Get Adobe Flash player

คุยกันเรื่องเมืองไทย

Font Size:

ทีมงานที่ “เสรีชัย” บอกมาว่าอย่าเขียนแต่การเมือง เล่าเรื่องเมืองไทยบ้าง จัดให้ครับ แต่ช่วยฟังเสียงตอบรับด้วย เพราะไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านจะชอบหรือเปล่า

 

กรุงเทพฯ อาจเหมาะกับคนหนุ่มสาว ที่หวังจะมีชีวิตก้าวหน้า เพราะกรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมของโอกาส ไม่ว่าด้านการศึกษา ด้านการทำงาน หรือในด้านใดๆ เป็นความเจริญในทุกสรรพสิ่ง ในขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ก็แออัดไปด้วยผู้คนที่ต่างพากันเข้าไปแสวงหาโอกาส

เรา ดูละคร พระเอกนางเอก มีบ้านทรงโรมัน เรเนอร์ซอง ราคานับร้อยล้าน ในชีวิตจริง ก็มีบ้านเหล่านี้อยู่จริง แต่เป็น “ชนกลุ่มน้อย” ไม่ใช่บ้านของพวกเรา ไม่ใช่บ้านในชีวิตจริงของคนส่วนมากครับ

บ้าน เรา อาจอยู่ในซอยใดซอยหนึ่ง ที่ปากซอยเป็นถนนสายใหญ่ ที่คลาคล่ำไปด้วยรถทุกชนิด รวมทั้งรถคันแรก ที่ติดเป็นตังเม ในเวลาเร่งรีบอาจสงบนิ่งเหมือนลานจอดรถขนาดใหญ่

บน ถนนบางสาย กำลังสร้างทางสำหรับรถไฟฟ้า ที่คนแถบนั้นจะหมดโอกาสเห็นท้องฟ้าอีก โครงการอาจแล้วเสร็จภายใน 5 ปี 6 ปี หมายถึง รถราจะติดอย่างหนักไปตลอดเวลาของการก่อสร้าง หรืออาจไม่มีโอกาสเสร็จเลยในชาตินี้ อย่างเช่น โครงการ “โฮปเวล” ที่กลายเป็น “โฮปเลส” เป็นอนุสาวรีย์ “สโตน เฮล” สถาปัตยกรรมบาปของนักการเมือง

แต่ ตราบใดที่กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองของโอกาส ยังเป็นเมืองศิวิไลซ์ ผู้คนก็ยังจำเป็นจะต้องอยู่ เพื่อรอให้โอกาสเหล่านั้น มาเป็นของเราด้วยความขยันหมั่นเพียร

ยังไม่ทันเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ในซอยบางซอย มีหลายภาษา หลายชนชาติ ทั้งภาษากลาง ภาษาถิ่น ภาษาเขมร พม่า รวมไปถึงเวียดนาม

บ้าน รุ่นเก่า อยู่ตามซอยถือว่าใกล้ แต่ซอยส่วนใหญ่ จะเล็ก แคบสวนกันยากมาก แถมยังมีรถจอดข้างทาง อาจจะมีอู่แท็กซี่ อู่ซ่อมรถ ร้านลาบ ส้มตำ ไข่ปิ้ง โกดังขายไม้ อยู่ในซอยเดียวกับบ้านเราแบบถ้อยที ถ้อยอาศัย

คน ไทยที่อยู่เมืองนอก อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง เห็นเขาโฆษณาว่า “คอนโด” 1 ห้องนอน ราคาต่ำสุด อยู่ประมาณ 1 ล้าน 7 แสน คำนวณแล้วประมาณ 6 หมื่นเหรียญ น่าจะพอไหว กว่าจะกลับก็ผ่อนหมด กลับไปมีที่อยู่

