Get Adobe Flash player

ตำรวจกับโจร โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

มีเรื่องเล่า โดยอาจินต์ ปัญจพรรค์ ทำนองว่ามีร้านอาหารแห่งหนึ่งในที่เปลี่ยว โจรเข้ามากินอาหาร สักครู่ลูกน้องมาบอกว่า ตำรวจกำลังจะมา โจรรีบจ่ายสตางค์แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว

 ร้านเดียวกัน ตำรวจชุดติดตามคนร้ายมานั่งกินอาหาร สักครู่ก็มีสายรายงานว่า คนร้ายเพิ่งจะผ่านมา พวกเขารีบผลุนผลันออกจากไปทันที โดยไม่จ่ายสตางค์

เรื่องนี้ ไม่มีข้อสรุป

สังคมปัจจุบันยิ่งจะดูยากกว่าเรื่องเล่าว่าใครเป็นตำรวจ ใครเป็นโจร

จากเหตุการณ์ การชุมนุมไล่รัฐบาลของมวลมหาประชาชน กปปส. สิ่งหนึ่งที่ผู้ชุมนุม ทำให้เห็นเด่นชัดคือ การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการต่อสู้กับอำนาจรัฐแบบอหิงสาอย่างแท้จริง

กลายเป็นว่าฝ่ายรัฐบาล ต้องออกมาเป็นฝ่ายยั่วยุเสียเอง

แกนนำการชุมนุม และผู้เกี่ยวข้อง คนแล้วคนเล่า ที่ถูกยิงบ้าน ปาระเบิดเข้าใส่ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ว่าฯ กทม. หรือแม้แต่นายชวน หลีกภัย

การลอบทำร้ายทั้งปาระเบิด ทั้งยิงด้วยปืน หลายๆ ครั้งถึงกับเอาชีวิตก็มี แม้ภาพจากกล้องวงจรปิดบ้าง จากช่างกล้องสมัครเล่นบ้าง เห็นหน้าคนร้ายชัดๆ

แต่ตำรวจ ซึ่งยอมทิ้งอุดมการณ์ไปรับใช้อำนาจ กลับเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ซ้ำร้าย ตำรวจกลายเป็นคนร้ายเสียเอง

ข่าวสายทหาร ระบุว่า ตำรวจ ขนคนต่างด้าวเข้ามาทำร้ายเข่นฆ่าคนไทยก็ยังมี

เลือกทำในสิ่งที่ผิด ทำให้ภาพของ “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ตกต่ำ เลวร้ายที่สุด อย่างไม่เคยเลวได้เท่านี้มาก่อน  

หลังสุดมีข่าว คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ชุมนุม กปปส. ขณะชุมนุมที่หน้าสโมสรทหารบก วิภาวดี มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

มีคนร้าย 2 คนได้วิ่งหนีไปทางฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นศูนย์ฝึก รด.

แต่ผู้ชุมนุมตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ 1 ราย จากนั้นผู้ชุมนุมได้รุมประชาทัณฑ์ด้วยความโกธรแค้น ก่อนส่งตัวให้ตำรวจ พร้อมเสื้อจักรยานยนต์รับจ้าง ระบุว่าเขตบางซื่อ หน้าเซเว่นบางซ่อน หมายเลข 35 และจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุยี่ห้อฮอนด้าคลิก

เมื่อไปค้นที่ด้านหน้ารถ พบว่าได้ติดตั้งกล้องขนาดเล็ก แมกกาซีน ปืนสั้นและกระสุน กุญแจมือ และวิทยุสื่อสาร ที่คาดว่าเป็นของตำรวจ 2 เครื่อง ระบุชื่อ “ดาบติ” ซึ่งคาดว่าจะเป็นของตำรวจยศดาบตำรวจ รวมทั้งระเบิดปิงปองที่ซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ

ซึ่งต่อมา ก็พบกระสุนปืนที่ได้มาจากบริเวณที่เกิดเหตุ

แต่คนร้ายคือ ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา อายุ 44 ปี ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เคยมีประวัติถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเมื่อปี 2552

ตอนแรกคิดว่าคนร้าย เป็นพวกวินมอร์เตอร์ไซค์ แต่ไม่ใช่ กลายเป็นตำรวจ ที่พร้อมจะโยนความผิดให้ชาววินมอร์เตอร์ไซค์ เสียหาย

มาดูข่าวจากสื่อซีกรัฐบาล รายงานว่า

ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้จัดชุดสืบสวนเพื่อถ่ายภาพเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนั้นมีการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เห็น ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เข้ามาถ่ายภาพ จึงได้เข้ามาขอค้นตัว แต่ ด.ต.คงเพชร ไม่ยอมให้ทำการตรวจค้น การ์ดของผู้ชุมนุมจึงเรียกพวกการ์ดมารุมทำร้ายบาดเจ็บ ซึ่งด.ต.คงเพชร ใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตัวเข้าไปที่กลุ่มการ์ดของผู้ชุมนุม 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จากนั้นกลุ่มการ์ดก็เข้ามาจับตัว ด.ต.คงเพชรไว้ได้ และรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

