Get Adobe Flash player

สนิมเนื้อในตน

Font Size:

เมื่อช่วงต้นเดือน ได้เห็นภาพข่าว นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชุมนุมคนรักอุดรฯ พูดถึงอำนาจบารมีของนายขวัญชัย ที่สามารถแต่งตั้งนายตำรวจในภาคอีสาน ชนิดที่ คนดูไบ ยังต้องถาม ก็คิดว่า จะเก็บเอาเรื่องนี้มาเล่า เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณ แสดงความเห็น

แต่ แค่ดูผ่านตา ไม่ได้บันทึกรายละเอียดไว้ จนกระทั่ง “ไทยโพสต์” ได้นำรายเนื้อความทั้งหมดมาลงไว้ มีรายละเอียดครบถ้วน จึงขออนุญาต นำมาลงอีกครั้ง

คลิปแสดงบารมีของนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชุมนุมคนรักอุดรฯ ที่อ้างว่ามีเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคเหนือและอีสานอยู่ในมือ และสามารถต่อรองกับคนที่ดูไบได้ ไทยโพสต์ได้ถอดความจากคลิป เพื่อมายืนยันถึงความเป็นไปภายในระบอบทักษิณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามใจชอบ การชิงการนำและการแสวงหาผลประโยชน์

“บาง จังหวัดที่ผมช่วยพวกเราได้เพราะผมมีน้องนุ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในนั้น อย่างผู้กำกับมุกดาหารถือว่าเป็นน้องผม ผมส่งไปก็ดูแลตำรวจได้ อย่างยโสธร ผมบอกว่าผู้กองฉลอง ภาคย์ภิญโญ ไปแล้ว ต้องดูแลหน่อยนะ เพราะฉลองผมเป็นคนเซ็นรับรองไปเอง เป็นน้องนุ่ง แต่ด้วยมันมีภาพของคนเป็นเสื้อสีน้ำเงินเลยโดนเตะไปประจำอยู่จเร แล้วขอฟอกตัวเอง มาขอหนังสือรับรองจากผมไปหาดูไบ ผมเซ็นรับรองให้มันจึงได้ออกจากจเรมาเป็นผู้การยโสธร ฉะนั้นก็ฝากไปยังอนันต์ให้ไปคุยได้เลย ตอนนั้นจังหวัดผมบอกได้เลยว่า อย่างพี่ปีนี่อยู่ขอนแก่น มีอะไรเดือดร้อนไปหาผู้ก่อเพิ่มศักดิ์เขาดูแลตลอด อะไรที่ช่วยได้ผมช่วย ผมอยากให้พวกเรายืนได้”

 “อำนาจ เจริญผมยังไม่มี ยังไม่รู้จักผู้การ จังหวัดเลยก็ไม่เป็นไรหนิ ผู้การเสือก็พวกกัน หากมีเรื่องไปหาเสือได้บ่อกูล อ้างพี่ได้เลย ศักดา วงศิริญานนท์ ที่เราต้องยอมรับว่า ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยทุกคน มันไม่ได้มองถึงเรื่องศักดิ์ศรีและความเจ็บปวดของคนเสื้อแดง ใครซูฮกให้หน่อย มันก็เอาเป็นพวก มันไม่ได้ตรวจสอบประวัติ เหมือนตอนนี้มีผู้การนครพนม ซึ่งเป็นคนของพันธมิตร เป็นเสื้อเหลืองจ๋าเลย สุรัตน์ ปานเง้า กำลังวิ่งไปหานายที่ฮ่องกง เพิ่งกลับมา จะขอนายให้เป็นผู้การขอนแก่นจะมาแทนเพิ่มศักดิ์เพื่อนผม”

“จังหวัดสกลนครหละพี่ขวัญ” เสียงแทรก

“ไอ้เต้ยมันเด็กจตุพรเขา” และว่า “มัน พยายามจะวิ่งมาอุดร แต่มาไม่ได้ คือทุกวันนี้ผู้การหลายนายพยายามจะมาที่อุดร แต่มันลืมไปว่าอุดรนี่มันจังหวัดของผม ดูไบจะเปลี่ยนผู้การต้องถามผมก่อน ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนแบบนั้น ฉะนั้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากเล่าว่า ผมเอาก็ได้เท่านี้แหละ อาศัยตำรวจดูแลบ้าง ผู้ว่าดูแลบ้าง จึงทำให้เราสามารถที่จะขับเคลื่อนและเป็นหลักให้พวกเราได้”