แต่ ต้องดูเองให้ดีนะครับ ที่โฆษณา 1 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก ไปเห็นจริงๆ ขนาดสักสิบคูณสิบฟุต น่าจะได้ ใส่เตียงก็เต็มแล้ว ที่ใส่เสื้อผ้าไม่มี ต้องใช้ตู้ต่างหาก ส่วนห้องด้านหน้าเล็กพอกัน แบ่งเป็นครัว รับแขก กินข้าว เปิดไปเป็นระเบียง แต่ออกไปไม่ได้ แค่วางแอร์ ก็เต็มพื้นที่แล้ว

ถ้าเป็นที่อยู่ สำหรับให้ลูกถือกระเป๋า 1 ใบ ไปเรียนหนังสือ ก็น่าจะพออยู่ได้ แต่ถ้าอยู่เอง ต้องคิดอีกนิด

แต่ถ้าอยู่สองคน มีข้าวของด้วย คงต้องเดินเอียง เวลาสวนกัน

ส่วนที่จอดรถ มีไม่ครบห้อง มาก่อนจอดก่อน ส่วนคนมาทีหลัง ยังนึกภาพไม่ออก

ส่วนบ้านเดี่ยว ราคาตั้งแต่สองล้านเศษ  ที่ คิดว่าน่าจะดีกว่า แต่ไปอยู่จริงไกลมาก แค่ค่าทางด่วน ไปร้อยกว่า กลับร้อยกว่า ค่าน้ำมัน (กิโลเมตรละประมาณ 3 บาท) ใช้เวลาเดินทางไปทำงานแต่ละวัน บางครั้งสองชั่วโมง ยังไม่ถึง

แต่ถ้าใครมีบ้านอยู่ก่อนแล้ว ถึงซอยจะเล็ก ก็ถือว่าโชคดี

หรือมีเงินมากหน่อย ก็ซื้อคอนโดที่ขนาดใหญ่หน่อย หรือซื้อบ้านที่แพงขึ้น ใกล้เมือง หรืออยู่ในเมืองมากขึ้น

จึง คิดว่า สำหรับคนที่คิดจะไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยเงินทองไม่ต้องมาก ต่างจังหวัด เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่ากรุงเทพฯ เพราะต่างจังหวัด ยังมีที่ว่างอีกมาก เหมาะสำหรับผู้คนที่จะใช้ชีวิตหลังวัยทำงาน

เลือก จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว หรือมีธรรมชาติที่สวยงาม ชอบทะเลก็ไปอยู่เมืองที่มีทะเล ชอบแม่น้ำ หรือชอบท้องทุ่งภูเขา เราสามารถเลือกได้ เลือกเมืองที่มีศิลปวัฒนธรรม มีความเจริญพอสมควร

หากจะคำนึงถึงความสะดวก อาจเลือกจังหวัดที่มีสนามบิน แต่ต้องมีสายการบินด้วยนะครับ

ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะในหลายๆ จังหวัด มีแต่สนามบิน แต่ไม่มีบริการการบิน

ตอน สร้าง เพราะนักการเมืองผลักดันให้สร้าง เอาโครงการเข้าจังหวัดตัวเอง สร้างเสร็จสายการบินมาเปิดบริการ อยู่ได้พักเดียวต้องหยุด เพราะคนโดยสารน้อยเกินไป บินไม่คุ้มค่าใช้จ่าย

เลือก จังหวัดที่มีสถานีรถไฟยิ่งดี เพราะบริการถไฟ ใครจะว่าอย่างไร ผมยังคิดว่าสะดวก ปลอดภัย บริการด่วนพิเศษชั้น 2 (แอร์) ประหยัดสะดวกสบาย ส่วนรถประจำทางไม่ต้องพูดถึง มีบริการทุกจังหวัดอยู่แล้วครับ

การ อยู่ในสังคมใหม่ เราจำเป็นต้องมีเพื่อนที่มีมุมมองคล้ายๆ กันสักจำนวนหนึ่ง ไม่ต้องมาก ไว้เป็นเพื่อนกิน เพื่อนคุยบ้างเป็นครั้งคราว

