Get Adobe Flash player

ประชาธิปไตยก็แบบนี้ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

คงไม่ต้องพูดว่าขณะนี้ ผู้คนออกมาชุมนุมบนท้องถนนในกรุงเทพฯ จะมากมายแค่ไหน รู้แต่ว่าทุกสาขาอาชีพ ต่างก็ออกมาโดยการนัดหมายบ้าง มาเองโดยไม่มีใครนัดบ้าง จนเนืองแน่นถนนราชดำเนิน ไปหมด  

มาแล้วกลับยาก พี่น้องเอ๋ย ตราบใดที่ยังค้างคาใจ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตกสภาสูงลงไปแล้ว แต่ความรู้สึกของผู้คนมันยังไม่ตกไป

หน้าที่ของรัฐบาลต้องดูให้ออกว่า คนเหล่านี้คิดอย่างไร ทำไมถึงออกมามากมาย รัฐบาลพอที่จะเห็นสิ่งที่เขาต้องการแค่ไหน และพร้อมหรือไม่ ที่จะปรับปรุงในสิ่งที่รัฐบาลถูกมองว่าทำในสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง

แทนที่จะสรุปว่าฉันมาจากการเลือกตั้ง ฉันจึงมีอำนาจทำในทุกสิ่งที่ต้องการ พวกคุณเรียกร้องจากข้างถนน ไม่ใช่ประชาธิปไตย หรือมองว่า คนเหล่านี้เป็นพวกของใคร ใครนำให้คุณออกมา

ถ้าคิดออกก็แก้ได้ แต่ถ้าคิดไม่ออก รัฐบาลก็ยังต้องเหนื่อยไปอีกไม่สิ้นสุด   

สิ่งที่มองเห็นจากคำแถลง จากข่าวซีกรัฐบาล ยังออกอาการเหน็บแนม ถากถาง ว่าประชาชนที่คัดค้านคือพวกที่ไม่พร้อมให้อภัยบ้าง

เป็นพวกฝ่ายค้านที่อยากขึ้นมาเป็นรัฐบาลบ้าง ก้าวไม่พ้นทักษิณบ้าง พวกอำมาตย์หนุนหลังบ้าง ไม่ใช่พวกประชาธิปไตยบ้าง

จึงยังมีแนวร่วมในซีกรัฐบาล ขู่จัดม็อบวัดพลังว่าใครพวกมากกว่ากัน ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นก็ไปใหญ่ คงจะได้สนุกกันเต็มถนนทุกสาย

ซึ่งดูเหมือนยิ่งคิดที่จะทำ ก็ยิ่งห่างความเป็นไปได้ จากคำพูดเดิมที่ว่าปรองดอง

แกนนำเสื้อแดงเอง ทั้งเจ็บทั้งช้ำไม่รู้จะช้ำอย่างไร เป็นได้แค่นำทัพไปรบ พอรบชนะเขาก็ไม่ให้ร่วมเสวยสุข พูดมากเขาก็ตบหน้าโชว์ศัตรู มีฐานะเป็นแค่เด็กในกระเป๋า

จะยืนหยัดด้วยตนเองก็ไม่กล้า เพราะคิดว่าถ้าไม่มีที่เกาะ ก็ไปไม่รอด ตรงนี้นายใหญ่เขาอ่านขาด จึงกล้าตบ จึงต้องไปง้อกลับมาเดินตามน้องสาว เก็บไว้ใช้งานประเภทที่ต้องลุย

ชาวบ้านที่ศรัทธาก็เดินตาม จะว่าพาคนไปตายแทนก็แรงไป เป็นนักอุดมการณ์ที่น่าสงสาร

มุ่งมั่นจะเอา อภิสิทธิ์-สุเทพ ไปขึ้นศาล จากที่เคยสลายการชุมนุม สองคน อภิสิทธิ์-สุเทพ ก็ประกาศไม่ต้องการนิรโทษ พร้อมจะสู้ในชั้นศาลอยู่แล้ว ก็นับว่าเห็นตรงกันทั้งสองฝ่าย ศาลจะชี้เอง ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด

