Get Adobe Flash player

ฝรั่งมองไทย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ได้อ่านบทความจาก เฟซบุ๊ค ที่โพสต์แชร์ต่อๆ กันมา ทราบว่าผู้เขียนคือ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งได้สะท้อนอีกมุมมองหนึ่งครับ

ท่านเขียนไว้ว่า

เมื่อบ่ายวันวาน มีแขกชาวต่างประเทศจากสหรัฐอเมริกา มาเยี่ยมข้าพเจ้า เป็นนักวิชาการทาง IR ที่รู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี ท่านแวะเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนหน้านี้ 2 วัน เมื่อลงจากเครื่อง Bangkok Airways, Asia's Boutique Airline สายการบินที่ท่านชื่นชอบมากที่บินมาตั้งแต่ฮ่องกง ก็ตรงมาพบข้าพเจ้าเลย ด้วยเกรงจะเจอปัญหารถติดและห้วงเวลาการประกาศ Curfew

ทันทีที่พบ ท่านกล่าวกับข้าพเจ้าว่า พูดกับชาวตะวันตกเป็นจำนวนมากช่วงนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทุกๆ คนที่รักและรู้จักประเทศไทยจะมีความเข้าใจดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ ท่านใช้ถ้อยคำว่า สถาบันข้าราชการและกองทัพแต่ไหนแต่ไรมาไม่เพียงเฉพาะในประเทศไทยต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) กับฝ่ายการเมือง และเมื่อใดที่ความไม่สุจริตยุติธรรมเกิดขึ้นแก่ระบบประเทศ การทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ประเทศชาติไม่มีขื่อไม่มีแป ฝ่ายการเมืองไม่เทิดทูน(Uphold) รักษาไว้ซึ่ง Spirit ของแผ่นดินไทย เมื่อนั้นย่อมเป็นหน้าที่ของเหล่าข้าราชการ และกองทัพที่จะต้องดำรงรักษา(Prolong) ประเทศชาติให้อยู่รอด

 แม้ตัวท่านเอง ยังจดจำได้ในสิ่งที่เคยพูดคุยกับข้าพเจ้าเมื่อหลายปีก่อนว่า รัฐประหารเปรียบเสมือนการทำหน้าที่เป็นนายแพทย์ใหญ่ ที่ต้องผ่าตัดกำจัดโรคชั่วร้ายออกไป ตรวจสอบว่ามีอะไรบ้างที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขครั้งใหญ่ อะไรที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยทางความคิด เป็นอันตรายต่อแผ่นดินที่จะต้องมีการสังคายนา และการคดโกงซื้อความผิดให้เป็นความถูกอย่างที่เกิดขึ้น ต้องบอกกันตามตรงว่า รัฐสภาที่เป็นเสียงข้างมากเด็ดขาดจะกลายเป็นเผด็จการรัฐสภา และเมื่อนักการเมืองไม่มีอุดมการณ์ การเมืองไม่มีคุณธรรมจรรยา ปราศจากหลักธรรมาภิบาลทางการบริหาร ก็จะไม่ต่างไปจากกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองหรือกลุ่มมาเฟียในคราบของพรรคการเมืองในระบบรัฐสภาซึ่งถือเป็นภยันตรายที่สุดต่อความมั่นคงของชาติในอันที่จะเปลี่ยนความผิดให้กลายเป็นความถูก องค์กรขาดความรับผิดชอบชั่วดี

 ท่านกล่าวด้วยว่า ทุกๆ คนและทุกๆ มิตรประเทศของไทยขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทย ที่จะต้องร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคกันไปให้ได้เพื่อวันข้างหน้า ทุกปัญหาใหญ่ล้วนเป็นเรื่องท้าทาย มิเช่นนั้นก็ไม่เรียกว่าปัญหา ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กว่า 10 ปีที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยหลงทางเดิน หลายคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ ตามใจตัวเราเองกันมาก และฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อกันอย่างไม่เคยปรากฏ ข้าราชการไม่อยู่ในแถวไม่รักเกียรติไม่รักยศ คนดีบอกชั่ว คนชั่วบอกดี แต่แล้วกลับไปยอมทำงานรับใช้ให้กับสิ่งนอกระบบราชการอย่างไม่อับอาย บทบัญญัติแห่งกฎหมายขาดความเคารพยำเกรง ก็เพราะการเมืองที่ขาดคุณธรรมจริยธรรม ขาดความชอบธรรมทางการบริหารจัดการ

 ประเทศไทยไม่เคยหลงลืมตัว เรามีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความเป็นสุภาพชนแบบอย่างและยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต และความกตัญญูกตเวทีอันเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทยมาช้านาน สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาคมโลก ไม่ใช่ความอวดดี อวดรู้ อวดเก่ง อวดโกง และอวดความร่ำรวย