สื่อเดิมยังอ้างถึง

พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้กำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 ผู้บังคับบัญชา ด.ต.คงเพชร กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าสั่งให้แต่งนอกเครื่องแบบเพื่อลงพื้นที่หาข่าว มีรายงานว่า ด.ต.คงเพชรถูกผู้ชุมนุมค้นตัวและมีคนตะโกนขึ้นมาว่าเป็นตำรวจ ทำให้ด.ต.คงเพชรเห็นว่าไม่ปลอดภัยจึงวิ่งหนี แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมไล่ตามและกรูเข้าทำร้าย โดยยืนยันว่าไม่ได้สั่งให้ด.ต.คงเพชร พกปืนเข้าไปในพื้นที่

สื่อซีกรัฐบาลเช่นกัน

ระบุว่า เข้าใจผิดเป็นมือปืนยิงม็อบหน้า ทบ. โดย ด.ต.คงเพชร เดินอยู่บนสะพานลอยหน้าสโมสรทหารบก ขณะที่มีการ์ด กปปส.เดินตามหลัง 5-6 คน ขณะนั้นมีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนว่า “มันมีปืน” เพียงเท่านั้นการ์ดก็เข้าชาร์ตภายหลังลงจากสะพานลอย และมีการต่อสู้เกิดขึ้น จากนั้นมีเสียงปืนขึ้น 1 นัด และการ์ด กปปส.ก็เดินออกจากกลุ่มด้วยขาที่กระเผลก ก่อนที่จะเกิดการรุมประชาทัณฑ์

ทางด้าน

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า

ด.ต.คงเพชรเข้าไปในพื้นที่ เพราะได้รับมอบหมายให้ไปสืบสวนหาข่าวในที่ชุมนุม แล้วถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายจนจวนตัว จึงชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ผู้ชุมนุมเพื่อป้องกันตัว

ต่อมา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นเวทีปราศรัย ระบุว่า ด.ต.คงเพชรทราบว่าเดิมชื่อ อภิชัย เคยถูกให้ออกจากราชการปี 52 แต่นายช่วยกลับมา ในวงการรู้กันว่ารับงานฆ่าตามคำสั่งเจ้านาย

"ปัจจุบันนี้เป็นมือขวาของ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ เเต่ก่อน พ.ต.อ.จรูญเกียรติเองเคยมีชื่อว่า นพดล เเละก็เคยถูกตั้งข้อหาอุ้มฆ่าทนายสมชาย นีละไพจิตร เเละตอนหลังก็มีการเปลี่ยนชื่อนายช่วยเข้ารับราชการ เเละเป็นลูกน้องคนสนิทของคำรณวิทย์ เหตุเมื่อวานไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เชื่อว่ารับคำสั่งจากคำรณวิทย์

อ่านข่าวจากหลายสื่อแล้วงง เพราะในข่าว มีการบิดเบือนจากสื่อฯ (ไม่รู้ว่าฝ่ายไหน) 

ตำรวจก็บิดเบือน หลังจาก รับงานจากรัฐบาล มาทำตัวเป็นคนร้ายเสียเอง วิธีการจึงไม่เนียน

แต่แล้วก็มีข้อสรุปครับ

เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ เครือข่ายอาสาสมัครทางการแพทย์ ซึ่งได้ส่งหน่วยแพทย์ และกู้ภัยอาสาเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.

กลุ่มนี้ ยืนยันว่า ไม่ว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะเป็นฝ่ายใด อาสาสมัครจะดูแลโดยไม่แบ่งแยก

อาสาทางการแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ ว่า หลังจากเสียงปืนดังขึ้น มีคนเจ็บ และมีคนเห็นว่ามีคนยิงปืน ทุกคนไม่กลัวพยายามตามจับคนที่ยิงปืนให้ได้ (ตอนนั้นไม่มีใครทราบว่าคนที่ยิงเป็นตำรวจเพราะเค้าใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์)

เรื่องจริงคือ ตำรวจนายนี้ไม่ได้ถูกการ์ดทำร้ายก่อนหน้าที่ยิงปืนแต่อย่างใด (ซึ่งข่าวที่ออกมาจากศรส.ก่อนหน้านี้ว่าถูกการ์ดทำร้ายก่อนนั้นบิดเบือนจากความจริง)

ผู้ชุมนุมตามจับคนที่ยิงปืนได้ ด้วยความโกรธผู้ชุมนุมบางคนจึงรุมประชาทัณฑ์จนบาดเจ็บที่ศีรษะ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทีมอาสาทางการแพทย์จึงเข้าไปพาตัวออกมาเพื่อนำส่งผู้บาดเจ็บ รวมถึงคนร้ายด้วย

(อย่างที่บอกว่าเราไม่เคยแบ่งแยกในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เป็นใครเราก็ต้องช่วย)

ผู้ชุมนุมบางส่วนอารมณ์ค้าง ทำให้เจ้าหน้าที่เราต้องใช้ตัวเองเข้าไปป้องกันคนร้ายไม่ให้บาดเจ็บมากขึ้น แม้ว่าจะทำให้เราเจ็บ เราก็ต้องเสียสละ หนึ่งในทีมอาสาสมัครของเราคือ คุณโป้ง ถูกลูกหลงผู้ชุมนุมเตะมาถูกแขน จนแขนบวม

อย่างไรก็ตามเราก็ดีใจที่สามารถนำตัวคนร้าย(ที่ทราบภายหลังว่าเป็นตำรวจ) ส่งรพ.ได้อย่างปลอดภัย

ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น หน้าที่ของเราก็ยังคงเหมือนเดิม ก็คือ การดูแลประชาชนทุกฝ่ายโดยไม่แบ่งแยก"