“ทุก วันนี้ต้องอาศัยผู้หลักผู้ใหญ่ดูแล ถ้าไม่มีตำรวจดูแลบ้าง ผมจะเอาที่ไหนเอนเตอร์เทน นายก อบจ.หนองคายดูแลผมบ้าง ผู้กำกับเมืองบ้าง ผู้การเมืองบ้าง เท่านั้นเองที่ดูแลผมอยู่ ทำให้ผมมีเงินเอนเตอร์เทน และก็มีที่ปรึกษาอย่างท่านสุรวัฒน์เนี่ย คอยถามตลอดเวลาว่า ขวัญชัยมีตังค์ไหม นี่คือสิ่งที่ผมอยากเล่าให้ทุกคนฟัง แต่ผมต้องรับภาระดูแลพวกเรา เพราะผมรู้ว่าพวกเรายังยืนไม่ได้เอง แต่ละคนแต่ละจังหวัดยังดูแลไม่ได้”

และหากจะให้สมบูรณ์ในความเห็น ก็ขออนุญาต นำความเห็นจาก “ผู้จัดการ” มาเพิ่มเติม เพื่อให้เรื่องนี้สมบูรณ์

ผลพวงจาก “แดง” ฟัด “แดง” ถึงขั้น “ขวัญชัย ไพรพนา” ประธานชมรมคนรักอุดร และประธานชมรมคนรักภาคอีสาน ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช.อันมีชนวนเหตุมาจากการขบเขี้ยวแย่งกันใหญ่ กำลังกลายเป็นชนวนไป “เผา” สำนักงานตำรวจแห่งชาติไหม้เกรียมแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ที่ บอกว่าเผาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่การเข้าไปเผาสถานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ถนนพระราม 1 เหมือนตอนเผาบ้านเผาเมืองช่วงการชุมนุม แต่เป็นการเผาภาพพจน์องค์กรตำรวจที่ตกต่ำในสายตาชาวบ้านอยู่แล้วให้แหลกเป็น จุณเข้าไปอีก

เพราะการระบายความอัดอั้นตันใจเคล้าน้ำตาของ “ขวัญชัย” ต่อ ผู้สนับสนุนที่ไร่มุกเดือน จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา เนื้อหานอกจากการระบายความรู้สึกไม่พอใจธิดาและแกนนำนปช.หลายๆ คน รวมทั้งบ่งบอกว่าตัวเองเป็นคนเซนทีฟ แคร์ความรู้สึกคนดูไบแล้ว บางช่วงบางตอน “ขวัญชัย” ก็โชว์เพาเวอร์ตัวเองให้ผู้สนับสนุนรู้ว่าข้าก็ใหญ่ไม่แพ้ใคร กลายเป็นเนื้อหาที่สะท้อนกลับไปตั้งคำถามต่อองค์กรตำรวจว่าใช่อย่างที่ “ขวัญชัย” พูดจริงหรือไม่ อย่างไร

 “...ทุก วันนี้ถ้าไม่มีตำรวจดูแลจะเอาเงินจากไหนไปดูแล ผู้กำกับเมืองอุดร ผู้การเมืองอุดร ไม่งั้นจะเอาเงินที่ไหนมาเอ็นเตอร์เทน ...ผกก.มุกดาหารก็น้องผมผมส่งไปเอง ....ยโสธร ผู้การฯฉลอง ผมเป็นคนเซ็นต์รับรองเอง เป็นน้องเป็นนุ่ง แต่โดนภาพเสื้อน้ำเงินโดนเตะไปอยู่จเร มาขอฟอกตัวเอง มาขอหนังสือฟอกตัวผมหาดูไบ ผมเซ็นรับรองให้ เลยออกจากจเรไปเป็นผู้การยโสธร ....ตำรวจอุดรจังหวัดของผม ดูไบจะเปลี่ยนผู้การอุดรฯต้องถามผมก่อน...”