กลับมาเดินบนเส้นทางแห่งความดีงามดั่งเดิมของเรากันเถิด กลับบ้านของเรา เพื่อนเอย เพื่อนไทย ใครจะจริงใจเท่าไทย... เท่าเราด้วยกัน

ปนัดดา ดิศกุล  25 พ.ค. 57

 

อ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว ที่ฝรั่งมองไทยด้วยความเข้าใจ ก็มี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฝรั่ง เขารู้จักเราดีพอๆ กับที่เรารู้จักตัวเอง

เพียงแต่ “ในระบบผลประโยชน์” ของกลุ่มประเทศที่ถูกเรียกว่า “มหาอำนาจ” เขาเลือกผลประโยชน์ของ “ฝ่ายเขา” มากกว่าที่จะมาเห็นอกเห็นใจฝ่ายเรา

เราจะอยู่อย่างไร เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกระไรนักหนา

หรือจะกล่าวให้ร้ายแรงกว่านั้น ก็อาจพูดได้ว่า ยิ่งเราดูแย่ อ่อนแอ หรือแตกแยกมากเท่าไร มหาอำนาจก็ยิ่งหาประโยชน์จากเราได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

เพราะฉะนั้น ผู้นำของเรา จะต้องหนักแน่น อย่างที่พูดว่า “ผูกเชือกรองเท้าแล้วก้าวไป” โดยไม่หวั่นไหว

ปัญหานอกประเทศอาจจะสดุด ในระยะหนึ่ง เมื่อผ่านจุดนั้นไปแล้ว ปัญหาภายนอกก็จะคลี่คลายได้เอง 

แต่สำหรับปัญหาภายใน เรากลับมองว่า มันมีเค้าลางประหลาด คนที่ดูน่ากลัว กลับไม่น่ากลัว แต่คนใกล้ตัวที่คอยยุแยงตะแคงรั่ว แบบที่มีเป้าหมายซ่อนเร้น น่ากลัวกว่ามาก

เสี้ยมให้ทะเลาะกันในคราบผู้หวังดี ให้เครดิตฝ่ายตรงข้ามให้ดูน่าสงสาร บอกใบ้ว่าฝ่ายต่อต้านเข้มแข็ง ยืมปากคนอื่นมาหลอกด่า ฯลฯ

ไม่จริงใจกับฝ่ายทหารที่เข้ามาคลี่คลายปัญหา

เหมือนจ้องทำให้รวน แล้วตีตลบหลัง

ในฝ่ายของกลุ่มต่อต้าน เหมือนกับว่าเวลานี้ ถ้าข้าไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ทุกคนก็อย่าหวังจะอยู่สุข

ยั่วยุอยากให้มหาอำนาจมาถล่อมไทยให้แหลก

คนสูงอายุท่านหนี่ง ใส่หน้ากากเข้าไปหาทหาร ในขณะที่สื่อฝรั่งรอทำข่าว จงใจให้ถูกจับกุม แต่พอถูกชายนอกเครื่องแบบหิ้วออกไป

เธอกลับร้องว่า “เฮ้ว มี เฮ้ว มี” คล้ายๆ ฟ้องสื่อว่า ถูกทหารทำร้าย

ส่วนผู้ชุมนุมที่มาเป็นหมู่ นัดกันหน้า แมคโดนัล วิ่งเข้าวิ่งออกร้าน เพื่อหากมีการจับกุม หรือถ่ายภาพ ก็ให้ติด แมค ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ มหาอำนาจ

ขนาดนี้ คนไทยก็ยอมทำ

ทหารตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็จับแล้วปล่อยไป กลัวเสียภาพลักษณ์

แต่เรากลับเห็นว่า ไม่ต้องกลัว เพราะตีเหล็กต้องตีเมื่อร้อน ขณะเดียวกันก็รุกปราบทุจริต เอาคนผิดมาลงโทษ ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงบน

รวยมาได้อย่างไร เอาเงินมากมายมาจากไหน เสียภาษีหรือไม่ ฯลฯ

ในส่วนของแนวร่วมที่สนับสนุนทหาร เรามองว่าก็อย่าจี้เกินไป โดยเฉพาะเรื่องปฎิรูปพลังงาน จะสำเร็จได้ ต้องเอาเรื่องเร่งด่วนให้สำเร็จก่อน

นั่นคือเรื่องคน และการฉ้อฉล ซึ่งประชาชนต้องร่วมมือ

หาไม่แล้วอาจไม่สำเร็จสักเรื่อง