอย่าง ที่ พล.ต.อ.พงศพัศ รับปากจะช่วยพี่น้องประชาชน อย่างเช่น จะให้เงินผู้สูงอายุ  จากเดิม อายุ 60 ปีได้เดือนละ 600 บาท อายุ 70 เดือนละ 700 ฯลฯ ให้ปรับเป็น 1,000 บาทให้หมด

เดิม เคยได้ เดือนละ 600 บาท เพิ่มเป็น 1,000 เท่ากับได้ส่วนเกินมาเดือนละ 400 ปีหนึ่ง 4,800 อีก 10 ปี จะได้ส่วนเกิน 4 หมื่น 8 พันบาท, พออายุ 70 ปี เคยได้ เดือนละ 700 จะได้เงินเพิ่มอีก 300  ปีละ 3,600 ถ้า 10 ปี ได้ 3 หมื่น 6 พันบาท  เงินนี้ จะได้ไปตลอดชีวิต

คนเขาชอบ แต่บางคนก็ติงว่าเอาเงินหลวงมาหาเสียง

กลับ มาเรื่อง “โพล” เกือบทุกสำนัก ตอนต้น ระบุว่า อดีตผู้ว่าฯ มีคะแนนนำเล็กน้อย แต่เมื่อนายกฯ ออกช่วยหาเสียง ผู้คนได้เห็นผ่านสื่อฯ ผลโพลก็พลิกตาม โดยโพลระบุว่า “พงศพัศ” แชงมาแล้ว และนำโด่งมาเรื่อยๆ

จนประชาชนเริ่มเชื่อ และเชื่อสนิทใจว่า “ชายหมู” แพ้แน่นอน

แต่ ตรงนี้เอง ก็มีส่วนผลักดัน ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้ชัยชนะ คือยิ่งรู้ว่าเป็นรอง ยิ่งมุ่งหาเสียงมากขึ้น ไปทุกเขต ทุกที่จนหน้าเกรียมดำ เสียงแหบแห้ง และทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งหัวหน้าพรรค ทั้งทีมงาน ไม่เว้นแม้แต่ญาติผู้ใหญ่ อย่างนายชวน หลีกภัย ยังต้องเข็นสังขารมาลงพื้นที่

นาย ชวนบอกชาวบ้านว่า นโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นั้นไม่ใช่นโยบายที่น่าตื่นเต้น หรือนโยบายเพียงเพื่อหาเสียง ตนยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยืนอยู่ข้างประชาชนต่อไป และขออย่าทิ้งพรรคประชาธิปัตย์

ความ รู้สึกว่าเป็นมวยรอง ทำให้ยิ่งต้องขยัน ยิ่งต้องนำเสนอนโยบาย สิ่งหนึ่งที่ทีมงาน “ชายหมู” คิดถูกคือ การเปิดตัวทีมที่ปรึกษา กทม. ที่รวมเอาผู้รู้ หลากหลาย มาแสดงความพร้อม ให้ประชาชนเชื่อว่า เมื่อใด ถ้าได้รับเลือกก็พร้อมจะทำงานดูแลคนกรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ

ในขณะที่เสียงออกมาจากทางฝ่ายคนเสื้อแดงว่า จตุพร พรหมพันธุ์ จะได้เป็นรองผู้ว่าฯ โดยไม่มีเสียงปฏิเสธมาจากพรรค  ทำ ให้คะแนนของจูดี้ ที่โพลบอกว่า นำมาอยู่ดีๆ แผ่วลง ไม่ใช่เพราะปัญหาของคนเสื้อแดง แต่เพราะความรักของประชาชนที่มีต่อ “จตุพร” ยังมีไม่มากพอ

ด้าน ของโพล กำลังถูกจับตาจากประชาชน ว่าพวกเขาเสนอผลงานทางวิชาการ หรือว่ารับงานรัฐบาลกันแน่ ความไม่ไว้วางใจกันและกันเกิดขึ้น ยกเว้นโพลของ “นิด้า” ที่ยังถูกมองว่าน่าเชื่อถือและตรงไปตรงมา

กรณีของนายมานิจ สุขสมจิตร นักหนังสือพิมพ์อาวุโส ลาออกจากประธานสภามหาวิทยาลัย มีผลต่อศรัทธาต่อโพลบางสำนักอย่างมาก

นัก วิชาการ ก็โทษประชาชนว่า ตอนกรอกแบบสอบถาม ให้ข้อมูลไม่จริง อ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง แต่พฤติกรรมของนักวิชาการ กลับดูไม่เหมือนถูกกลั่นแกล้ง ในขณะที่ประชาชนก็สงสัยว่า ในการสำรวจแต่ละคราว คุณไปถามใคร และคำถามของคุณคืออะไร

กล่าว โดยสรุป ก็คือ จนถึงวันเลือกตั้ง ใครๆ ก็เชื่อว่า ความสวย สดใส ความน่ารักของนายกรัฐมนตรี ที่ถูกรุมล้อมมอบดอกไม้ อย่างเนืองแน่นทุกครั้งที่มีภาพปรากฏบนจอโทรทัศน์ ขณะที่ไปพบปะประชาชน จะทำให้ได้ชัยชนะ

ก่อนปิดหีบบัตร สถานีโทรทัศน์หลายช่อง เตรียมคนไว้พร้อม ที่จะตามข่าวการนับคะแนน

เวลา 15.00 น. โทรทัศน์ก็ประกาศผล “เอ็กซิทโพล” ว่า พล.ต.อ.พงศพัศ มีคะแนนนำเหนือผู้สมัครทุกคน มีเพียงนิด้าโพล ที่บอกว่า ชายหมูชนะไม่มาก

ผู้สื่อข่าว ไปถามความรู้สึกของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในฐานะผู้แพ้ หลังแพ้เลือกตั้งจะทำอะไรต่อไป คุณชายบอกว่า  จะ อยู่กับพรรค แต่พรรคไม่ได้เป็นรัฐบาล ตนไม่มีตำแหน่งในพรรค จึงไม่มีภารกิจเฉพาะ ก็อาจจะถือโอกาสพักผ่อน เพราะไม่ได้พักมาหลายปีแล้ว แต่ยืนยันว่าจะไม่ไปไหน

คุณชายบอกอีกว่า ส่วนเรื่องแพ้หรือไม่อย่าเพิ่งเชื่อโพล เพราะโพลก็เคยผิด ขอให้รออีกนิด ให้นับคะแนนก่อน

แต่ เมื่อคะแนนเข้ามา ปรากฏว่า คะแนนของชายหมู เหนือกว่าคะแนนของจูดี้เล็กน้อย เวลาผ่านไป กร๊าฟของการนำเล็กน้อย เป็นไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไปจนกระทั่งการนับคะแนนสิ้นสุดลง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สมัยที่สอง อย่างไม่เป็นทางการ

แม้ การเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครหลายคน แต่ที่ประชาชนตั้งใจเลือก มีแค่สองคน หากดูตามคะแนน คนทั้งสอง ได้รับความไว้วางใจจากคนกรุง เกินกว่าล้านคน จึงไม่ควรมองข้ามความจริงข้อนี้

ใคร พรรคใด จะได้เป็นผู้ว่า กทม.ไม่สำคัญ แต่สำคัญตรงที่ นี่คือการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