การ หาความรู้ก็จำเป็นนะครับ สมมติว่าเราชอบต้นไม้ การไปเดินชมตลาดต้นไม้ก็ได้ประโยชน์ ทำให้เรารู้ว่า ต้นไม้ต้นนี้ เมื่อโตเต็มที่ มีความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลาง กี่เมตร สูงกี่เมตร รากจะทำให้บ้านเราพังหรือเปล่า ควรปลูกห่างบ้าน ห่างจากรั้วกี่ฟุต หรือกี่เมตร ให้ผลหรือเปล่า ให้ร่มเงาบ้างไหม ลดอุณหภูมิความร้อนได้แค่ไหน

ต้นไม้ ชนิดไหนชอบแดดจัด ชนิดไหนชอบแดดรำไร หรือชอบร่มเงา ชอบน้ำมากหรือน้ำน้อย เมื่อเราเลือกมาปลูกที่บ้าน จะสามารถเลือกได้อย่างเหมาะสม

ถ้า มีที่กว้างหนึ่งไร่ สองไร่ ฯลฯ หรือมากกว่านั้น ตามเกษตรอำเภอ จะเป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่ง เขาสามารถบอกได้ว่า ดินแถบบ้านเรา ปลูกอะไรถึงจะดี

ที่สำคัญ อย่าทำงานหนักนะครับ ปลูกพืชพอเอาสนุก ไม่ต้องหวังเงิน อย่าโหมงานหนัก

เพื่อน คนหนึ่งไม่ชอบทำสวน เขาเปิดหน้าบ้านตรงสนามมีที่ดินว่าง ทำร้านกาแฟ ตั้งใจจะทำแก้เหงา จัดร้านพอน่านั่ง เขาบอกว่า ในห้างจัดสวยเกินไปคนไม่กล้าเข้า เพราะกลัวแพง

มีขนมต่างๆ ที่เจ้าของชอบ ไม่หวานเกิน ไม่มีไขมันเกิน ทำเบเกอรี่ที่น่ากิน

คน อยู่ต่างแดน มีสิ่งหนึ่งที่ตัวเองอาจไม่รู้ คือทำอะไรมักจะคำนึงถึงสุขภาพ และความสะอาด ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคก่อน บางคนสมัยที่มีร้านในเมืองฝรั่ง ทั้งเกลียด ทั้งกลัว “เฮลท์ อินสเป็คเตอร์” แต่พอมาทำร้านที่ไม่มีใครมาตรวจ กลับทำซะถูกต้อง ของในตู้เย็นมีฝาปิด เตา อ่างล้างจาน โต๊ะ เคาน์เตอร์ ช้อน แก้ว ถ้วย จาน ฯลฯ สะอาด ไม่วางของบนพื้น ฯลฯ

ทำ ไปทำมาขายดี เงินทองไหลมาเทมา ไม่ว่างเลย ที่ว่าจะพักก็ไม่ได้พัก ต้องหาคนมาช่วย ลูกหลานพลอยมีรายได้ จากร้านกาแฟเพิ่มโน่นเพิ่มนี่ จนต้องขยายร้านเต็มพื้นที่หน้าบ้าน เขาบอกกับเพื่อนสนิทว่า เอาก็เอาวะ ไม่ได้พัก ก็ไม่ต้องพัก”

คนไทยเรานี่ก็ดีอย่างหนึ่ง ร้านอยู่ในซอย มีที่จอดรถน้อย ก็ยังดั้นด้นไปกิน 

ผม ว่าความสุขของคนสูงวัย หนึ่งคือได้ทำงานพอไม่เหงา ได้พัก แต่ไม่ชอบที่จะพักนานๆ จนเป็นง่อยเปลี้ย ไม่อยากให้ลูกหลานบังคับ หรือทำอะไรก็ว่า ทำอะไรก็ตำหนิ เอะอะก็ชอบพูดว่าแก่แล้วให้อยู่เฉยๆ