แต่ถ้าจะให้ความเป็นธรรมจริงทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมาย ต้องไม่เว้นทุกคดี เช่นความผิดช่วงประกาศสงครามยาบ้า คดีฆ่าตัดตอน 2,000 ศพ

คนค้ายาบ้าเป็นภัยสังคม ถูกวิสามัญฆาตกรรม พออนุโลม แต่ในจำนวนนั้นก็มีการฆ่าผิดตัว ผสมโรงฆ่า ยัดข้อหา ถือโอกาสล้างแค้นศัตรู คนสุจริตจำนวนมากถูกฆ่าตายทั้งที่ไม่ได้ค้ายาบ้า ก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้พวกเขา  

คนทำผิดก็ต้องชดใช้ แต่จะชดใช้ด้วยเงินภาษีประชาชน หรือทองของหลวงตาบัว ไม่เอา คนสั่งทำสงครามเป็นใคร ต้องชดใช้กรรมด้วย หรือไม่ก็ต้องกล้าที่จะยืนพิสูจน์ตัวเองบนศาล

ถ้าศาลบอกว่าไม่ผิด ก็กลับบ้านได้

คนที่ยิงจรวดถล่มเวที สั่งฆ่าพันธมิตร หรือคนที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลังฆ่าคดีกรือเซะ ฯลฯ ก็ต้องขึ้นศาล

ผิดว่าไปตามผิด หาไม่แล้วความเป็นธรรมก็ไม่เกิด ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็ไม่มี

ส่วนการชุมนุมครั้งนี้ จะลงเอยอย่างไรผู้ที่มาชุมนุมเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ

ความจริงอยากจะบอกกับทางรัฐบาลว่า เรื่องนิรโทษยกเข่ง เป็นเพียงฟางเส้นสุดท้าย

เรื่องกรณีพิพาทกับเขมร เป็นแค่ส่วนประกอบ ตอนนี้ถ้าสังเกตความรู้สึกของประชาชนวงนอก ที่รัฐบาลกรอกหูเสมอว่า เขมรเป็นเพื่อนบ้าน ต้องหาทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ก็โอเค แต่รัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านต่างประเทศไปซูฮกเขานี้ ไม่โอเค มันทำใจไม่ได้

เราเคยให้ความเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่า รัฐบาลนี้จะไม่ได้พังเพราะฝ่ายค้าน แต่จะเสียหายเพราะตัวรัฐบาลและคนรอบๆ รัฐบาลเอง

ทักษิณ ต้องไปเป็นโรบินฮู้ดนาน หรืออาจต้องอยู่ที่นั่นจนแก่ เพราะลูกน้องไม่ได้ภักดีจริง ว่ากันว่าการอยู่กับทักษิณ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ตัวเอง ให้ลูกน้องแบ่งปันกันตามลำดับขั้น เงินทักษิณใช้ไม่หมด จึงต้องสอพลอ ยุยง เพราะไม่มีใครอยากตกงาน

ทักษิณเอง หรือปุถุชนทั้งหลาย ไม่ได้ฉลาดไปทุกเรื่อง ตัวเองมองไม่เห็น แต่ลูกน้องมองเห็น จุดอ่อนนี้ ทำให้ทักษิณกลับบ้านไม่ได้

ยิ่งสั่งลุยก็ยิ่งเจ็บลึก จนเกิดสัตยาบรรณในพรรคร่วมรัฐบาลว่า ยังไม่ให้กลับบ้าน ก็ยิ่งเจ็บ

