Get Adobe Flash player

เริ่มต้นด้วยความไม่ซื่อตรง

Font Size:

   ความเชื่อถือที่อยู่ในองค์กร ในตัวคน กว่าจะทำให้เกิดขึ้นได้ ต้องใช้เวลานานมาก แต่ความเชื่อถืออาจจะสูญสลายอย่างง่ายดาย ถ้าพบว่าองค์กร หรือบุคคลที่เคยเชื่อถือ ที่แท้ก็ฉ้อฉล โกหก หลอกลวง

   รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มีเงินจ่ายจำนำข้าวให้ชาวนา

   ไฟไหม้โกดังข้าวไม่มีสาเหตุมาแล้วหลายครั้ง เหมือนจงใจให้หลักฐานถูกทำลาย ข้าวส่วนหนึ่งถูกไฟเผา อีกส่วนถูกฉีดน้ำจากรถดับเพลิง เปียก เน่าเสียหาย  

   ข้าวปี 55 ยังขายไม่ออก โกดังล้นแล้วล้นอีก บอกว่าขายจีทูจี ก็จับได้ว่าโกหก ตอนนี้โกหกชาวนาไปวันๆ     ถามว่ารัฐบาลถังแตกหรือเปล่า นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ไม่แตก ยังมีศักยภาพที่จะกู้ได้ แปลว่าอะไร

   ก็แปลว่าไม่มีเงิน ต้องหาแหล่งเงินกู้ และไม่มีใครกล้าให้กู้

   ถามเหตุที่จ่ายเงินให้ชาวนาล่าช้า ก็โทษโน่นโทษนี้ ตอบวกไปวนมา เหมือนคนจนมุม พูดไม่รู้เรื่อง

   ข่าวชาวนาที่ไม่ได้เงินจากการจำนำข้าว ต้องกู้หนี้ยืมสิน ดอกทบต้น ต้นทบดอก ถึงงวดจะต้องจ่าย ก็ไม่มีจะจ่าย จนถึงขณะนี้ชาวนาฆ่าตัวตาย ตายเพราะเครียด รวม 10 รายแล้ว

   ยิ่งลักษณ์ อาจคิดว่า การตื๊ออยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือการที่มีเกียรติสูงสุด อยากอยู่ให้นานที่สุด แต่หารู้ไม่ว่า นางกำลังตกอยู่ในสภาพที่สังคมรังเกียจ ไม่มีเกียรติภูมิอันใดหลงเหลืออยู่เลย

   ดิ้นกันทั้งตระกูล ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของนโยบาย “ทักษิณ คิด เพื่อไทยทำ” ก็ไม่ได้เป็นสุขเพราะรู้ว่า นโยบายจำนำข้าวนั้นพลาดใหญ่

   ข่าวทักษิณ ร้อนใจต้องมาตั้งหลักที่โรงแรม Chatrium Hotel Rangoon ในประเทศเมียนมาร์ เรียกประชุมยุทธศาสตร์กับเมียเก่า ญาติพี่น้อง ลิ่วล้อ โดยด่วน

   เพื่อหาทางแก้สถานการณ์ ก่อนที่ยิ่งลักษณ์จะยิ่งอัปลักษณ์ไปมากกว่านี้

   ข่าวว่า ผู้ร่วมรับฟังแผน ประกอบด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง, นางปวีณา หงสกุล, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นางพวงเพชร ชุนละเอียด, นายเสริมศักดิ์-นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช,นางพจมาน ณ ป้อมเพชร, นายสมชาย-นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

   ข่าวนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะการสุมหัวแบบนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก

   การที่ตำรวจ ไปรับใช้นักโทษหนีคดี ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเช่นกัน

   แต่สิ่งที่ดูแย่ที่สุดคือ ข้ออ้างของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่บอกว่า ตนได้เดินทางไปที่ประเทศเมียนมาร์และพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการเดินทางมาทำบุญ ตนเองจึงได้ไปร่วมทำบุญกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย ถือเป็นการไปพบปะกันในฐานะคนคุ้นเคย เนื่องจากไม่ได้เจอกันนาน

   เรื่องแค่นี้ทำไมต้องโกหก ในเมื่อความจริงก็เห็นกันอยู่

   นายสมชายคิดว่า คนไทยปัญญาอ่อน ตัวเองปัญญาอ่อนหรืออย่างไร ถึงได้อ้างแบบนั้น

   น้องสาวก้นร้อนขนาดนี้นี่นะ ยังจะนัดกันทำบุญ ประสาทกลับหรือเปล่า ถ้าทำพิธีแก้กรรม พบหมอผี ฝังรูปรอยสุเทพ ตามที่ปรากฎในเชียลเน็ตเวิร์ค ยังน่าจะเชื่อถือได้มากกว่า

   โกหกระดับนโยบายไปแล้ว เรามาลองดูการโกหกระดับผู้ปฎิบัติ

   วันวาน ในการประชุมศูนย์รักษาความสงบหรือ ศรส.มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. เป็นประธาน ร่วมกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และผู้เกี่ยวข้อง มีมติที่สำคัญ 8 ข้อ ไม่น่าสนใจ

   แต่ในข้อที่ 7 และ 8 มีเนื้อหาที่น่าจะหยิบยกมาพูดถึง

   ข้อที่ 7. บอกว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานที่การชุมนุมของแกนนำ กปปส. ขณะนี้พบว่า บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล กปปส.ได้ใช้เป็นที่หลบซ่อนของแกนนำที่ถูกออกหมายจับ