เพราะ ฉะนั้นคนสูงวัย ต้องก้าวให้พ้นลูกหลานพวกนี้ นั่นคือ เราต้องเป็น “บอส” อย่าปล่อยให้ใครมาล่วงเกิน นั่นคือต้องช่วยตัวเองได้ โดยไม่พึ่งพาใคร ที่สำคัญ มีเงินไม่มากไม่เป็นไร แต่อย่าปล่อยตัวให้ดูยากจน หนวดเครา ผมเผ้า เสื้อผ้า ต้องดูแลแม้อยู่กับบ้าน

เพราะคนบ้านเรา (หรืออาจทั่วโลก) ชอบดูถูกคนจน

เมื่อ พักแล้ว ต้องมีอะไรทำ เพื่อนอีกคนหนึ่ง ไปเรียนคอมพิวเตอร์หลักสูตรเบื้องต้น จำไม่ได้ก็จดเอาทุกขั้นตอน แรกๆ คนเขาหัวเราะเยาะ ว่าจะไหวหรือ แต่ผ่านไปไม่นาน ก็สามารถเปิดอ่านข่าวได้ ส่งรูป ส่งอีเมล์ได้ ไปถึงเฟสบุ๊ค ยูทูป ฯลฯ เขาจึงสามารถใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเล่นคอมฯ เล่นเกม ฝึกไม่ให้สมองฝ่อ

ข้อดีคือ เขาสามารถเรียนรู้การใช้โทรศัพท์มือถือ ที่มากกว่าโทรออกและรับสาย

พิมพ์ เก็บชื่อเพื่อนได้ ถ่ายรูปได้ เซฟรูปได้ ถ่ายคลิป ส่งคลิปได้ แถม “เล่นเน็ต” ก็ยังได้ จนคนหนุ่มสาวไม่กล้าว่า “แก่” (ซึ่งเป็นคำไม่สุภาพ)

วันก่อน เพื่อนพาไปกินอาหารร้านแห่งหนึ่ง บรรยากาศเป็นสวนป่า สวยมากครับ ผมก็เคยไปกินร้านหรูๆ มาแล้วหลายแห่ง แม้จะไม่ทั่วโลก

แต่ผมว่าร้านนี้ สวยติดอันดับโลก ทั้งศิลปะการจัดวางต้นไม้ ลำธาร น้ำตก และสระน้ำ ที่น่าจะเรียกว่าทะเลสาบ

บรรยากาศของโต๊ะกินอาหาร รสชาติอาหาร การบริการ ที่สำคัญคือราคาไม่แพง

ระหว่าง กินบรรยากาศกับเบียร์เย็นๆ (สองคนขวดเดียว) ก่อนอาหาร เพื่อนซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ ในนิตยสารชื่อดัง (แต่ไม่มีใครรู้จักตัว) ถามว่าไปทำงานหนักที่ต่างแดนทำไม ดูบ้านเราซิ มีอะไรที่น่าสบายอีกมากมาย

ผมบอกว่ามันจำเป็นต้องไป ต้องไปทำงานหาเงิน

เขา บอกว่าทำมาพอแล้วก็ต้องพัก อย่าทำงานจนชีวิตหาไม่ เราต้องเป็นเจ้าของชีวิต ต้องพักบ้าง เราไม่ได้ละเลยสังคม ไม่ใช่ไม่สนใจการเมือง แต่เราต้องสนใจในแบบของเรา แต่ละเดือนเราอาจไปบริจาคซื้อโลงศพให้คนยากไร้ ไปทำบุญกับเด็กกำพร้า ช่วยต้านภัยหนาว หน้าแล้งก็ต้านภัยแล้ง ช่วยด้านการศึกษา ตามกำลังที่มี ไปทำบุญฟังธรรม นี่ก็ถือว่าช่วยชาติ ช่วยสังคม

เพื่อนบอก อีกว่า ทำไมไม่อยู่ทั้งสองประเทศ มาอยู่บ้านเราบ้าง ซีกหนึ่งอาจรู้สึกว่าการเมืองทำไมวุ่นวาย แต่อีกซีกหนึ่ง ก็มีสิ่งดีๆ อีกมาก ที่ไม่ควรมองข้าม และต้องไม่ลืมว่าประเทศนี้เป็นของเรา เราคือเจ้าของ