อยากให้รัฐบาล หรือระบอบทักษิณ มองตัวเองว่า การที่ประชาชนออกมาชุมนุม หลักๆ นั้นเป็นความขัดเคืองใจที่สะสม จากเรื่องต่างๆ หลายเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เอาแต่ได้ ทั้งการใช้อำนาจพ่วงผลประโยชน์ การข่มเหงน้ำใจคนไทย ที่คิดว่าเขารู้ไม่ทัน ประมาท เชื่อในอำนาจและบริวาร คิดว่าผู้คนไม่มีกำลังจะสู้รบตบมือ

ประชาชนนั้น พอหลายเรื่องรวมกันมากเข้าเหมือนบรรทุกน้ำหนักบนหลังม้า รัฐบาลเอาทุกข์ให้ประชาชนแบก เพิ่มเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า พอมากจนเกินก็รับน้ำหนักไม่ไหว

ในทางการเมืองก็เช่นกัน ก็ส่งผลให้ฟางเส้นสุดท้าย เป็นเส้นที่จุดไฟติด

คราวนี้ มาดูกิจกรรมของแกนนำมวลชนฝ่ายเสื้อแดงที่หนุนรัฐบาลบ้าง เมื่อก่อนกลุ่มนี้เป็นฝ่ายรุก มาถึงวันนี้ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ

ข่าวว่ามีการชุมนุมพร้อมกัน 3 จุดในกรุงเทพฯ ให้เหมือนกับฝ่ายที่ต่อต้าน หนึ่ง ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง สองที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และสามที่ลานอเนกประสงค์ เมืองทองธานี

ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ สมบัติ บุญงามอนงค์ นำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง จัดกิจกรรม “หมื่นอัพ” @ ราชประสงค์ ว่ากันว่า เพื่อต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมือนกัน แต่เพราะไม่ยอมให้ครอบคลุมแกนนำผู้สั่งการในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 เขาบอกถึงการมาครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนว่าคนเสื้อแดงเป็นเสรีชน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความถูกต้อง คนเสื้อแดงเลือกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คนเสื้อแดงคือมหามิตร แต่คนเสื้อแดงพร้อมจะตรวจสอบรัฐบาลที่เราเลือกตั้งมากับมือด้วย

ก็นับว่ามีเหตุผล ส่วนตัวเขาจะเลือกข้างไหน คิดอย่างไร ก็เป็นสิทธิของเขา ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าผิด ถ้าบ้านเมืองมีคนแบบนี้ ถึงจะมีความเห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่เห็นเป็นอะไร

เพียงแต่น่าสงสัยตรงที่ว่า ทำไมจึงเห็นแต่ความผิดของคนอื่น ไม่เห็นความผิดของพวกพ้องมหามิตร

ขณะที่ วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส.เพื่อไทย แกนนำ นปช. บอกว่า  สถานการณ์ขณะนี้พรรคเพื่อไทยต้องเร่งทำความเข้าใจชี้แจงกับประชาชนให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายพุ่งเป้าไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ การชุมนุมของ ปชป. เป็นการรวมกลุ่มของคนเกลียด พ.ต.ท.ทักษิณ แต่สิ่งที่ห่วงวันนี้คือ การสร้างความเกลียดชังให้อยู่ในกระแสสูง ในที่สุดสงครามกลางเมืองจะรออยู่ข้างหน้า เมื่อนั้นไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาวิภูแถลงกล่าว

เราฟังความเห็นของ วิภูแถลง ก็นับว่ามีส่วนถูก เป็นการรวมกลุ่มของคนเกลียด พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นก็ใช่ แต่ผู้ชุมนุมในวันนี้ ไม่ใช่ประชาธิปัตย์อย่างเดียว ยังมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาล ที่ใช้ทุกกลไกของรัฐ  เพื่อปกป้องประโยชน์วงศ์ตระกูล ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนอย่างที่พูดไว้