   โดยมีการ์ดซึ่งมีอาวุธร้ายแรงคุ้มกันอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะมีการจัดทำบังเกอร์ในลักษณะป้อมค่ายแข็งแรง มีช่องในลักษณะใช้ยิงอาวุธปืนออกมายังเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าจับกุมด้วย

   สำหรับข้อนี้ ที่ว่า การ์ดมีอาวุธร้ายแรง หรือมีช่องในลักษณะใช้ยิงอาวุธปืนออกมายังเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าจับกุม นั้นเป็นการโกหก เป็นการยัดเยียดข้อหา

   เพราะตลอดเวลากปปส.ชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ แม้จะถูกกองกำลังติดอาวุธที่เจ้าหน้าที่มีส่วนรู้เห็น โจมตี ทำร้าย จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

   โดยรัฐบาลพยายามยั่วยุให้ตอบโต้ เพื่อนำไปสู่การปราบปรามกวาดล้าง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ เพราะผู้ชุมนุมรู้ดีว่า ศรส.กำลังใช้แผนสกปรก จึงไม่หลงกล

   แต่ก็ยังคงกล่าวหาว่ามีอาวุธอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับที่เคยกล่าวหาว่า จะมีการทำปฎิวัติรัฐประหาร แต่ก็เป็นข่าวที่กุขึ้นทั้งสิ้น 

   ในข้อที่ 8. ศรส.กล่าวว่า ตามที่ปรากฏภาพคลิปการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นั้น ศรส.ได้ตรวจสอบแล้วเป็นภาพ “คลิปตัดต่อ” ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นการเข้าตรวจค้นที่ไม่เหมาะสม ศรส. ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลโดยถูกต้อง และกระทำโดยเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว เพราะทางการสืบสวนพบว่ามีการ์ดที่มีอาวุธของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม หลบซ่อนอยู่ด้วย จึงต้องเข้าค้นตามยุทธวิธีซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย

   นี่ก็โกหก ไปแบบน้ำขุ่นๆ ไม่เนียนเลย

   ถ้าผู้มีอำนาจรัฐ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในฐานะผู้รักษากฎหมาย เลือกวิธีโกหกเลือกที่จะเป็นคนพาล แล้วต่อไปในอนาคต จะเอาความชอบธรรมอะไรไปจับผู้ร้าย จะให้ประชาชนมีความเชื่อถือในวงการตำรวจ ในวงการรัฐบาลได้อย่างไร

   ยิ่งถ้าตำรวจใช้วิธีการเยี่ยงโจรเสียเอง ก็จบกัน สำหรับความยุติธรรมในสังคม

   คงถึงคราวแล้วกระมัง ที่จะยุบ “ตำรวจแห่งชาติ” ก๊วนนี้มาเป็น “ตำรวจประจำเมือง”

   ข่าวการจับกุม นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 1 ใน 19 แกนนำ กปปส. ข้อหากบฎ ทำให้ นายสนธิญาณ ได้บอกความในใจ

   ที่เห็นชัดว่า ใครคือคนดี ใครคือคนร้าย

   จากที่ตำรวจสันติบาลมาสอบสวนมาถามเกือบทุกวัน ว่าทำไมต้องมาร่วมกับ กปปส.

   ได้อธิบายว่าเข้าร่วมมาต่อสู้ระบอบทักษิณ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ

    “ผมยืนยันเราต่อสู้จนกว่าพวกเราได้ชนะ ศาลไม่ปล่อยไม่เป็นไร เพราะคุกขังใจคนไม่ได้ ถ้าศาลปล่อย ผมยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล แต่ผมก็จะสู้กับระบอบทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อไปตามวิธีการที่มีอยู่”

    นายสนธิญาณระบุว่า เมื่อวาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้มารับประทานข้าวเที่ยงด้วย ตนบอกกับ พล.ต.อ.อดุลย์ว่า

   คนที่ออกมาต่อสู้กับระบอบทักษิณไม่ได้ออกมาเพราะรักนายสุเทพ

   แต่ออกมาต่อต้านระบอบทักษิณ

   ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ใช่การกบฎ

   ตนย้ำกับ พล.ต.อ.อดุลย์ว่าให้ยิ่งลักษณ์ลาออก ให้มีรัฐบาลกลาง มีคนกลางมาปฏิรูปประเทศ ทุกอย่างก็จบ ม็อบก็เลิก

   นายสนธิญาณ ยังกล่าวถึงนายธาริต ที่แถลงภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจปีนรั้วเข้าไปค้นบ้านพักเป็นคลิปตัดต่อว่า

   คุณไปบอกบ้านตนมีอาวุธสงคราม คุณก็ประเมินผิดแล้ว สิ่งที่ ศรส.สั่งเจ้าหน้าที่บุกบ้าน ถือเป็นเรื่องเลวร้ายมาก ปีนเข้าไปพร้อมอาวุธสงคราม เอาปืนไปจี้หัวคนงาน ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำกล้องซีซีทีวีทั้งหมดไปให้ พล.ต.อ.อดุลย์ ไปให้พิจารณาดูข้อเท็จจริงทั้งหมด

   และจะเอาไปให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และมอบหมายให้ทนายความแจ้งความดำเนินดคดี ศรส.กับตำรวจที่บุกบ้าน

   สู้กันตรงๆ ซึ่งๆ หน้าดีกว่า อย่าให้อำนาจรัฐต้องแปดเปื้อนไปมากกว่านี้