หากถอดเนื้อหาตามถอยกระทงความอย่างที่ “ขวัญชัย” พูดไว้เช่นนี้ ถ้าเป็นจริงก็ต้องบอกว่า “ขวัญชัย” ไม่ธรรมดา สามารถชี้เป็นชี้ตาย ชี้ให้ตำรวจระดับ “นายพล” โยกย้ายไปไหนก็ได้ ตามที่ตัวเองต้องการ รวมทั้งมีตำรวจคอยดูแลเรืองเงินเรื่องทองใช้จ่ายอย่างสบายมือ

ทั้ง ที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ลักษณะ 6 ระเบียบข้าราชการตำรวจ หมวด 2 การบรรจุ การแต่งตั้งและการเลื่อนขั้นเงินเดือน มาตรา 51(6) ตำแหน่งผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) หรือพลตำรวจตรี

มาตรา 54 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา 44(5)(ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ) ลงมาและเป็นการแต่งตั้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือในกองบัญชาการให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

 (1) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44(5) และ (6) (ตำแหน่งผู้บังคับการ) ในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจในสำนักงานผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ ก.ตร.(คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

ใน กรณีเป็นการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการที่สังกัดสำนักงานผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับฟังข้อเสนอแนะของผู้ บัญชาการที่เกี่ยวข้องด้วย

 (2) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44(5) และ (6) ในกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการคัดลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการนั้นเสนอผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาเสนอ ก.ตร.ให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

ใน กรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นว่า การคัดเลือกของผู้บัญชาการตามวรรคหนึ่งยังไม่เหมาะสม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะทำความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะและเหตุผลเสนอ ก.ตร.เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

ตรวจทุกตัวอักษรตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับนี้ ไม่มีมาตราไหน หรือข้อใด ที่เขียนไว้ว่าต้องได้รับความเห็นชอบจาก “ขวัญชัย” หรือจาก “คนดูไบ” ตามที่ “ชวัญชัย” พูดไว้

จะเป็นการพูดโอ้อวด โชว์พรรคพวก หรือแสดงบารมีตัวเองอย่างไร แต่สิ่งที่ “ขวัญชัย” พูด ออกมาก็สร้างความเสื่อมเสียต่อการบริหารงานบุคคลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสื่อมเสียต่อภาพพจน์องค์กรตำรวจ ที่อาจทำให้สังคมมองได้ว่า

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่ได้อยู่ที่ผลงาน หรือหลักเกณฑ์ข้อกำหนดตามกฎตามระเบียบ แต่เป็นการฝากฝั่งจากพวกพ้อง จากผู้มีอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านับตั้งแต่ “ขวัญชัย” โอ้อวดทำลายภาพพจน์องค์กรตำรวจ โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเสียป่นปี้เช่นนี้ แต่ผ่านมานับตั้งแต่ “ขวัญชัย” พูดไว้เมื่อวันที่ 11 ก.พ. จนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งเดือน

ก็ ไม่เห็นมีผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนปัจจุบัน รอง ผบ.ตร.ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช.หรือโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือตำรวจหน้าไหนออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกู้ภาพพจน์ตำรวจ หรือดำเนินการสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อคนที่พูดพล่อยๆ เช่นนี้

ซึ่ง ดูจะต่างจากกรณีมีการพาดพิงถึงพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. จากพรรคเพื่อ ไทย เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน(ทีโออาร์) โครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง ที่กำลังมีปัญหาเรื่องการโกงกินกันอยู่ ทั้งพล.ต.อ.อดุลย์ หรือโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่างดาหน้าออกมาแก้ต่างแทน ยืนยันพล.ต.อ.พงศพัศไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงขนาดออกเป็นแถลงการณ์การันตีความบริสุทธิ์ให้ พล.ต.อ.พงศพัศ

เช่น เดียวกับการพาดพิง อดีต ผบ.ตร.อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาพาดพิงถึง พล.ต.อ.อดุลย์ ก็ออกมาแสดงท่าทางขึงขังไม่พอใจ “ธาริต เพ็งดิษฐ” อธิบดีดีเอสไอ ด้วยข้ออ้างว่าเป็นการกระทำที่ทำให้ภาพพจน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย เป็นการทำลายองค์กรตำรวจ

แต่พอเรื่องนี้ที่ “ขวัญชัย” ออก มาพูดชี้ซ้ายชี้ขวาแต่งตั้ง ผู้การฯจังหวัดได้เอง กลับไม่เห็นพล.ต.อ.อดุลย์ออกมาดำเนินการสิ่งใด หรือออกมาปกป้องรักษาพจน์องค์กรตำรวจเหมือนอย่างที่ออกมาประกาศว่ารักองค์กร

หรือคำพูด “ขวัญชัย” ที่เชื่อมโยงคนดูไบสั่งแต่งตั้งตำรวจได้จะเป็นเรื่องจริง จน “พล.ต.อ.อดุลย์” น้ำท่วมปากพูดไม่ออก