งานหลายสิ่งที่รัฐบาลเดินทางผิด คนท้วงติงก็ไม่ฟัง ไม่คิดแก้ไข อย่างเช่นนโยบายเรื่อง “ข้าว” ผิดพลาดจนหลุดตลาดโลก จนตลาดข้าวไทยจบเห่ เงินรับจำนำหมด ข้าวค้างโกดัง แต่รัฐบาลเลือกที่จะปกปิดประชาชน หมกความลับไว้ใต้พรม

เรื่องแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบที่ยังไม่ได้แก้

เรื่องรถไฟเศรษฐี ความเร็วสูง รัฐบาลไม่ได้มุ่งพัฒนารถไฟจริง เพียงแต่มุ่งที่จะมีโอกาสได้กู้เงิน 2 ล้านล้าน ได้บริหารจัดการเงินจำนวนมากๆ

ใช้เงินของชาติเป็นว่าเล่น กับผลตอบแทนสู่ประชาชนที่ไม่คุ้มค่า กลายเป็นหนี้สาธารณะตลอดชีวิต สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ผู้คนเขาห่วง เขาไม่ไว้วางใจ เพราะเงินที่เอามาโปรยเล่น มาซุกในกระเป๋านักการเมือง มาแจกลิ่วล้อ มันเป็นเงินของประชาชน มันเป็นหนี้สินของชาติ มันเป็นความล่มจม ไม่ใช่แค่เกลียดหรือไม่เกลียดทักษิณ หรือรักหรือไม่รักเทพเทือก

โอกาสเดียวกัน ฟังธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ปราศรัยระบุว่า สาเหตุที่ นปช.ต้องจัดการชุมนุม เพราะพรรคประชาธิปัตย์ต้องการล้มรัฐบาลและระบอบประชาธิปไตย เพราะพวกเขาต้องการล้มรัฐบาลและแก้ไขกฎหมายบางข้อจนนำกลับไปสู่ระบบอำมาตย์ ซึ่งรัฐบาลจบแล้ว แต่ปชป.ยังไม่ยอมจบ

ทั้งยัง ขอให้ประชาชนขึ้นบัญชีอธิการบดีที่บังคับนักศึกษาขึ้นเวทีร่วมชุมนุมต่อต้าน รวมถึงศิลปินที่ขึ้นเวที มีใครบ้าง ขอให้ประชาชนจดชื่อไว้ จะได้รู้ กลุ่มคนที่เป็นศัตรูกลุ่มไหน คนที่ไม่คืนอำนาจให้กับประชาชนกำลังแสดงตัวโดยประลองกำลังกัน....มาครั้งนี้เพื่อแสดงตัวว่ามีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐบาลและประชาธิปไตยว่ามีมากแค่ไหน เพื่อแสดงตัวให้รู้ไม่หลบซ่อนตัว วันนี้เป็นการแสดงพลังประชาธิปไตย นี่คือสัญญาณการต่อสู้ยกใหม่ เป็นสงครามต่อสู้ระบอบประชาธิปไตยกับการต่อสู้ระบบอำมาตย์

ธิดาเองก็แก่แล้ว สมองช้าวนไปวนมา ตามโลกไม่ทัน “คิดได้อยู่แค่นั้น” ไปไม่ถึงไหน

กล่าวโดยสรุป ความจริงรัฐบาลเองก็ไม่เห็นจะต้องตกใจกับการที่ผู้คนออกมาชุมนุม เพราะความเห็นต่าง มันคือกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช้การหย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้นที่ใช่

เวทีประชาชนเสียอีก ที่เป็นเสียงสะท้อนความพอใจ หรือไม่พอใจรัฐบาล ถ้ารัฐบาลห่วงความสงบสุข ห่วงว่าคนต่างชาติจะไม่มาลงทุน รัฐบาลก็ต้องเชื่อประชาชน

อย่ามัวแต่คิดว่าใครออกมาต้านรัฐบาล คือพวกต้านประชาธิปไตย อย่าคิดอะไรที่คร่ำครึแบบนั้น